จับตา “มิน อ่อง หล่าย-มินต์ ฉ่วย” หลังรัฐประหารเมียนมา

ย่างกุ้ง 1 ก.พ. – พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายเป็นที่จับตามองของนานาประเทศ เมื่อกองทัพเมียนมาสั่งควบคุมตัวนางออง ซาน ซู จี และเหล่าแกนนำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) พร้อมประกาศมอบอำนาจการปกครองให้แก่เขา ขณะที่ พล.ท.มินต์ ฉ่วย รองประธานาธิบดีคนแรกได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการประธานาธิบดี


กองทัพเมียนมาปกครองประเทศมาเกือบ 50 ปีหลังรัฐประหารในปี 2505 จากนั้นได้เข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างถาวรจากการเป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญปี 2551 เช่น กำหนดโควตาที่นั่งในสภาร้อยละ 25 โดยไม่ต้องลงสมัครเลือกตั้ง และผู้บัญชาการกองทัพมีสิทธิแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม มหาดไทย และกิจการชายแดนที่ทำให้กองทัพมีบทบาทสำคัญทางการเมือง สิทธิดังกล่าวถูกร่างขึ้นเพื่อคานอำนาจกับรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี ก่อนหน้านี้นางซู จี และสมาชิกพรรคถูกกดขี่ข่มเหงมาเป็นเวลาหลายปีจากการต่อต้านรัฐบาลทหาร จนกระทั่งเกิดเหตุรัฐประหารขึ้นในวันนี้ที่ทำให้พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายขึ้นครองอำนาจในเมียนมาในฐานะผู้นำแห่งรัฐ (State Leader of Myanmar)

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย วัย 64 ปีเคยเข้าร่วมขบวนประท้วงการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในสมัยที่เขาเรียนด้านกฎหมายในมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในช่วงปี 2515 – 2517 ในขณะที่เพื่อนนักศึกษาเข้าร่วมกับกลุ่มประท้วงต่อไป อ่อง หล่ายกลับตัดสินใจสมัครสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยดีเอสเอ (DSA) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยทหารชั้นนำของเมียนมา เพื่อนนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกันเผยกับรอยเตอร์ว่า ในช่วงแรกอ่อง หล่ายก็เหมือนกับนักเรียนนายร้อยทั่ว ๆ ไปที่ได้รับการเลื่อนขั้นช้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่รู้สึกตกใจในภายหลังที่รู้ว่าเขาได้เลื่อนขั้นไปจนมียศสูงกว่าทหารระดับกลาง ต่อมาในปี 2554 อ่อง หล่ายได้เข้ารับตำแหน่งผู้นำกองทัพเมียนมาในช่วงที่มีการเริ่มถ่ายโอนอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย นักการทูตในย่างกุ้งกล่าวว่า ตั้งแต่ที่นางซู จีเริ่มดำรงตำแหน่งสมัยแรกในปี 2559 เป็นต้นมา อ่อง หล่ายก็ได้ผันตัวจากทหารเงียบขรึมมาเป็นนักการเมืองและบุคคลสาธารณะ รวมทั้งการเปิดบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อเผยแพร่กิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาทำจนมียอดผู้ติดตามหลายแสนคน อย่างไรก็ดี อ่อง หล่ายไม่เคยแสดงทีท่าว่าจะคืนส่วนแบ่งที่นั่งในสภาร้อยละ 25 หรืออนุญาตการเปลี่ยนแปลงมาตราใด ๆ ในรัฐธรรมนูญที่ขัดขวางนางซู จีให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี


นายมินต์ ฉ่วย รองประธานาธิบดีคนแรก

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ได้รับบทบาทหลังการรัฐประหารในช่วงเช้ามืดวันนี้คือ นายมินต์ ฉ่วย วัย 69 ปี รองประธานาธิบดีคนแรกที่สถานีโทรทัศน์เมียวดีประกาศหลังการรัฐประหารและควบคุมตัวนางซู จี ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี เขาเคยดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีถิ่น จอว์ ของเมียนมาประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 มินต์ ฉ่วย เป็นคนเชื้อสายม้งที่มีตำแหน่งถึงยศพลโทในกองทัพเมียนมา. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ภาษีสหรัฐ

นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปแก้ปัญหาภาษีสหรัฐ 8 เม.ย.นี้

“จิรายุ” ระบุฝ่ายค้านบางพรรคน่าจะตกข่าว เพิ่งมาเสนอให้นายกฯ ตั้ง คกก.แก้ปัญหาภาษีสหรัฐฯ ทั้งที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ “ทรัมป์” ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บอก 8 เม.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม กก.สรุปทั้งหมด ที่ทำเนียบฯ

ตึกถล่ม

ปูพรมค้นหาทุกจุด ตึก สตง.ถล่ม

ปฏิบัติการปูพรมทุกจุด ค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม ได้กลิ่นค่อนข้างแรง พบลักษณะคล้ายน้ำเหลืองและคราบเลือดในโซน B แต่ก็ยังไม่สามารถทลายปูนและตัดเหล็กเข้าไปได้