สหรัฐ-รัสเซีย เล็งขายอาวุธให้เวียดนามที่กรุงฮานอย

ฮานอย 8 ธ.ค. – บริษัทผลิตอาวุธของสหรัฐกับรัสเซียนำอาวุธยุทโธปกรณ์มาจัดแสดงและจัดบูธส่งเสริมการขายอากาศยานหลายรุ่นที่งานจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่ และครั้งแรกของเวียดนาม ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงฮานอย


สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เวียดนามได้จัดงานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่และครั้งแรกที่ฐานทัพอากาศในกรุงฮานอย ซึ่งมีบริษัทผลิตอาวุธ 174 แห่งจาก 30 ประเทศตบเท้าเข้าร่วมงานนี้ รวมถึงประเทศผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ทั้งหมดยกเว้นจีน ในขณะที่เวียดนามกำลังมองหาการจัดหาอาวุธจากหลากหลายประเทศ และอาจเริ่มผันตัวเป็นผู้ส่งออกอาวุธที่ผลิตขึ้นเอง ทั้งนี้ เวียดนามได้เชิญบริษัทผลิตอาวุธของจีนเข้าร่วมงานนี้ด้วย แต่จีนได้ปฏิเสธเข้าร่วมงานโดยไม่ได้ระบุเหตุผล ด้านนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ่งห์ ของเวียดนาม กล่าวในพิธีเปิดงานว่า รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าที่จะจัดหาอาวุธจากหลากหลายประเทศเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการป้องกันประเทศและประชาชนเวียดนามท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายที่เพิ่มมากขึ้น

นายมาร์ค แน็ปเปอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเวียดนาม กล่าวในงานนี้ว่า งานแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้พยายามที่จะก้าวไปสู่เวทีระดับโลกที่มีความหลากหลายและทันสมัย โดยสหรัฐต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามดังกล่าวของเวียดนาม ทั้งยังระบุว่า สหรัฐต้องการช่วยสนับสนุนความร่วมมือทางทหารกับเวียดนาม โดยเฉพาะความร่วมมือเรื่องเรือยามฝั่งและเครื่องบินฝึกเป็นหลัก นอกจากนี้ สหรัฐยังพร้อมที่จะหารือเรื่องความจำเป็นด้านการป้องกันประเทศกับเวียดนามอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องขีดความสามารถในการป้องกันทางทะเล


บูธของโรโซโบรอนเอ็กซ์ปอร์ต รัฐวิสาหกิจด้านอาวุธของรัสเซีย

ในขณะเดียวกัน โรโซโบรอนเอ็กซ์ปอร์ต (Rosoboronexport) รัฐวิสาหกิจนำเข้าและส่งออกอาวุธของรัสเซีย ได้เปิดบูธขนาดใหญ่เพื่อจัดแสดงอาวุธของรัสเซียที่งานนี้ด้วย เช่น โดรน รถหุ้มเกราะ เฮลิคอปเตอร์ อากาศยาน และอาวุธขนาดเล็ก ขณะที่ผู้อำนวยการฝ่ายทั่วไปของโรโซโบรอนเอ็กซ์ปอร์ต ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทพร้อมที่จะหารือกับเวียดนามในด้านการเป็นพันธมิตรทางอุตสาหกรรมและการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ รัสเซียถือเป็นผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ของเวียดนามคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80 ของอาวุธทั้งหมด แต่ตัวเลขดังกล่าวเริ่มลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาวุธของรัสเซีย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด