กทม. 1 พ.ค.- แม่เหยื่อรายล่าสุด เข้าให้ข้อมูลกับคณะทำงาน “บิ๊กโจ๊ก” เชื่อ “แอม” ทำให้ลูกสาวเสียชีวิต
นางลัดดา อายุ 64 ปี ชาวกำแพงเพชร ซึ่งแม่ของ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ ทราย อายุ 37 ปี ที่เสียชีวิตเมื่อ 7 ปีก่อนในพื้นที่กรุงเทพฯ เดินทางเข้าให้ข้อมูลกับคณะทำงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังแม่ยังสงสัยลูกสาวอาจเสียชีวิตจากการกระทำของ “แอม” โดยแม่บอกสั้นๆ ว่า รู้สึกสบายใจที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ามาช่วยดูแลคดี ยืนยัน จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับลูกสาวและอยากให้ “แอม” ได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนตัวแม้ว่าจะไม่เห็นว่า “แอม” กระทำอย่างไรต่อลูกสาว แต่ยังเชื่อว่า “แอม” ทำให้ลูกสาวเสียชีวิต
ทั้งนี้ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือ “ทราย” เสียชีวิต เมื่อปี 58 โดยมีข้อมูลว่า “ทราย” ใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ มีความสนิทสนมกับ “แอม” ถือเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลาทำบุญก็จะมี “แอม” ไปด้วย โดยตลอดระยะเวลาที่คบหาเป็นเพื่อนกันกับ “แอม” โดย “ทราย” จะคอยช่วยเหลือ “แอม” ในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเงิน ซึ่ง “แอม” มักจะยืมเงิน “ทราย” ตลอดเวลา ครั้งละประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เคยมีการใช้คืน ซึ่ง “ทราย” ก็ไม่เคยบ่นหรือทวงเงิน ล่าสุดก่อนที่ “ทราย” จะเสียชีวิต “ทราย” ได้ไปพักอยู่กับสามีที่ต่างประเทศประมาณ 3 ปี จากนั้นเมื่อเดินทางกลับมาที่ไทย “แอม” ก็อาสาไปรับ “ทราย” ที่สนามบินและมาส่งบ้านในช่วงเช้ามืด จากนั้นไม่นานแม่ของ “ทราย” ก็มาทราบข่าวว่าลูกสาวเสียชีวิต จึงต้องจัดการเรื่องศพ
อีกทั้ง ภายหลังจากการฌาปนกิจศพ “ทราย” เสร็จสิ้น แม่ของ “ทราย” เคยโทรศัพท์หา “แอม” สอบถามเกี่ยวกับทรัพย์สินของ “ทราย” แต่กลับถูก “แอม” พูดจาไม่ดีใส่และตัดสายทิ้ง พร้อมกับอ้างว่าสามีของ “ทราย” ได้บอกให้ “แอม” นำทรัพย์สินไปประมูลขาย เป็นเหตุให้แม่ของ “ทราย” ยังคงค้างคาใจต่อสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวมาตลอดระยะเวลา 7 ปี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต แพทย์ระบุว่า เกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะใช้สอบถามนางลัดดานั้น จะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยงระหว่าง “ทราย” และ “แอม” เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการสืบสวนขยายผลต่อไป นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.) มีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. จะเรียกประชุมทีมคลี่คลาย เพื่อสรุปคดีทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากที่มีการมอบหมายงานให้สถานีตำรวจแต่ละพื้นที่ดำเนินการ พร้อมกับรับเรื่องราวร้องทุกข์เพิ่มเติมว่าจะมีผู้เสียหายรายอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ .-สำนักข่าวไทย