fbpx

โมเดอร์นาเริ่มทดลองวัคซีนสำหรับเอชไอวีแล้ว

วอชิงตัน 28 ม.ค. – โมเดอร์นา อิงค์ และโครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ระหว่างประเทศ (IAVI) เผยว่า ได้เริ่มการทดลองระยะแรกของวัคซีนป้องกันไวรัสเอชไอวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์ โดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ ในกลุ่มอาสาสมัครวัยผู้ใหญ่ 56 คนที่มีผลตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นลบ โมเดอร์นาและโครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ระหว่างประเทศระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า เป้าหมายของวัคซีนทดลองดังกล่าวคือการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ภูมิต้านทานที่มีประสิทธิภาพกว้าง (bnAbs) ซึ่งสามารถต้านทานเชื้อเอชไอวีได้หลากหลายสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน วัคซีนนี้จะทำให้เซลล์บี (B lymphocytes) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อเอชไอวีได้ ทั้งยังระบุว่า ในการทดลองครั้งนี้ กลุ่มอาสาสมัครจะได้รับการฉีดสารที่ทำให้ภูมิคุ้มกันตอบสนอง หรืออิมมูโนเจน และจะได้รับการฉีดสารดังกล่าวเพื่อกระตุ้นภูมิอีกครั้งในภายหลัง โดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็มเอ อิมมูโนเจนที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ได้รับการพัฒนาโดยโครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ระหว่างประเทศและสถาบันวิจัยสคริปส์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐและโมเดอร์นา ก่อนหน้านี้ แพทย์ทั่วโลกได้พยายามพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้่อไวรัสเอชไอวีมาเป็นเวลา 40 ปี แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่โรคเอดส์คร่าชีวิตผู้ป่วยราวปีละ 100,000 คนทั่วโลก.-สำนักข่าวไทย

ซีอีโอ “โมเดอร์นา” มองโควิดอาจสิ้นสุดในหนึ่งปีต่อจากนี้

ซีอีโอ ของโมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐ เผยกับหนังสือพิมพ์ของสวิตเซอร์แลนด์ว่า เขาคิดว่าการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อาจหมดไปภายในเวลาหนึ่งปี เนื่องจากมีกำลังผลิตวัคซีนที่เพิ่มมากขึ้นจนเพียงพอสำหรับทั่วโลก

โมเดอร์นาพัฒนาวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นผสมวัคซีนไข้หวัดใหญ่

แมสซาชูเซตส์ 10 ก.ย. – โมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐ เผยเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า บริษัทกำลังพัฒนาวัคซีนเข็มเดียวที่รวมวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันเข้ากับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่อยู่ในระหว่างการทดลอง นายสเตฟาน บานเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของโมเดอร์นา อิงค์ กล่าวถึงการพัฒนาวัคซีนในระหว่างนำเสนอข้อมูลใหม่ให้แก่นักลงทุนว่า บริษัทคาดหวังที่จะพัฒนาวัคซีนดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ หรืออาร์เอสวี และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้เป็นวัคซีนที่ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันทุกปี โมเดอร์นาเชื่อว่ามีโอกาสที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า หากบริษัทสามารถพัฒนาวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันระบบทางเดินหายใจที่มีประสิทธิภาพสูงออกสู่ท้องตลาดได้ ขณะนี้ โมเดอร์นากำลังดำเนินการทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคอาร์เอสวีในกลุ่มผู้เข้าร่วมวัยผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกัน โมเดอร์นายังได้เผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการทดลองทางคลินิกระยะกลางของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่บริษัทพัฒนาขึ้นในกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน-11 ปี โดยการฉีดวัคซีนโดสละ 50 ไมโครกรัมในการทดลองที่มีเด็กเข้าร่วม 4,000 คน ขณะนี้ วัคซีนของโมเดอร์นา ซึ่งเป็นวัคซีนสองโดสที่มีโดสละ 100 ไมโครกรัมและได้รับอนุมัติใช้เป็นกรณีฉุกเฉินในประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐ กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบจากสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ เพื่อนำมาฉีดให้แก่เยาวชน.-สำนักข่าวไทย

โมเดอร์นาระบุวัคซีนมีประสิทธิภาพ 93% นาน 6 เดือน

วอชิงตัน 5 ส.ค. –  โมเดอร์นา อิงค์ เผยเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของบริษัทยังคงมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 93 เป็นเวลาหกเดือนหลังฉีดวัคซีนครบสองโดส และมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับผลการทดลองทางคลินิกที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ นายสตีเฟน โฮก ประธานบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ กล่าวว่า วัคซีนของโมเดอร์นายังคงมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 93 เป็นเวลาหกเดือนหลังฉีดวัคซีนครบสองโดส โดยใช้ข้อมูลที่ครอบคลุมถึงเดือนมีนาคม และวัคซีนของบริษัทยังคงมีประสิทธิภาพเท่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีประสิทธิภาพป้องกันอาการรุนแรงของโรคโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 98 และป้องกันการเสียชีวิตได้เต็มร้อย ทั้งยังคาดว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มสามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในช่วงฤดูหนาวนี้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้บริษัทยังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดียและแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็วจนทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ในขณะเดียวกัน นายสตีเฟน แบนเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ เผยว่า บริษัทจะไม่สามารถผลิตวัคซีนได้ราว 800-1,000 ล้านโดสตามเป้าที่เคยตั้งไว้ในปีนี้ได้ และจะปิดรับคำสั่งซื้อวัคซีนสำหรับปีนี้ เนื่องจากเกินกำลังการผลิตของบริษัท ทั้งนี้ ข้อมูลครั้งล่าสุดของโมเดอร์นามาจากการทดลองทางคลินิกที่มีผู้เข้าร่วมราว 30,000 คนที่เคยใช้ยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉินในเดือนธันวาคมปีก่อน.-สำนักข่าวไทย