fbpx

เหตุระเบิดโจมตีสนามบินคาบูล เสียชีวิตพุ่ง 60 ราย

อัฟกานิสถาน 27 ส.ค. – ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิด 2 ครั้ง โจมตีสนามบินในกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 60 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายนาย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 140 ราย ท่ามกลางคำเตือนของสหรัฐและชาติพันธมิตร ขณะที่การอพยพยังคงดำเนินต่อไป


เหตุระเบิด 2 ครั้ง โจมตีท่าอากาศยานนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ในกรุงคาบูล เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 140 ราย การโจมตี 2 จุดดังกล่าว จุดแรกเกิดขึ้นใกล้กับประตูแอบบีย์ เกต ของท่าอากาศยานนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ที่ชาวต่างชาติและชาวอัฟกันจำนวนมากเดินทางมารวมตัวกัน เพื่อรออพยพออกจากประเทศ ส่วนอีกจุดเกิดขึ้นใกล้กับโรงแรมบารอน โฮเทล ซึ่งชาติตะวันตกใช้เป็นสถานที่ดำเนินขั้นตอนการอพยพ ขณะที่สื่อสหรัฐหลายสำนัก ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่สหรัฐเสียชีวิตถึง 12 นาย ประกอบด้วย นาวิกโยธิน 11 นาย และแพทย์ทหาร 1 นาย

เจ้าหน้าที่สหรัฐ เชื่อว่า กลุ่มไอซิส-เค (ISIS-K) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงเกิดการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้หลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และก่อนเกิดเหตุ สหรัฐและชาติตะวันตกอีกหลายประเทศ ประกาศเตือนพลเรือนและชาวอัฟกันไม่ให้เดินทางมาสนามบิน เพราะมีโอกาสเกิดการโจมตีด้วย


ฝูงชนจำนวนมากที่ต้องการหลบหนีการปกครองของกลุ่มตาลีบัน พยายามไปยังสนามบินในกรุงคาบูล ตั้งแต่ตาลีบันยึดเมืองหลวงอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา สหรัฐและพันธมิตรอพยพชาวต่างชาติและชาวอัฟกันออกจากสนามบินแล้วมากกว่า 88,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในการอพยพทางอากาศครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้มีหลายประเทศสิ้นสุดการอพยพแล้ว และเริ่มถอนกำลังทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทูตของตน ส่งสัญญาณเริ่มสิ้นสุดการอพยพทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยแคนาดาอพยพเสร็จสิ้นแล้ว และหลายชาติของยุโรปก็สิ้นสุด หรือเตรียมยุติภารกิจดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ยืนยันว่าจะเดินหน้าภารกิจอพยพผู้คนออกจากกรุงคาบูลต่อไป จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนเส้นตาย 31 สิงหาคมนี้ แต่ย้ำว่า สหรัฐก็จะล่ากลุ่มคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีนองเลือดครั้งล่าสุดนี้เช่นกัน ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าคือ กลุ่มไอซิส-เค หรือกลุ่มรัฐอิสลามจังหวัดโคราซาน (Khorasan) เป็นกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวร่วมกับกลุ่มไอเอส หรือไอซิส เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศอัฟกานิสถานและปากีสถาน และเป็นกลุ่มที่ได้ชื่อว่าสุดโต่งและรุนแรงที่สุดในบรรดากลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงทั้งหมดในอัฟกานิสถาน. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จับแล้วหลอกขายมือถือทำเด็กวัย 14 เครียดเส้นเลือดในสมองแตกดับ

ตำรวจไซเบอร์จับกุมบุคคลหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางออนไลน์ ทำเด็กชายวัย 14 ปี ชาวเชียงใหม่ เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ 2 สาวหลอกขายมือถือให้ “น้องก้อง”

ตำรวจไซเบอร์ แถลงจับกุม 2 สาวแก๊งหลอกขายมือถือผ่านออนไลน์ให้ “น้องก้อง” วัย 14 ปี ทำเครียดเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต พบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว และยังมีเหยื่ออีกเกือบ 40 ราย ถูกร้านนี้หลอกขายของ

แจ้งจับ “หมอปลา” ให้ร้าย ตร. ปมศูนย์บำบัดยา

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดี “หมอปลา” ให้ร้ายตำรวจ กรณีศูนย์บำบัดยาเสพติดที่กาญจนบุรี ยืนยันตำรวจไม่มีเอี่ยวแสวงหาประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติด

ไรเดอร์ปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่นหน้าห้างฯ กลางเมืองสมุทรปราการ

ไรเดอร์ยกพวกปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่น หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

ข่าวแนะนำ

สุโขทัยระทม น้ำเริ่มเข้าสู่เขตเมือง

ตอนนี้ หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วม โดยเฉพาะที่สุโขทัยต้องจับตาสถานการณ์ หลังน้ำที่ท่วมหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำ หลังจากน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่งล้นทะลักมาหลายวัน และน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดพื้นที่ตัวเมืองเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

วันแรกภูเก็ตนำร่องฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 เข้าผิวหนังแห่งแรกของไทย

วันนี้เป็นวันแรกที่จังหวัดภูเก็ต นำร่องฉีดวัคซีนโควิด เข็มที่ 3 ซึ่งเป็นเข็มกระตุ้น เข้าทางผิวหนังแทนการฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้กับประชาชน หลังกระทรวงสาธารณสุข ไฟเขียวเพราะผลวิจัยชี้วิธีการนี้สร้างภูมิต้านทานได้ดีไม่ต่างจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และยังช่วยลดปริมาณวัคซีนได้หลายเท่า

ปราบฉ้อโกงออนไลน์

คดีเด็กชายอายุ 14 ปี ที่เชียงใหม่ถูกหลอกให้โอนเงินค่ามือถือ เป็นกรณีที่ตอกย้ำถึงปัญหาการฉ้อโกงผ่านระบบออนไลน์ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปติดตามรายละเอียดและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหานี้

สธ.เผยฉีดวัคซีนโควิด ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ทะลุล้านโดสแล้ว

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศรวมพลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน ณ เวลา 16.30 น. รวม 12 เขตสุขภาพ ฉีดได้ 1,062,081 โดส ตามเป้าหมายการฉีดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล 24 กันยายน 2564