“หมอพรทิพย์” เผยชันสูตร “แตงโม” รอบ 2 ไม่พบคราบปัสสาวะในแผ่นอนามัย

กรุงเทพฯ 18 มี.ค. – “หมอพรทิพย์” เผยอีกหนึ่งข้อมูลน่าสนใจ ผลผ่าชันสูตรศพ “แตงโม” รอบ 2 ไม่พบคราบปัสสาวะในแผ่นอนามัย ด้านนักเคมีแนะตรวจคราบปัสสาวะเพิ่ม เพื่อพิสูจน์กรณีปัสสาวะท้ายเรือ


ผลผ่าชันสูตรศพรอบ 2 ของ “แตงโม ภัทรธิดา” หลายประเด็นแถลงไปแล้วเมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) แต่มีอีกประเด็นที่สังคมยังสงสัย คือ “แตงโม” นั่งปัสสาวะท้ายเรืออย่างที่คนบนเรือให้การหรือไม่ นอกจากผลตรวจกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งบอกได้ไม่ชัดเจน เพราะไม่เต็มและเน่า เนื่องจากแช่น้ำนาน ยังมีอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ผลการตรวจหายูเรียในแผ่นอนามัยที่ “แตงโม” ใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่ง “หมอพรทิพย์” บอกว่า ผลตรวจไม่พบยูเรีย หรือคราบปัสสาวะ

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยผลการชันสูตรศพ “แตงโม ภัทรธิดา” รอบ 2 ในประเด็นที่สังคมสงสัยว่า “แตงโม” ไปปัสสาวะท้ายเรือตามที่คนบนเรือให้การหรือไม่ ซึ่งเมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) ไม่ได้แถลง เนื่องจากมีหลายประเด็นมาก จึงไม่ได้พูดในวงแถลง ซึ่งแพทย์นิติเวชได้ทำการทดสอบที่แผ่นอนามัยที่ “แตงโม” ใส่ในวันเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบว่ามีคราบปัสสาวะหรือยูเรียหรือไม่ ผลปรากฏว่า ไม่พบคราบปัสสาวะหรือยูเรียติดอยู่ ตนเองจึงชมว่า การชันสูตรครั้งนี้ตอบโจทย์ได้หมดทุกข้อสงสัย รวมทั้งรอยบาดแผลที่ขา มีการเอกซเรย์ซ้ำ พบว่าแผลไม่ได้ลึกถึงกระดูก ซึ่งเป็นแผลที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต และไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ แต่แผลจะเกิดก่อนตกน้ำ หรือเกิดแผลระหว่างอยู่ในน้ำ ตรงนี้สำคัญ พนักงานสอบสวนควรมาคุยกับแพทย์ทั้ง 2 หน่วย คือ หน่วยผ่าศพทั้งรอบแรก รอบ 2 และแพทย์ที่ไปตรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อจะได้ตอบข้อสงสัยและสรุปประเด็นให้ได้ว่า บาดแผลเกิดจากอะไร


ด้าน “อาจารย์อ๊อด” รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า คราบปัสสาวะสามารถตรวจพบได้ ด้วยวิธีนำตัวอย่างที่สงสัยว่าจะมีคราบปัสสาวะติดอยู่ เช่น ชุดชั้นใน หรือแผ่นอนามัย ไปสกัดหาโปรตีน หรือยูเรีย หรือดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังสามารถตรวจหาคราบปัสสาวะได้จากพื้นที่บนเรือ หรืออีกจุดหนึ่งที่จะตรวจได้ คือ ภายในตัวผู้เสียชีวิต ซึ่งผลการตรวจพบว่ากระเพาะปัสสาวะเริ่มเน่า ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน การเก็บตัวอย่างกรณีนี้ ถือว่ายากลำบาก เพราะเป็นการจมน้ำ ทำให้แผ่นอนามัย กางเกงใน หรือบอดี้สูท โดนกระแสน้ำพัดพาสารเคมีหลุดไปได้ แต่อาจจะไม่หลุดไปทั้งหมด ซึ่งนักนิติวิทยาศาสตร์อาจต้องสกัดตัวอย่าง เช่น บอดี้สูทที่อยู่ใกล้อวัยวะเพศ มาตรวจสอบคราบปัสสาวะอย่างละเอียด หากพยายามจนถึงที่สุดยังไม่สามารถตรวจพบคราบปัสสาวะได้ ก็ต้องยกประโยชน์ให้กับข้อเท็จจริงจากปากของพยานในเรือที่เห็น “แตงโม” เป็นคนสุดท้าย คือ “แซน” ว่า “แตงโม” ปัสสาวะท้ายเรือจริง

“อาจารย์อ๊อด” ยังยกตัวอย่างคดี “ผู้พันตึ๋ง” ที่ใช้เทคนิคตรวจพบคราบเลือดบนพรม จนนำไปสู่การค้นหาคราบเลือดในท่อระบายน้ำ กลายเป็นคดีฆาตกรรมอำพรางจริง และสิ่งที่ควรติดตามก่อนการหาคราบปัสสาวะ ก็คือ คราบเลือดที่อาจอยู่บนเรือ เพื่อตอบสมมติฐานที่ว่า บาดแผลเกิดก่อนการจมน้ำเสียชีวิตหรือไม่ และหากไม่มีคราบเลือดบนเรือเลย มูลเหตุจูงใจในเรื่องฆาตกรรมแฝงก็จะหายไป ประเด็นต่อมา หากพยานบอกว่า “แตงโม” ไปปัสสาวะ ก็ต้องตรวจหาหลักฐานอื่น เช่น ลายนิ้วมือ “แตงโม” ที่จับท้ายเรือ ว่ามีจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่เจอก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่า “แตงโม” ปัสสาวะจริง

ท้ายที่สุด “อาจารย์อ๊อด” เชื่อว่า เครื่องจับเท็จจะช่วยได้ เพราะถ้าโกหก หัวใจจะเต้นเร็ว ความดันจะขึ้น และบอกว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้าคณะสอบสวน จะนำ “แซน” เข้าเครื่องจับเท็จ และซักกรณีว่า “แตงโม” ปัสสาวะท้ายเรือจริงหรือไม่ ถ้าโกหกเครื่องจับเท็จจะบอกทันที และยกตัวอย่างคดี “หม่อมลูกปลา” ว่า เครื่องจับเท็จก็ถูกนำมาใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตคดีนี้ ถ้าเป็นปกติ หลังเพื่อนตกน้ำ ทุกคนต้องอยู่รอจนเหตุการณ์ยุติที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ไปเตรียมการนัดแนะกันเช่นนั้น มีการนำเรือไปเก็บทำลายหลักฐาน จึงน่าจะมีการโกหกกันอยู่ สิ่งสุดท้ายที่จะยืนยันได้ คือ เครื่องจับเท็จเท่านั้น พร้อมบอกว่า ไม่รู้ว่าคราบปัสสาวะที่บริเวณช่องคลอด นิติเวชจะส่งตรวจหรือไม่ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เนื้อเยื่อในท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ น่าจะตรวจได้ว่ายังมีคราบของโปรตีน หรือไข่ขาว อธิบายได้ว่าผ่านการปัสสาวะมาจริง แต่ไม่รู้ปัสสาวะช่วงไหน คดีนี้มีพิรุธมหาศาล เครื่องจับเท็จจะช่วยได้ ซึ่งถ้าสาวไปไม่ถึงประเด็นฆาตกรรม ก็อาจจะเหลือเพียงประเด็นเดียว คือ อุบัติเหตุ. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม