fbpx

บ.อิสราเอลพัฒนาวัคซีนต้านโควิดแบบกิน

เยรูซาเลม 1 ส.ค.- บริษัทยาในอิสราเอลกำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แบบรับประทาน เตรียมทดลองทางคลินิกระยะแรกในต้นเดือนสิงหาคมนี้


นาดาฟ คิดรอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอ (CEO) ของออราเมด (Oramed) กล่าวว่า ในขณะที่ประชากรโลกได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดสเพียงร้อยละ 15 การต่อสู้กับการระบาดนี้ยังอีกไกลกว่าจะสำเร็จ หากมีวัคซีนแบบรับประทาน ไม่ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์มาฉีดให้และสามารถจัดส่งถึงบ้านเรือนได้โดยตรง จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพราะช่วยลดภาระด้านโลจิติกส์ลงได้มาก และอาจช่วยเพิ่มอัตราการรับวัคซีนในประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนบางส่วนลังเลที่จะรับวัคซีนแบบฉีด ผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ชาวอเมริกันเกือบ 19 ล้านคนที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนยินดีรับวัคซีนแบบรับประทาน นอกจากนี้ยังช่วยลดขยะทางการแพทย์อย่างเข็มและหลอดฉีด พลาสติก และอาจมีผลข้างเคียงน้อยกว่า

ปัจจุบันมีวัคซีนแบบรับประทานน้อยมาก เช่น วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอแบบหยอด เนื่องจากวัคซีนส่วนใหญ่ไม่ทนทานต่อสภาวะกรดในระบบย่อยอาหาร ออราเมดเชื่อว่า สามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการออกแบบแคปซูลทนทานต่อสภาวะกรดดังกล่าว จึงได้ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ ออราแวกซ์ (Oravax) ผลิตวัคซีนต้านโควิดแบบรับประทาน โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแคปซูลแบบเดียวกับแคปซูลอินซูลินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แคปซูลอินซูลินของออราเมดมีสารเคลือบคุณภาพสูงช่วยให้ละลายช้า มีตัวยับยั้งเอนไซม์โปรตีเอสในลำไล้เล็กไม่ให้ย่อยอินซูลิน และมีตัวกระตุ้นการดูดซึมอินซูลินเข้าไปในกระแสเลือด ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้ายกับผู้ป่วยจำนวนมากในสหรัฐ คาดว่าจะทราบผลได้ในเดือนกันยายน 2565


ส่วนวัคซีนที่จะกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโควิดจะเลียนแบบโครงสร้างสำคัญ 3 อย่างของเชื้อไวรัสประกอบด้วยโปรตีนส่วนที่เป็นหนามแหลม (spike protein) โปรตีนส่วนที่เป็นเปลือกหุ้ม (envelope protein) และโปรตีนส่วนที่เป็นเยื่อบุผิว (membrane protein) การเลียนแบบโครงสร้างหลายส่วน รวมถึงส่วนที่กลายพันธุ์น้อย ทำให้วัคซีนสามารถต้านทานได้หลายสายพันธุ์ แตกต่างจากวัคซีนส่วนใหญ่ในขณะนี้ที่เลียนแบบเฉพาะโปรตีนส่วนที่เป็นหนามแหลม ซึ่งเป็นส่วนที่กลายพันธุ์เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทได้ยื่นขอทดลองในหลายประเทศแล้ว คาดว่าจะเริ่มทดลองระยะแรกในอิสราเอลได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ขณะนี้รอกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

สภาล่ม ถกกฎหมายลูกเลือกตั้ง

สุดยื้อ! รัฐสภาล่ม หลังใช้เวลา 5 ชั่วโมง ถกกฎหมายลูกมาตราเดียว พบ ส.ส. พท.- พปชร. หายเกือบยกพรรค ขณะในขั้นการขานชื่อแสดงตน มี ส.ส.-ส.ว. แสดงตนครบ แต่กลับไม่ร่วมลงมติ

กนง.มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี

คณะกรรมการ กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.50 เป็นร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยให้มีผลทันที

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นพลทหารเรือ อายุ 23 ปี รวมมีผู้เสียชีวิต 16 คน และยังมีผู้บาดเจ็บต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 16 คน

นายกฯ สั่งรับมือ “พายุมู่หลาน”

นายกฯ กำชับหน่วยงานดูแลให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อม หลังกรมอุตุฯ ประกาศเตือนดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกมีฝนตกหนัก 11-13 ส.ค. นี้