ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสายพันธุ์โอไมครอนเป็นระดับสูงสุด

โตเกียว 29 พ.ย.- ญี่ปุนยกระดับการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอไมครอน เป็นระดับสูงสุด เนื่องจากพบการระบาดในหลายประเทศ ขณะที่แหล่งข่าวรัฐบาลเผยว่า ญี่ปุ่นเตรียมปิดประเทศไม่รับชาวต่างชาติเข้าประเทศรายใหม่


เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เจแปนไทมส์รายงานว่า สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่นยกระดับเฝ้าระวังเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนจากระดับ 2 คือ สายพันธุ์ที่ต้องสนใจ เป็นระดับ 3 คือ สายพันธุ์ที่น่ากังวล เช่นเดียวกับสายพันธุ์เดลตา ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดเมื่อวันศุกร์ให้สายพันธุ์โอไมครอนเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล สถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่า สายพันธุ์โอไมครอนมีการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนามแหลมสำหรับจับเซลล์มนุษย์ราว 30 จุด ซึ่งอาจทำให้แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นและต้านทานวัคซีนได้มากขึ้น

เจแปนไทมส์รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลวันนี้ว่า ไวรัสสายพันธุ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นเตรียมปิดพรมแดนไม่รับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศรายใหม่ทั้งหมด รวมทั้งนักธุรกิจ นักศึกษา และผู้ฝึกงาน ยกเว้นชาวต่างชาติที่เป็นผู้พำนักอาศัยที่จะเดินทางกลับเข้ามา และว่านายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในบ่ายวันนี้


ส่วนเมื่อวานนี้ญี่ปุ่นได้เพิ่มชื่อโมซัมบิก มาลาวีและแซมเบียไว้ในรายชื่อประเทศที่ต้องเข้มงวดการเดินทางเข้ามา หลังจากเมื่อวันเสาร์กำหนดให้ผู้เดินทางมาจาก 6 ประเทศทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาประกอบด้วย บอตสวานา เอสวาตีนี เลโซโท นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว ต้องกักโรคในสถานที่ของรัฐบาลเป็นเวลา 10 วัน โดยต้องตรวจหาเชื้อในวันที่ 3 วันที่ 6 และ วันที่ 10 ของการเดินทางเข้าญี่ปุ่น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า