คุก 30 ปีคนส่งยาเสพติดในสหรัฐทำคนตายเพราะเฟนทานิล

เครดิตภาพ : COLORADO’S 17TH JUDICAL DISTRICT ATTORNEY’S OFFICE

นิวยอร์ก 5 ต.ค.- หัวหน้าแก๊งส่งยาเสพติดในนครนิวยอร์กของสหรัฐถูกตัดสินจำคุก 30 ปี โทษฐานทำให้มีคนเสียชีวิต 3 คนในวันเดียวกัน จากการเสพยาเสพติดผสมเฟนทานิลที่เป็นยาระงับปวดแบบรุนแรง


อัยการเขตนิวยอร์กใต้แถลงว่า นายบิลลี ออร์เตกา วัย 37 ปี ส่งโคเคนผสมเฟนทานิลให้แก่ลูกค้า 3 คนในเดือนมีนาคม 2564 ประกอบด้วยทนายความ นักค้าหลักทรัพย์ และนักสังคมเคราะห์ ทั้งหมดเสียชีวิตในวันเดียวกัน ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ นายออร์เตการู้อยู่แล้วว่า ลูกค้าคนหนึ่งเคยมีภาวะใช้ยาเกินขนาดจากเฟนทานิลผสมในโคเคน แต่ก็ยังคงส่งยาเสพติดให้แก่ลูกค้าต่อไป พฤติกรรมใจดำและชั่วร้ายของเขาจึงสมควรได้รับการลงโทษสถานหนัก

อัยการเผยว่า นายออร์เตกาส่งยาเสพติดตั้งแต่ปี 2558-2565 โดยจ้างญาติและเพื่อนมาทำงานให้ เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ และผู้พิพากษารัฐบาลกลางตัดสินจำคุก 30 ปีเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น โทษสถานหนักนี้จะเป็นการเตือนไปยังผู้ค้ายาเฟนทานิลที่ทำให้เกิดการระบาดในชุมชนว่า จะต้องรับผลร้ายแรงที่สุด


สหรัฐกำลังเผชิญปัญหาคนล้มตายเพราะเฟนทานิล ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ในกลุ่มโอปิออยด์ มีความรุนแรงกว่าเฮโรอีนถึง 50 เท่า แต่ผลิตได้ง่ายกว่าในราคาถูกกว่า เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะใช้ยาเกินขนาด ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือซีดีซี (CDC) เผยว่า ปี 2565 ปีเดียวสหรัฐมีคนตายเพราะใช้ยาเกินขนาดมากถึง 110,000 คน ขณะที่จีนเป็นผู้ผลิตสารเคมีตั้งต้นรายใหญ่ที่ถูกส่งไปยังเม็กซิโกและอเมริกากลาง โดยที่แก๊งอาชญากรรมจะนำไปผลิตยาเฟนทานิลแล้วลอบส่งเข้าไปในสหรัฐ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

สั่งย้าย “อธิบดีกรมวิชาการเกษตร” ปมเอื้อแล็บตรวจ BY2 ทุเรียนส่งออก

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงนามในคำสั่งย้าย “อธิบดีกรมวิชาการเกษตร” มาช่วยราชการที่กระทรวงเกษตรฯ หลังมีหนังสือร้องเรียนเอื้อเอกชนเรียกรับเงินตรวจสอบสาร BY2 ทุเรียนส่งออก

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

“นฤมล” เผยได้รับหนังสือร้องเรียนอธิบดีกรมวิชาการเกษตรปมแล็บตรวจ BY2

รมว. เกษตรฯ เผยได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ที่ขอให้ตรวจสอบอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์แล็บตรวจสาร Basic Yellow 2 (BY2)

ผลตรวจดีเอ็นเอ “ผกก.โจ้” ออกแล้ว ส่งให้ สน.ประชาชื่น

ออกแล้ว ผลตรวจผ้าขนหนู คดี “ผกก.โจ้” ไม่พบดีเอ็นเอของบุคคลอื่น เตรียมส่งผลให้พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ดำเนินการต่อ

กระบะตัดหน้ารถไฟ ชนสนั่น ตาย 4 เจ็บ 6

กระบะขนคนงานจับกุ้งกุลาดำ ขับตัดหน้ารถไฟ ก่อนพุ่งชนสนั่น ตายคาที่ 4 ศพ เจ็บระนาวอีก 6 ราย ขณะที่คนขับไร้อาการบาดเจ็บ อ้างไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือน ตำรวจคุมตัวตรวจพบฉี่ม่วง เจ้าตัวยอมรับเสพยาบ้า ก่อนแจ้ง 2 ข้อหาหนัก

ข่าวแนะนำ

Ciudad Juarez gets a rosy view of a rare total lunar eclipse

แห่ชมจันทรุปราคาสีเลือด

เม็กซิโกซิตี 15 มี.ค.- เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ผู้คนในหลายประเทศมีโอกาสได้รับชมปรากฎการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงที่ทำให้พระจันทร์กลายเป็นสีแดงเข้ม และเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง ลาตินอเมริกาเป็นภูมิภาคหนึ่งที่สามารถรับชมจันทรุปราคาเต็มดวงได้ในเมืองใหญ่ของหลายประเทศ  โดยที่กรุงการากัส ของเวเนซุเอลา และกรุงโบโกตาของโคลอมเบีย มีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจมาร่วมชมปรากฎการณ์นี้ที่ท้องฟ้าจำลองของทั้ง 2 ประเทศได้จัดกิจกรรมรับชมจันทรุปราคาขึ้น ส่วนที่เม็กซิโก ผู้คนสามารถรับชมได้ตั้งแต่กรุงเม็กซิโกซิตี้ขึ้นไปถึงเมืองซิวดัดฮัวเรซทางภาคเหนือ โดยภาพของดวงจันทร์เมื่อคืนที่ผ่านมาปรากฎให้เห็นเป็นสีแดงเข้ม หรือที่เรียกกันว่าพระจันทร์สีเลือด  ข้อมูลขององค์การบริหารหารบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซาระบุว่า จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้กินเวลาทั้งหมด 66 นาที เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคลาตินอเมริกานับจากปี 2565 นอกจากนี้ยังมีอีกหลายทวีปที่สามารถมองเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาเหนือ บางส่วนของแอฟริกา และยุโรป ออสเตรเลียและญี่ปุ่น  ขณะที่บางพื้นที่จะมองเห็นจันทรุปราคาแบบไม่เต็มดวง.-816(814).-สำนักข่าวไทย

สะพานยกระดับถล่ม

“สุริยะ” เสียใจเหตุคานสะพานก่อสร้างทรุดตัว

“สุริยะ” แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เหตุคานสะพานยกระดับทรุดตัว บริเวณด่านฯ ดาวคะนอง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ลั่นก่อน เม.ย.68 มาตรการสมุดพกผู้รับเหมาเริ่มใช้ พบทำผิดสั่งหยุดงาน-งดร่วมทุกประมูลงาน มอบ กทพ. เร่งกู้คืนพื้นที่-ตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

Marco Rubio's statement on Announcement of a Visa Restriction Policy on Thai offcials

สหรัฐเข้มงวดวีซ่า จนท.ไทย จากเหตุส่งอุยกูร์กลับจีน

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประกาศนโยบายเข้มงวดการออกวีซ่าให้แก่เจ้าหน้าที่ไทยทั้งอดีตและปัจจุบัน ที่เกี่ยวข้องกับการส่งชาวอุยกูร์ 40 คนจากไทยไปจีน