วอชิงตัน 2 มี.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งให้เปิดการสอบสวนทางการค้าว่าจะสามารถขึ้นภาษีศุลกากรไม้แปรรูปนำเข้าได้อีกหรือไม่ ซึ่งจะกระทบแคนาดาที่ส่งออกไม้แปรรูปไปสหรัฐมากที่สุด
ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในบันทึกเมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น สั่งการให้นายฮาวเวิร์ด ลัตนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ เปิดการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติเรื่องการนำเข้าไม้แปรรูป ภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้าปี 2505 (Trade Expansion Act of 1962) ให้แล้วเสร็จภายใน 270 วัน ครอบคลุมสินค้าที่ผลิตจากไม้แปรรูป เช่น ตู้ในห้องครัว เป็นกฎหมายเดียวกับที่นายทรัมป์ใช้ในการขึ้นภาษีร้อยละ 25 กับเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าจากทั่วโลกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์
นอกจากนี้นายทรัมป์ยังสั่งให้ดำเนินมาตรการใหม่ภายใน 90 วัน เพื่อเพิ่มการผลิตไม้แปรรูปในประเทศ ด้วยการลดขั้นตอนกระบวนการอนุมัติการผลิตไม้แปรรูปจากที่ดินสาธารณะ และการปรับปรุงวิธีการจัดการกับซากต้นไม้ตามป่าและทางน้ำต่าง ๆ
ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ระบุว่า จะเก็บภาษีไม้แปรรูปในอัตราเท่าใด แต่เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า กำลังคิดเรื่องเก็บภาษีร้อยละ 25 กับไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์จากไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ข้อมูลของเว็บไซต์ Observatory of Economic Complexity (OEC) ระบุว่า ปี 2566 สหรัฐนำเข้าผลิตภัณฑ์จากไม้มูลค่า 24,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 849,400 ล้านบาท) มากเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยนำเข้าหลักจากแคนาดา 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 393,900 ล้านบาท) ตามด้วยจีน 2,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 81,860 ล้านบาท) บราซิล 1,570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 53,770 ล้านบาท) ชิลี 1,090 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 37,330 ล้านบาท) และเวียดนาม 988 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,840ล้านบาท).-814.-สำนักข่าวไทย