fbpx

เงินเฟ้อเกาหลีใต้อาจแตะ 6% ช่วง มิ.ย.-ส.ค.

โซล 26 มิ.ย.- อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้อาจแตะร้อยละ 6 ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมนี้ อันเป็นผลจากการที่ราคาน้ำมัน อาหารและสินค้าต่าง ๆ แพงขึ้นทั่วโลก นายชู กยอง-โฮ รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้กล่าวในการเสวนาทางเศรษฐกิจที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในวันนี้ว่า ราคาน้ำมันโลกที่ลดลงในช่วงนี้อาจช่วยให้อัตราเงินเฟ้อเกาหลีใต้หยุดการเพิ่มขึ้นได้ชั่วขณะ เพราะปัจจัยภายนอกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี คาดว่า เงินเฟ้อจะสูงต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการทำให้ราคาผู้บริโภคที่ผันผวนมีเสถียรภาพ และจะดำเนินมาตรการทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ อัตราเงินเฟ้อช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมอาจแตะร้อยละ 6 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.4 ต่อปีในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 14 ปี และเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.8 ในเดือนเมษายน ก่อนหน้านี้กระทรวงคลังเพิ่งปรับประมาณการตัวเลขเงินเฟ้อปี 2565 เป็นร้อยละ 4.7 ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 14 ปี จากที่ประมาณการไว้ในเดือนธันวาคมปีก่อนว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.2 รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้กล่าวถึงเงินวอนเกาหลีใต้ที่อ่อนค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐว่า เงินวอนไม่ใช่สกุลเดียวที่อ่อนค่า และไม่ได้เกิดจากวิกฤตของเกาหลีใต้ อย่างไรก็ดี หากเงินวอนยังอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็จะดำเนินการ เช่น แทรกแซงทางวาจา หรืออำนวยความสะดวกให้แก่ธนาคารกลางในการอัดฉีดเงินเข้าตลาดเพื่อพยุงค่าเงินวอน เงินวอนปิดที่ 1,301.80 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อ่อนค่าที่สุดนับจากเดือนกรกฎาคม 2552 ที่ทำสถิติไว้ที่ […]

เงินเฟ้ออังกฤษสูงที่สุดในกลุ่มจี 7

ลอนดอน 22 มิ.ย.- ราคาอาหารที่สูงขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้ออังกฤษในเดือนพฤษภาคมทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ครั้งใหม่ที่ร้อยละ 9.1 และสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) อัตราเงินเฟ้ออังกฤษเดือนพฤษภาคมปีนี้ลบสถิติร้อยละ 9.0 ของเดือนเมษายน และสูงที่สุดนับจากปี 2525 ตามการบันทึกของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สาเหตุหลักมาจากราคาอาหารและสินค้าไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8.7 ต่อปีในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2552 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 ต่อเดือน อัตราเงินเฟ้ออังกฤษเดือนพฤษภาคมสูงกว่าสมาชิกชาติอื่น ๆ ในกลุ่มจี 7 อย่างสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ส่วนแคนาดาและญี่ปุ่นยังไม่ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม แต่คาดว่าจะไม่สูงเท่าอังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าร้อยละ 9 ต่อไปอีกหลายเดือน และจะไปสูงสุดทะลุร้อยละ 11 ในเดือนตุลาคมเมื่อค่าเชื้อเพลิงในครัวเรือนที่ถูกควบคุมไว้ถึงกำหนดต้องขึ้นราคาอีกครั้ง ด้านนายริชี ซูนัก รัฐมนตรีคลังอังกฤษกล่าวว่า รัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อรับมือกับราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น.-สำนักข่าวไทย

สิงคโปร์ออกมาตรการช่วยคนรายได้น้อย

สิงคโปร์ 21 มิ.ย.- สิงคโปร์เปิดตัวมาตรการ 1,500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 38,220 ล้านบาท) ช่วยเหลือครอบครัวรายได้น้อยรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเตือนว่าสงครามยูเครนและห่วงโซ่อุปทานสะดุดจะทำให้ค่าครองชีพสูงไปอีกระยะหนึ่ง รองนายกรัฐมนตรีลอเรนซ์ หว่อง ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังด้วยเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า มาตรการสนับสนุนล่าสุดนี้จะเป็นประโยชน์กับชาวสิงคโปร์ประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคน ผู้ใหญ่ที่มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 34,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 866,340 บาท) จะได้รับเงินสด 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 7,640 บาท) ในเดือนสิงหาคม ชาวสิงคโปร์ทุกครัวเรือนจะได้รับส่วนลดค่าสาธารณูปโภคในบ้านครอบครัวละ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2,550 บาท) คนขับแท็กซี่และรถรับจ้างส่วนตัวจะได้รับเงินช่วยค่าน้ำมัน 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3,830 บาท) ในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ยังจะช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น โรงเชือดไก่ที่เดือดร้อนหลังจากมาเลเซียห้ามส่งออกไก่มีชีวิตจะไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการจ้างแรงงานต่างชาติเป็นเวลา 1 เดือน อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะเดินหน้าแผนการขึ้นภาษีสินค้าและบริการหรือจีเอสที (GST) จากร้อยละ 7 […]

ศรีลังกาเริ่มชัตดาวน์ 2 สัปดาห์ตั้งแต่วันนี้

โคลัมโบ 20 มิ.ย.- ศรีลังกาปิดโรงเรียนและบริการของรัฐบาลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อสงวนเชื้อเพลิงที่มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับเปิดเจรจาขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ศรีลังกาที่มีประชากร 22 ล้านคนกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุด หลังจากไม่มีเงินชำระค่าสินค้านำเข้าที่จำเป็น รวมทั้งน้ำมัน รัฐบาลหาทางลดการเดินทางและลดการใช้น้ำมันด้วยการสั่งให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอน และหน่วยงานรัฐบาลที่ไม่จำเป็นหยุดงานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะที่ผู้ขับขี่ยวดยานยังคงเข้าแถวยาวเหยียดหน้าสถานีบริการน้ำมัน แม้กระทรวงพลังงานแจ้งว่า จะไม่มีน้ำมันใหม่เข้ามาอย่างน้อย 3 วัน ขณะเดียวกันศรีลังกาได้เปิดการหารือกับไอเอ็มเอฟแบบพบหน้าที่กรุงโคลัมโบในวันนี้เพื่อขอความช่วยเหลือทางการเงิน คาดว่าจะหารือจะดำเนินไปเป็นเวลา 10 วัน ศรีลังกาผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศ 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) ในเดือนเมษายน มีอัตราเงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์ และต้องหมุนเวียนดับไฟหลายชั่วโมง นำมาซึ่งการประท้วงนานหลายเดือน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาลาออก และบางครั้งเกิดความรุนแรง ด้านสหประชาชาติหรือยูเอ็นได้เริ่มโครงการช่วยเหลือฉุกเฉินสตรีมีครรภ์จำนวนมากที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร หลังจากพบว่าชาวศรีลังกา 4 ใน 5 คนต้องอดมื้อกินมื้อแล้ว และเสี่ยงจะเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรม.-สำนักข่าวไทย

เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมันและสนับสนุนใช้รถสาธารณะ

โซล 20 มิ.ย.- รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศมาตรการฉุกเฉินชุดใหญ่เพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อสูง ด้วยการลดภาษีน้ำมันลงอีก เพิ่มการลดภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเพิ่มการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่คนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้า นายชู กยอง-โฮ รัฐมนตรีคลังเผยกับสื่อหลังเสร็จสิ้นการประชุมฉุกเฉินรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป รัฐบาลจะลดภาษีบริโภคน้ำมันลงอีกลิตรละ 57 วอน (ราว 1.55 บาท) จาก 573 วอน (ราว 15.63 บาท) ในปัจจุบัน หรือลดลงอีกร้อยละ 37 มีผลไปจนถึงสิ้นปีนี้ หลังจากที่ได้ลดภาษีบริโภคน้ำมันลงร้อยละ 30 เมื่อเดือนพฤษภาคมและจะสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม รัฐบาลเกาหลีใต้ยังจะลดภาษีรายได้ให้แก่ผู้ใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการขนส่งสาธารณะจากร้อยละ 40 เป็นร้อยละ 80 ในช่วงครึ่งหลังของปี จะเพิ่มการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่คนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบเพราะน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้นมาก และจะยกเลิกการกำหนดโควตาภาษีนำเข้าน้ำมันเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศเพื่อลดแรงกดดันต่อราคาตั๋วบินในประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะจำกัดการขึ้นค่าสาธารณูปโภคให้ได้มากที่สุด ด้วยการคงค่าโดยสารรถไฟ ค่าบริการไปรษณีย์ น้ำ และการบำบัดน้ำเสียในครึ่งหลังของปีนี้ แต่เปิดทางให้แก่การขึ้นค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซ เกาหลีใต้เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงเช่นเดียวกับหลายประเทศ เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นมาก ประกอบกับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 ต่อปี มากที่สุดในรอบเกือบ 14 ปี […]

จีนคงดอกเบี้ยกู้ยืม สวนทางเศรษฐกิจใหญ่

เซี่ยงไฮ้ 20 มิ.ย.- ธนาคารกลางจีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เป็นอัตราอ้างอิงตามที่ตลาดคาด เนื่องจากไม่สามารถลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในยามที่เศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ พากันขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ธนาคารประชาชนจีนคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าชั้นดี หรือแอลพีอาร์ (LPR) ระยะ 1 ปีไว้ที่ร้อยละ 3.70 และระยะ 5 ปีไว้ที่ร้อยละ 4.45 แอลพีอาร์ระยะ 1 ปีเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อใหม่และสินเชื่อคงค้าง ส่วนแอลพีอาร์ระยะ 5 ปีเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับสินเชื่อบ้าน นักวิเคราะห์ชี้ว่า ธนาคารกลางจีนคงลังเลที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพราะจะสวนทางกับนโยบายของธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) และจะดำเนินนโยบายนี้ไปอีกระยะหนึ่งก่อนจะใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องและส่งเสริมการกู้ยืมอีกครั้ง แม้ธนาคารกลางจีนไม่วิตกเรื่องเงินหยวนอ่อนค่า เพราะขณะนี้ยังคงแข็งค่าค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ต้องการให้เกิดการเทขายเงินหยวนจนเกิดภาวะไร้เสถียรภาพ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นหากธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยในขณะที่ธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ ขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ หลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยคราวเดียวร้อยละ 0.75 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อควบคุมเงินเฟ้อสูง.-สำนักข่าวไทย

“ไบเดน” โวยโรงกลั่นน้ำมันค้ากำไร

วอชิงตัน 16 มิ.ย.- ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐเรียกร้องโรงกลั่นน้ำมันให้ชี้แจงเหตุผลที่ไม่นำน้ำมันออกสู่ตลาดให้มากขึ้น และกอบโกยกำไรจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รอยเตอร์อ้างสำเนาจดหมายที่ไบเดนส่งถึงผู้บริหารบริษัทโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งว่า ผู้นำสหรัฐระบุว่า ในยามสงครามแบบนี้ การที่โรงกลั่นน้ำมันค้ากำไรเกินควรด้วยการผลักภาระไปให้ครัวเรือนชาวอเมริกันโดยตรงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งยังไม่น้ำมันออกสู่ตลาดให้มากขึ้น เท่ากับบั่นทอนความพยายามของรัฐบาลที่หาทางชดเชยผลกระทบจากสงครามยูเครน ทั้งที่รัฐบาลได้เพิ่มการปล่อยน้ำมันสำรองและเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเบนซิน ด้านโฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันมีหน้าที่ในฐานะผู้รักชาติที่จะเพิ่มปริมาณน้ำมันและลดต้นทุนให้ผู้บริโภค รัฐบาลขอเรียกร้องให้โรงกลั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประธานาธิบดีไบเดนเพิ่มการกดดันโรงกลั่น เนื่องจากราคาน้ำมันที่สถานีบริการทำสถิติสูงสุดเกินแกลลอนละ 5 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว แหล่งข่าวเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ขอร้องโรงกลั่นเป็นการส่วนตัวให้เดินเครื่องโรงกลั่นที่ถูกปิดอยู่และเพิ่มกำลังผลิต รวมทั้งหาทางเพิ่มปริมาณน้ำมันเบนซินเข้าสู่ตลาด ราคาน้ำมันแพงที่ทำให้เงินเฟ้อสูงมากอยู่ในขณะนี้ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจ และอาจส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งกลางสมัยในวันที่ 8 พฤศจิกายนปีนี้ ช่วงที่ราคาน้ำมันร่วงเพราะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และโรงกลั่นที่ไม่ทำกำไรถูกปิดไปหลายแห่ง โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐมีกำลังผลิตสูงสุดในเดือนเมษายน 2563 ไม่ถึงวันละ 19 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือนมีนาคมปีนี้กำลังผลิตอยู่ที่วันละ 17.9 ล้านบาร์เรล โรงกลั่นในสหรัฐเผยว่า กำลังผลิตในขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 94 และไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ตามที่ประธานาธิบดีต้องการ.-สำนักข่าวไทย

หุ้นเกาหลีใต้ร่วงต่ำสุดในรอบ 19 เดือน

โซล 13 มิ.ย.- ตลาดหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ร่วงลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 19 เดือนในวันนี้ เช่นเดียวกับเงินวอนที่อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เพราะตลาดกังวลว่าสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมากเพื่อชะลอเงินเฟ้อสูง และเศรษฐกิจโลกจะชะลอการเติบโต ดัชนีคอสปิ (KOSPI) ปิดที่ 2,504.51 จุด ลดลง 91.36 จุด หรือร้อยละ 3.52 เป็นการลดลง 5 วันติดต่อกัน และต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ที่ปิดที่ 2,493.97 จุด นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งชี้ว่า นักลงทุนกังวลเรื่องดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อของสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคมแย่กว่าที่คาด จุดกระแสวิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย ส่วนค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ปิดที่ 1,284 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 15.10 วอนจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ นักวิเคราะห์คาดว่า ความผันผวนนี้จะต่อเนื่องต่อไปในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะเริ่มการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันอังคารนี้ตามเวลาสหรัฐ บางความเห็นคาดว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าร้อยละ 0.50 ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้และเอเชียพากันร่วงหนักในวันนี้ หลังจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐร่วงลงอย่างมากเมื่อวันศุกร์ เมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 จากเดือนพฤษภาคมปีก่อน ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524.-สำนักข่าวไทย

เยนแตะ 135 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว

โตเกียว 13 มิ.ย.- เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงแตะ 135 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเช้าวันนี้ เป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ เพราะตลาดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นและสหรัฐจะยิ่งห่างกันมากยิ่งขึ้น เว็บไซต์เกียวโดนิวส์รายงานว่า เงินเยนลงไปทดสอบระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 ในเช้าวันนี้ ก่อนขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ 134.82-134.83 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเที่ยง เทียบกับ 133.59-133.62 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อเวลา 17:00 น. วันศุกร์ ตามเวลาญี่ปุ่น เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกมาก หลังจากเผยแพร่ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 ต่อปี สูงกว่าที่ตลาดคาดหมายไว้ที่ร้อยละ 8.3 และสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) ย้ำเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะคงนโยบายทำให้เงินเฟ้อแตะร้อยละ 2 ตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน นักยุทธศาสตร์ด้านการปริวรรตเงินตราของบริษัทหลักทรัพย์ไดวาเผยว่า นักลงทุนอาจมองอัตราแลกเปลี่ยนว่าจะอ่อนค่าลงไปถึง 140 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดสามารถชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้แล้วในขณะนี้ เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นผลดีต่อผู้ส่งออกเมื่อแลกดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นเยน แต่อาจชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศเพราะทำให้ราคาอาหารและน้ำมันนำเข้าแพงขึ้น.-สำนักข่าวไทย

ผู้ว่าฯ ธปท.ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแก้เงินเฟ้อ

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ยอมรับกังวลปัญหาเงินเฟ้อฉุดเศรษฐกิจ ส่งสัญญาณชัดจ่อปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ชี้ถึงเวลาต้องค่อยๆ ถอนคันเร่งแล้ว หากไม่ทำอะไรผลกระทบเงินเฟ้อจะหนักกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 7 เท่า ห่วงการฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวที่จะเป็นรายได้หลักของประเทศ

ชาวซิมบับเวเดือดร้อน เงินเฟ้อ 1.3 เท่า

ฮาราเร 10 มิ.ย.- ชาวซิมบับเวกำลังเดือดร้อนหนักกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 1.3 เท่า เพราะมีปัญหาในการซื้ออาหารหาเลี้ยงครอบครัว จนมีข่าวลวงแพร่สะพัดทางออนไลน์ว่า ประชาชนถึงกับต้องตัดนิ้วเท้าขาย รัฐมนตรีช่วยกระทรวงข่าวสารซิมบับเว ซึ่งเป็นประเทศในแอฟริกา ออกตรวจตามท้องถนนเมื่อเดือนก่อนและขอให้พ่อค้าแม่ค้าถอดรองเท้าให้ดูเพื่อยืนยันว่ายังมีนิ้วเท้าครบทั้ง 10 นิ้ว ต่อมาตำรวจได้จับกุมพ่อค้าคนหนึ่งที่เป็นต้นตอปล่อยข่าวลวง และตั้งข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับหรือจำคุก 6 เดือน อย่างไรก็ดี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงก็ไม่ได้ดีเท่าใดนัก สถิติของทางการระบุว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครน อัตราเงินเฟ้อของซิมบับเวทะยานได้ขึ้นจากร้อยละ 66 ไปสูงกว่าร้อยละ 130 แล้ว รัฐมนตรีคลังซิมบับเวแถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า สงครามยูเครนและปัญหาความไม่สมดุลในประเทศที่เกิดขึ้นมายาวนานได้ทำให้เศรษฐกิจไร้เสถียรภาพ เห็นได้จากค่าเงินผันผวนและราคาสินค้าผันผวน ขณะที่สหภาพครูทวีตผ่านทวิตเตอร์เมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่า ครูไม่สามารถหาเลี้ยงปากท้องได้แล้ว ขอให้รัฐบาลจ่ายเงินเดือนเป็นดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์ซิมบับเวอ่อนค่าภายในช่วงข้ามคืน นักวิเคราะห์ชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อสูงทำให้เงินในประเทศไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป หลายคนเกรงว่า ประเทศจะกลับไปซ้ำรอยปี 2551 ที่เงินเฟ้อสุดขีดถึง 5 พันล้านเท่าตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ช่วงเวลานั้นธนบัตรชนิด 1 แสนล้านดอลลาร์ซิมบับเวเต็มถุงพลาสติกหลายใบก็ยังไม่เพียงพอที่จะซื้อของชำจำเป็นได้.-สำนักข่าวไทย

เตือนโลกเสี่ยงเกิดภาวะ stagflation

วอชิงตัน 8 มิ.ย.- ธนาคารโลกเตือนว่า เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าสู่ภาวะสแตกเฟลชัน (stagflation) ที่การเติบโตหยุดชะงักแต่เงินเฟ้อสูง คล้ายกับช่วงคริสต์ทศวรรษหลังปี 1970 สาเหตุหลักมาจากสงครามยูเครน นายเดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลกเผยกับสื่อว่า มีโอกาสค่อนข้างมากที่จะเกิดภาวะดังกล่าว และจะเกิดผลที่สร้างความสั่นคลอนต่อเศรษฐกิจรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง หลายประเทศจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ และหากเศรษฐกิจโลกไม่ขยายตัวเลย ก็จะเท่ากับเกิดเศรษฐกิจโลกถดถอย เขาย้ำว่า จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตเพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าโดยเฉพาะพลังงานปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติและปุ๋ยในขณะนี้กำลังกระทบการผลิตอาหาร ขณะเดียวกันต้องหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการจำกัดการส่งออกและอุดหนุนราคาที่จะทำให้ราคาสินค้ายิ่งสูงขึ้นไปอีกและทำให้ตลาดบิดเบือน รายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือร้อยละ 2.9 ลดลงร้อยละ 1.2 จากการประมาณการเมื่อเดือนมกราคม เพราะสงครามยูเครนซ้ำเติมความเสียหายที่เกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากยิ่งขึ้นไปอีก จากปัจจุบันที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะสแตกเฟลชัน ทั้งที่ปีที่แล้วเพิ่งฟื้นตัวมาขยายตัวที่ร้อยละ 5.7 เพราะโควิดดีขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวจะคล้ายกับช่วงคริสต์ทศวรรษหลังปี 1970 ที่เศรษฐกิจโลกไม่เติบโตและเงินเฟ้อพุ่งทะยาน เพราะมีปัญหาเรื่องอุปทานและการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำมายาวนาน ต่างกันตรงที่ว่าปัจจุบันดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และสถาบันการเงินหลักยังมีสถานะการเงินแข็งแกร่ง รายงานปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ลงร้อยละ 1.2 เหลือร้อยละ 2.5 ปรับลดจีนลงร้อยละ 0.8 เหลือร้อยละ 4.3 ปรับลดยูโรโซนลงเหลือร้อยละ 2.5 ปรับลดญี่ปุ่นลงเหลือร้อยละ 1.7 และคาดว่ารัสเซียจะหดตัวมากถึงร้อยละ 11.3.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 12