วอชิงตัน 3 เม.ย. – ผู้นำสหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจาก 185 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าทุกชนิดขั้นต่ำในอัตราร้อยละ 10 และจะเรียกเก็บในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับหลายประเทศ โดยคู่ค้าสำคัญอย่างจีนจะโดนเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีกร้อยละ 34 จากเดิมที่เคยเรียกเก็บที่ร้อยละ 20 จะส่งผลให้สินค้าจากจีนต้องเจอภาษีถึงร้อยละ 54 ส่วนพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐอย่างสหภาพยุโรปหรืออียู และญี่ปุ่นจะถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 20 และ ร้อยละ 24 ตามลำดับ
ในขณะที่ไทยและประเทศอื่นๆในอาเซียนก็ล้วนต้องเจอกับอัตราภาษีสูงลิ่วเช่นกัน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 36 เวียดนามร้อยละ 45 อินโดนีเซียร้อยละ 32 มาเลเซียร้อยละ 24 กัมพูชาร้อยละ 49 เมียนมาร้อย 44 และลาวร้อยละ 48 ส่วนฟิลิปปินส์ที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดถูกเรียกเก็บภาษีเพียงร้อยละ 17 และสิงคโปร์ถูกสุดเพียงร้อยละ 10 โดยอัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 สำหรับสินค้าทุกชนิดจะเริ่มมีผลในวันที่ 5 เมษายน ส่วนอัตราภาษีที่สูงกว่านั้นซึ่งครอบคลุมราว 60 ประเทศรวมถึงจีนและอียูจะเริ่มมีผลในวันที่ 9 เมษายน
การประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ในรอบนี้ครอบคลุม 185 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ซึ่งทรัมป์บอกว่าเป็นการตอบโต้มาตรการภาษีและมาตรการอื่นๆที่ประเทศคู่ค้าบังคับใช้กับสินค้าชองสหรัฐ ทรัมป์ยังยืนยันด้วยว่าการขึ้นภาษีรอบใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและเพิ่มการผลิตภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้อเมริกากลับมาร่ำรวยอีกครั้ง
ขณะที่ผู้นำของนานาประเทศต่างแสดงความไม่เห็นด้วย และเสียใจกับการขึ้นภาษีของนายทรัมป์ ซึ่งบางประเทศพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ แต่บางประเทศก็บอกว่าจะไม่ตอบโต้ และหลังจากที่นายทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีไปไม่นานทางรัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ออกมาเตือนประเทศต่างๆ ไม่ให้ตอบโต้สหรัฐ และควรจะยอมรับ เพราะถ้าหากมีการตอบโต้ก็จะยิ่งทำให้สงครามการค้าโลกรุนแรงหนักขึ้น.-816.-สำนักข่าวไทย