fbpx

จีน-เกาหลีเหนือฟื้นการค้าทางรถไฟหลังปิดมา 2 ปี

จีนเผยว่า เส้นทางรถไฟขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนกับเกาหลีเหนือเปิดใช้งานอีกครั้งแล้ว หลังจากเกาหลีเหนือปิดเส้นทางดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

นิวซีแลนด์เลื่อนกำหนดเปิดพรมแดนเพราะกังวลโอไมครอน

เวลลิงตัน 21 ธ.ค.- นิวซีแลนด์เลื่อนแผนการทยอยเปิดพรมแดนจากกลางเดือนมกราคมไปเป็นสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างเรื่องเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แพร่รวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีรับมือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของนิวซีแลนด์แถลงข่าววันนี้ว่า แผนการให้ชาวนิวซีแลนด์ในออสเตรเลียเดินทางกลับประเทศโดยไม่ต้องกักโรคเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2565 จะถูกเลื่อนออกไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2565 เพราะหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันชี้ว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนเป็นสายพันธุ์ที่สามารถแพร่ได้ง่ายที่สุดในขณะนี้ แน่นอนว่าการตัดสินใจเลื่อนการเปิดพรมแดนได้สร้างความผิดหวังและกระทบแผนการท่องเที่ยว แต่นิวซีแลนด์จำเป็นต้องประกาศการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้เดินทางมีเวลาทบทวนแผนการเดินทาง นายฮิปกินส์ระบุด้วยว่า นิวซีแลนด์ออกมาตรการเป็นการป้องกันล่วงหน้า เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนจะทำให้คนป่วยและจะมีผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขมากน้อยเพียงใด นอกจากเลื่อนกำหนดการเปิดพรมแดนแล้ว นิวซีแลนด์จะขยายเวลากักโรคจาก 7 วันเป็น 10 วัน และลดเวลาตรวจหาเชื้อก่อนออกเดินทางจาก 72 ชั่วโมง เป็น 48 ชั่วโมง นิวซีแลนด์ซึ่งใช้มาตรการจำกัดการระบาดเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพิ่งเริ่มผ่อนคลายมาตการเมื่อไม่นานมานี้ เดิมกำหนดทยอยเปิดพรมแดนเป็น 3 ระยะ ระยะแรกให้ชาวนิวซีแลนด์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางมาจากออสเตรเลียได้ตั้งแต่เวลา 23:59 น.ของวันที่ 16 มกราคม 2565 ระยะที่ 2 ให้ชาวนิวซีแลนด์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางมาจากทุกประเทศได้ตั้งแต่เวลา 23:59 น.ของวันที่ 13 […]

ออสเตรเลียจะทบทวนเปิดพรมแดนหลังพบโควิดโอไมครอน

ซิดนีย์ 29 พ.ย. – นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ระบุวันนี้ว่า ออสเตรเลียจะทบทวนแผนเปิดพรมแดนให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะเฉพาะและนักเรียนต่างชาติในวันที่ 1 ธ.ค. หลังจากเมื่อวันอาทิตย์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน 2 รายแรกในนครซิดนีย์ที่เดินทางมาจากตอนใต้ของทวีปแอฟริกา นายกรัฐมนตรีมอร์ริสัน กล่าวว่า เขาคิดว่าอาจเร็วเกินไปที่ออสเตรเลียจะกลับไปใช้มาตรการกักตัวในโรงแรมเป็นเวลา 14 วันอีกครั้งในกลุ่มผู้เดินทางชาวต่างชาติ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับอาการป่วยรุนแรง การแพร่กระจาย และประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคโควิดเกี่ยวกับเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน รัฐบาลจะเฝ้าระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป และรอให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของออสเตรเลียจะประชุมร่วมกันในวันนี้เพื่อประเมินเกี่ยวกับแผนเปิดพรมแดนที่จะเริ่มใช้ในวันพุธ และจะจัดประชุมร่วมกับมุขมนตรีรัฐและดินแดนของออสเตรเลียในวันอังคาร ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก ระบุว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่เดินทางมาจากตอนใต้ของทวีปแอฟริกาเพิ่มอีก 3 คนเมื่อวันอาทิตย์ และกำลังรอผลการจัดลำดับพันธุกรรมว่าผู้ป่วยทั้งสามคนติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนหรือไม่ ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมราว 209,000 คน และผู้เสียชีวิตเกือบ 2,000 คน โดยมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนครบสองโดสร้อยละ 87 จากประชากรทั้งหมด 25 ล้านคน. -สำนักข่าวไทย

เกาหลีเหนือยังไม่เปิดด่านทางบกกับจีน

กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้เผยว่า เกาหลีเหนือยังไม่เปิดด่านพรมแดนทางบกกับจีน ทั้งที่มีสัญญาณว่ากระตือรือร้นที่จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

นายกฯ สิงคโปร์ชี้อาเซียน-จีนควรเปิดพรมแดนให้กันได้แล้ว

นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์แนะว่า ถึงเวลาที่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนและจีนจะเดินหน้าเปิดพรมแดนให้แก่กันได้แล้ว เนื่องจากประเทศในภูมิภาคนี้มีความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

เมียนมาวางแผนเปิดพรมแดนกับไทยและจีน ม.ค.ปีหน้า

รัฐบาลทหารเมียนมาวางแผนเปิดพรมแดนระหว่างประเทศกับต่างชาติมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดพรมแดนกับไทยและจีน ภายในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อเรียกความเชื่อมั่นทางธุรกิจกลับคืนมา หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

สหรัฐจะเปิดพรมแดนครั้งแรกหลังปิดมา 20 เดือน

วอชิงตัน 8 พ.ย. – สหรัฐจะกลับมาเปิดพรมแดนระหว่างประเทศอีกครั้งตั้งแต่วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ให้แก่นักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หลังจากปิดพรมแดนมาเป็นเวลา 20 เดือน บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานวันนี้ว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ออกคำสั่งปิดพรมแดนประเทศเนื่องจากปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 มาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางจากต่างชาติกว่า 30 ประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป หรืออียู ที่ไม่สามารถเดินทางไปพบปะครอบครัวและทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวชะงักงัน ขณะที่สายการบินหลายแห่งคาดการณ์ว่า คำสั่งเปิดพรมแดนอีกครั้งของสหรัฐจะทำให้มีผู้เดินทางจำนวนมาก เนื่องจากสหรัฐได้ประกาศยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ ให้แก่นักเดินทางที่ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส แต่ยังคงมีการตรวจหาเชื้อโควิดและติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยติดเชื้อ บีบีซียังรายงานว่า ข้อกำหนดล่าสุดของสหรัฐระบุว่า ผู้เดินทางชาวต่างชาติจะต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิดก่อนออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน รวมถึงใบรับรองผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบภายใน 3 วัน และข้อมูลการติดต่ออื่น ๆ ซึ่งจะทำให้พวกเขาไม่ต้องกักตัวเมื่อเดินทางถึงสหรัฐ. -สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียเตรียมเปิดชายแดนให้นักเดินทางที่ฉีดวัคซีนแล้ว

กระทรวงท่องเที่ยวของออสเตรเลียกล่าววันนี้ว่า การเดินทางจากนิวซีแลนด์ไปยังออสเตรเลียโดยไม่ต้องกักตัวจะเริ่มอีกครั้งตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป ขณะที่ออสเตรเลียเตรียมความพร้อมในการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศบางส่วน เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 เป็นต้นมา

ออสเตรเลียเตรียมเปิดพรมแดนครั้งแรกตั้งแต่โควิดระบาด

ออสเตรเลียจะอนุญาตให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดสเดินทางไปต่างประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ในขณะที่นครซิดนีย์และนครเมลเบิร์น ซึ่งเป็นสองเมืองใหญ่สุดของออสเตรเลีย เตรียมอนุญาตให้นักเดินทางต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสเดินทางเข้าเมืองได้โดยไม่ต้องกักตัว

สหรัฐจะเปิดพรมแดนเม็กซิโกอีกครั้ง

ประธานาธิบดีเม็กซิโก ยินดีกับการตัดสินใจของสหรัฐที่จะเปิดพรมแดนอีกครั้งในเดือนหน้า หลังต้องปิดมานาน 19 เดือน จากการแพร่ระบาดของโควิด-19

สหรัฐยังไม่เปิดพรมแดนด้านแคนาดา-เม็กซิโก

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐแถลงว่า จะยังไม่เปิดพรมแดนด้านแคนาดาและเม็กซิโกสำหรับการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคมเป็นอย่างน้อย

ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เปิดทราเวลบับเบิลแล้ว

ซิดนีย์ 19 เม.ย. – ผู้โดยสารหลายร้อยคนจากออสเตรเลียเริ่มเดินทางถึงท่าอากาศยานของนิวซีแลนด์ในวันนี้ หลังจากที่ทั้งสองประเทศเปิดพรมแดนระหว่างกัน โดยที่ผู้โดยสารไม่ต้องเข้าสู่มาตรการกักตัวเป็นครั้งแรกในกว่า 1 ปี นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า การเปิดพรมแดนจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และทำให้ครอบครัวและมิตรสหายอีกมากมายได้พบปะกันอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ผู้นำของทั้งสองประเทศเตือนให้ผู้เดินทางเตรียมรับมือกับการหยุดชะงักในการเดินทางอย่างกะทันหัน หากเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ขึ้นอีก ทั้งยังระบุว่า ทางการจะพิจารณาระดับความเสี่ยงของการเดินทางโดยไม่ต้องกักตัวอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ นายมอร์ริสันและนางอาร์เดิร์นยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการนำแนวทางดังกล่าวไปใช้กับประเทศอื่น ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก หากมีความปลอดภัยพอที่จะทำเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ แม้ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่นิวซีแลนด์ยังคงใช้มาตรการกักตัวกับชาวออสเตรเลียที่เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากทางการนิวซีแลนด์วิตกกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 ในชุมชนที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ขณะนี้ ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 29,500 คน และผู้เสียชีวิต 910 คน ส่วนนิวซีแลนด์มียอดผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 2,200 คน และผู้เสียชีวิตเพียง 26 คน.-สำนักข่าวไทย

1 2 3