fbpx

“ไบเดน” ยันสหรัฐพร้อมช่วยญี่ปุ่นปกป้องประเทศเต็มที่

โตเกียว 23 พ.ค. – ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่นในวันนี้ว่า สหรัฐจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในด้านการปกป้องประเทศของญี่ปุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีนและการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน


ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวในช่วงเริ่มต้นหารือกับนายกรัฐมนตรีคิชิดะที่พระราชวังอากาซากะ ซึ่งเป็นสถานที่รับรองอาคันตุกะรัฐบาลในกรุงโตเกียวว่า ความเป็นพันธมิตรของสหรัฐกับญี่ปุ่นคือรากฐานแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก สหรัฐจะยังคงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในด้านการปกป้องประเทศของญี่ปุ่น ทำเนียบขาวของสหรัฐแถลงว่า ก่อนหน้าที่จะพบกับผู้นำญี่ปุ่น ประธานาธิบดีไบเดนได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะของญี่ปุ่นเป็นเวลาสั้น ๆ ที่หน้าทางเข้าพระราชวังอากาซากะ และถวายพระพรในนามประชาชนชาวอเมริกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในระดับบุคคลของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์สคาดการณ์ว่า สหรัฐกับญี่ปุ่นจะหารือเกี่ยวกับแผนขยายขีดความสามารถทางทหารของญี่ปุ่นเพื่อรับมือกับจีนที่ขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ ย้ำจุดยืนร่วมกันต่อเรื่องรัสเซียบุกโจมตียูเครนว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันแต่เพียงฝ่ายเดียว รวมทั้งจะหารือประเด็นเกาหลีเหนือและประเด็นอื่น ๆ ในระดับภูมิภาค หลังจากนั้นประธานาธิบดีไบเดนจะเดินทางไปพบกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกลักพาตัวไปฝึกเป็นสายลับในเกาหลีเหนือเมื่อหลายปีก่อน


จุดสนใจของการเยือนญี่ปุ่นในวันนี้จะอยู่ที่เรื่องประธานาธิบดีไบเดนเตรียมเปิดตัวกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง (Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity) ซึ่งเป็นโครงการที่จะเชื่อมโยงมาตรฐานทำงานร่วมกันของหลายประเทศในด้านต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน พลังงานสะอาด ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการค้าทางดิจิทัล

ประธานาธิบดีไบเดนมีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 วัน และจะมีการจัดประชุมระหว่างประเทศสมาชิกในกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง 4 ฝ่าย หรือควอด ซึ่งประกอบด้วยสหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย โดยคาดว่านายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย และนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้เช่นกัน. -สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผบ.ทอ.เผยเมียนมาขอโทษ-ล้ำน่านฟ้า

ผบ.ทอ.โต้คำวิจารณ์เอฟ-16 บินรักษาเขตแดนช้า ยันระบบป้องกันทางอากาศดีมาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตัดสินใจที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความเร็ว ต้องสุขุม รอบคอบ มีเหตุผล พอเหมาะพอควรกับสถานการณ์ 

ภาคเอกชนฝรั่งเศสเชื่อมั่น พร้อมร่วมมือกับไทย

ภาคเอกชนฝรั่งเศส MEDEF International หารือ นายกฯ เชื่อมั่นและพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด และนำไปสู่การยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศภายในปี 2567

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย

เตรียมรับมือสินค้าพาเหรดขึ้นราคา เริ่มวันนี้

ตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า ประเดิมด้วย “แก๊สหุงต้มครัวเรือน” ปรับขึ้นอีก 15 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลให้แก๊สหุงต้มขนาดถัง 15 กก. อยู่ที่ 378 บาท ส่วนเรือโดยสารคลองแสนแสบ เตรียมขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท