สหรัฐ 4 เม.ย. – ทั่วโลกอยู่ในภาวะวุ่นวายจริงๆ ตลาดหุ้น ภาคธุรกิจ ไปจนถึงบุคคลทั่วไป ต้องปั่นป่วน จากผลของมาตรการภาษีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศออกมา
ทั่วโลกเตรียมตัวเตรียมใจอยู่บ้างแล้วว่าจะมีวันนี้ แต่ไม่อาจเลี่ยงความโกลาหลจากการประกาศสงครามโลกด้านการค้าที่กระทบแทบทุกดินแดน เป็นการกลับลำระเบียบเศรษฐกิจโลกที่สหรัฐเองมีส่วนสร้างขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลก
งานใหญ่ในทำเนียบขาว ที่หลายคนอาจมองเป็นพิธีฉลอง หรือน่าจะเป็นปราศรัยหาเสียง หรือเปรียบเหมือนเกมโชว์ ตัวเลขพารวย แผ่นรายชื่อบนเวที สำหรับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มันคือใบประกาศเอกราช ปลดแอกชาติ อุตสาหกรรมเกิดใหม่ ทวงคืนโชคชะตา พาชาติให้ร่ำรวยมั่งคั่งอีกครั้งไล่เรียงการคิดคำนวณ ตัวเลขที่ปรากฏออกมาคือ อาวุธที่จะเริ่มใช้กับรายประเทศคู่ค้า 9 มีนาคมนี้
คำแถลงสะท้อนความฝังลึกในใจมานานว่าสหรัฐถูกรุมกินโต๊ะเอารัดเอาเปรียบ โดยประเทศทั้งใกล้ ทั้งไกล ทั้งมิตรและศัตรู สำหรับนายทรัมป์ผู้เชื่อมั่นในพลังอำนาจของภาษี มั่นใจเต็มเปี่ยมว่าสหรัฐจะเป็นผู้ชนะ ปลดแอกแรงงานอเมริกัน ฐานเสียงสำคัญของเขาที่ถูกทอดทิ้ง ในวันเอกราชนี้
แต่สำหรับคนทั้งโลกนี่คือการประกาศสงครามโลกด้านการค้า ที่ยากจะหาผู้ชนะได้ ผู้หิวโหยแทบทุกมุมโลกกำลังต้องเผชิญผลของสงครามที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่ง ได้ประกาศกับคู่ค้า 185 ประเทศ หลายประเทศที่ไม่อาจต่อกรได้ ด้วยสภาพความยากจน เศรษฐกิจอ่อนแอ เหตุเภทภัย และสงครามกลางเมือง
สำหรับไทย และเพื่อนบ้านอาเซียน เผชิญภาษีในอัตราสูง กัมพูชา ซึ่งประชากรเกือบ 18 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในภาวะยากจน โดนภาษี 49 เปอร์เซ็นต์ ลาว ประเทศที่มีประชากรยากจน 18 เปอร์เซ็นต์ ถูกตั้งกำแพงภาษี 48 เปอร์เซ็นต์ เวียดนาม อดีตศัตรูที่กลายเป็นมิตรใกล้ชิดด้านการค้า 46 เปอร์เซ็นต์ เมียนมา อัตราภาษี 44 เปอร์เซ็นต์ เป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เขย่าประเทศที่ดิ้นรนจากภาวะสงครามกลางเมืองและภัยพิบัติในขณะนี้ อินโดนีเซีย เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียนและแหล่งผลิตสินค้าแบรนด์อเมริกัน 32 เปอร์เซ็นต์
ไม่ไกลจากทำเนียบขาว ชาวเมืองหลวงกำลังตื่นกลัวกับผลของภาษีจะค่อยๆ ทำให้ราคาข้าวของสูงขึ้น ตำแหน่งงานหดหาย การเติบโตทางเศรษฐกิจลดถอยลง นักการเมืองทั้งสองขั้วคัดค้านมาตรการภาษี แต่ดูจะเสียงเบาขวางไม่อยู่ แกนนำของพรรคเดโมแครต ยกรายงานการประเมินว่า ครัวเรือนอเมริกันมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลทรัมป์มีเป้าใหญ่เพื่อลดภาษีให้คนรวย
ทั่วโลกกำลังมีปฏิกิริยากับคำประกาศสงครามของทรัมป์ พร้อมกับความโกลาหล สหภาพยุโรปที่นายทรัมป์ ตราหน้าว่าไม่ใช่เพื่อนแท้ แต่เป็นคู่ค้าที่เอารัดเอาเปรียบ ก็กำลังตอบโต้กลับ พันธมิตรที่ได้ชื่อว่าผู้ช่วยนายอำเภอ อย่างออสเตรเลีย ด้วยอัตราภาษี 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าสูงเกินไปแล้ว ผู้นำออสเตรเลีย ติงนี่ไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนทำกับเพื่อน
จากนี้ไปต้องติดตามปฏิกิริยาของแต่ละชาติที่มีเงื่อนไขปัจจัยต่างกันไป อาจเลือกเจรจา หากไม่มีทางเลือกอาจต้องจำยอม แล้วหากงัดมาตรการกีดกันการค้าสู้กันเต็มรูปแบบ เสี่ยงที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เป็นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เช่นเมื่อเกือบร้อยปีก่อนได้.-สำนักข่าวไทย