fbpx

ออสเตรเลียเผชิญปัญหาขาดแคลนผักกาดแก้ว

ซิดนีย์ 7 มิ.ย. – ออสเตรเลียกำลังประสบปัญหาขาดแคลนผักกาดแก้วที่ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น จนกระทั่งเคเอฟซี ร้านฟาสต์ฟู้ดไก่ทอดชื่อดัง ต้องตัดสินใจใส่กะหล่ำปลีผสมผักกาดแก้วในเบอร์เกอร์ที่วางขายในออสเตรเลีย สำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐรายงานว่า ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาราคาผักสลัดที่พุ่งสูงขึ้นในร้านค้าหลายแห่ง ชาวออสเตรเลียหลายรายแสดงความไม่พอใจผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า ผักกาดแก้วมีราคาพุ่งสูงถึงหัวละ 12 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 300 บาท) ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นด้วย เช่น แตงโมที่มีราคาสูงถึงลูกละ 25 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 620 บาท) ส่วนสำนักงานเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากร เกษตร และวิทยาศาสตร์ของออสเตรเลีย ระบุว่า ราคาผักและผลไม้ที่พุ่งสูงขึ้นในออสเตรเลียเป็นผลมาจากปัญหาด้านสภาพอากาศของประเทศ เช่น ปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม ในขณะเดียวกัน เคเอฟซีได้ประกาศแจ้งให้ลูกค้าในออสเตรเลียทราบว่า เคเอฟซีจะใส่กะหล่ำปลีผสมกับผักกาดแก้วในเบอร์เกอร์เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนผักกาดหลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ในภาคตะวันออกของออสเตรเลียจนทำให้แปลงเพาะปลูกผักกาดแก้วได้รับความเสียหายหนักในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ร้านเคเอฟซีในออสเตรเลียเคยประสบปัญหาขาดแคลนไก่มาแล้วครั้งหนึ่งในเดือนมกราคม จนทำให้ต้องประกาศหยุดขายเมนูไก่ทอด -สำนักข่าวไทย

“เป็ดหัวจะปวด” กลายเป็นของเล่นฮิตในจีน

ปักกิ่ง 30 พ.ค.- ตัวละครในการ์ตูนโปเกมอนที่เป็นรูปเป็ดปวดหัวและร้านเคเอฟซีในจีนนำมาผลิตเป็นของเล่นขายพร้อมชุดอาหารสำหรับเด็ก กลายเป็นของเล่นยอดนิยมในจีน เพราะเป็นเครื่องมือในการแสดงออกถึงความไม่พอใจมาตรการล็อกดาวน์ของทางการ ร้านเคเอฟซีในจีนแจก “ไซดัก” (Psyduck) หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “โคดัก” (Koduck) เป็นโปเกมอนเป็ดเวอร์ชั่นปวดหัวเมื่อใช้พลังจิต เพื่อส่งเสริมการตลาดก่อนถึงวันเด็ก 1 มิถุนายน โดยเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม และหมดเกลี้ยงภายใน 2 วัน หลังจากนั้นก็มีคนนำไปขายต่อในเว็บไซต์มือสอง บางตัวตั้งราคาสูงถึง 1,300 หยวน (ราว 6,650 บาท) โคดักกลายเป็นที่สนใจเมื่อคนในสื่อสังคมออนไลน์นำมาใช้แสดงความพอใจมาตรการล็อกดาวน์นานหลายสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมีนาคม คลิปที่โคดักถือป้ายเขียนว่า “ไม่ต้องการตรวจโควิด” ที่ปีกข้างหนึ่ง และถือป้าย “อยากออกไปสนุกข้างนอก” ที่ปีกอีกข้างหนึ่ง มีคนเปิดดูมากกว่า 13,000 ครั้ง.-สำนักข่าวไทย