วอชิงตัน 2 ธ.ค.- ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐและประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศสรับปากว่า จะแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับยุโรปในเรื่องที่สหรัฐให้การอุดหนุนอุตสาหกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีมาครงแถลงร่วมกันหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดที่ทำเนียบขาว ย้ำความร่วมมือกันในช่วงที่ยุโรปกังวลว่ากฎหมายลดเงินเฟ้อหรือไออาร์เอ (IRA) ของสหรัฐไม่เป็นมิตรต่อการแข่งขันและจะทำให้คนในยุโรปตกงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในอุตสาหกรรมพลังงานและยานยนต์ ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า เขาจะไม่ขอโทษเรื่องกฎหมายไออาร์เอมูลค่า 430,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15 ล้านล้านบาท) ที่สหรัฐบังคับใช้เมื่อเดือนสิงหาคม เน้นเรื่องการลงทุนและการสนับสนุนการลงทุนด้านสภาพภูมิอากาศและสังคม เนื่องจากกฎหมายนี้ไม่เคยมีเจตนาจะทำให้พันธมิตรเสียประโยชน์ แต่มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมไปพร้อมกับหุ้นส่วนอย่างยุโรป ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงที่โควิด-19 ระบาดและสงครามในยูเครน อย่างไรก็ดี เขายอมรับว่า กฎหมายฉบับนี้มีความซับซ้อนและกว้างขวางจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข
ด้านประธานาธิบดีมาครงยอมรับว่า เป้าหมายของไออาร์เอเรื่องสร้างงานและเดินหน้าปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเป้าหมายเดียวกันกับยุโรป แต่การอุดหนุนอุตสาหกรรมของสหรัฐตามกฎหมายนี้เสี่ยงสร้างความเสียหายให้แก่ธุรกิจยุโรป ประเด็นหลักในการหารือกับประธานาธิบดีไบเดนจึงเป็นการหาทางปรับให้เข้ากันและทำงานร่วมกันด้วยยุทธศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน และหลังจากที่ได้หารือกับผู้นำสหรัฐและสมาชิกสภาสหรัฐแล้ว เขารู้ว่ายุโรปและสหรัฐมีเจตนาเดียวกันว่าต้องการประสบความสำเร็จด้วยกัน
กรรมาธิการการตลาดภายในของสหภาพยุโรปหรืออียูขู่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนว่า จะร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก และพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ หากสหรัฐไม่ยกเลิกการอุดหนุนตามไออาร์เอ ทั้ง 2 ฝ่ายจะแก้ไขประเด็นขัดแย้งกันในการประชุมสภาการค้าและเทคโนโลยีอียู-สหรัฐวันที่ 5 ธันวาคมนี้.-สำนักข่าวไทย