fbpx

บริษัทอียูในจีนพิจารณาย้ายการลงทุนเพราะคุมเข้มโควิด

หอการค้ายุโรปในประเทศจีน กล่าววันนี้ว่า บริษัทจากประเทศในยุโรปที่มาทำธุรกิจในจีนเริ่มมองหาแนวทางที่จะย้ายการลงทุนไปยังตลาดอื่น ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมาตรการคุมเข้มป้องกันการระบาดโควิด-19 ของรัฐบาลจีนและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

“สี จิ้นผิง” ระบุนโยบายเข้มงวดคุมโควิดจะนำไปสู่ชัยชนะ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวว่า จีนจะต้องยึดมั่นในนโยบายกำจัดโควิดอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่การระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ในโลกยังคงถือว่ารุนแรงมาก พร้อมกับสัญญาว่า การอดทนต่อมาตรการล็อกดาวน์อย่างมุ่งมั่นจะนำชัยชนะมาให้ในที่สุด

ฮ่องกงไม่คุมเข้มโควิดมากไปกว่านี้แล้ว

ฮ่องกง 14 มี.ค.- ฮ่องกงจะไม่ใช้มาตรการที่เข้มงวดมากไปกว่าปัจจุบัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถเข้มงวดได้มากกว่านี้แล้ว นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารฮ่องกงยอมรับระหว่างการแถลงข่าวประจำวันในวันนี้ว่า ไม่สามารถเข้มงวดมากไปกว่านี้ เพราะได้ใช้มาตรการเข้มงวดที่สุดมาตั้งแต่พบการระบาด ด้วยการห้ามการรวมกลุ่มเกิน 2 คน ปิดสถานที่ส่วนใหญ่รวมถึงสถานศึกษา บังคับสวมหน้ากากอนามัยทุกแห่ง แม้แต่สถานออกกำลังกายกลางแจ้ง รัฐบาลต้องรอบคอบอย่างยิ่งก่อนใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดยิ่งไปกว่านี้ โดยต้องคำนึงถึงสุขภาพจิตของประชาชนด้วย ส่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้บริหารฮ่องกงกล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเรื่องบังคับตรวจหาเชื้อกับชาวฮ่องกงทั้ง 7 ล้าน 4 แสนคน ฮ่องกงแจ้งวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26,908 คน เสียชีวิต 249 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 700,000 คน เสียชีวิตรวมราว 4,200 คน ทั้งที่ใช้มาตรการควบคุมโควิดให้เป็นศูนย์ตามจีนแผ่นดินใหญ่ และปิดพรมแดนมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนบางคนกล่าวโทษฮ่องกงว่า ควบคุมการระบาดไม่ได้ เป็นเหตุให้เชื้อแพร่ระบาดไปถึงจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะเมืองเซินเจิ้นที่อยู่ตรงข้ามกับฮ่องกง.-สำนักข่าวไทย

นอร์เวย์ยกเลิกเข้มงวดมาตรการโควิดเกือบทั้งหมด

นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์แถลงยกเลิกมาตรการเข้มงวดรับมือการระบาดของโควิด-19 เกือบทั้งหมด ให้เหตุผลชาวนอร์เวย์ฉีดวัคซีนครบโดสมีสัดส่วนสูง และสถิติคนเข้าโรงพยาบาลอยู่ในระดับต่ำ

ฮ่องกงอาจเปิดพรมแดนต้นปี 2567 เสี่ยงทำต่างชาติหนี

ฮ่องกง 26 ม.ค.- หอการค้ายุโรปในฮ่องกงคาดว่า ฮ่องกงอาจเปิดพรมแดนอีกครั้งในต้นปี 2567 และเพราะการใช้มาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเข้มงวด อาจทำให้บริษัทและคนทำงานชาวต่างชาติหลั่งไหลออกนอกฮ่องกง และสั่นคลอนบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินแห่งหนึ่งของโลก รอยเตอร์อ้างรายงานฉบับร่างของหอการค้ายุโรปในฮ่องกงที่ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่า ประสิทธิภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดของจีนในการพัฒนาวัคซีนต้านโควิดขึ้นเอง บีบให้จีนต้องคงมาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเข้มงวดต่อไป ฉากทัศน์ที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือ ฮ่องกงจะไม่เปิดพรมแดนจนกว่าจีนจะฉีดวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่พัฒนาขึ้นเองให้แก่ประชากร 1,400 ล้านคนแล้ว ซึ่งอาจรอจนถึงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567 หากเป็นเช่นนั้นจริงก็มีโอกาสที่บริษัทต่างชาติจะตบเท้าพากันย้ายออกจากฮ่องกง หอการค้ายุโรปในฮ่องกงคาดว่า ชาวต่างชาติอาจหลั่งไหลออกจากฮ่องกงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และอาจมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ในแง่ของการหลั่งไหลออกจากเมือง ๆ หนึ่งในภูมิภาคนี้ บริษัทข้ามชาติจะพากันย้ายทีมทำงานที่มุ่งจับตลาดจีนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ หรือย้ายทีมทำงานในภูมิภาคเอเชียไปยังสิงคโปร์หรือกรุงโซลของเกาหลีใต้ ฮ่องกงจะสูญเสียความน่าสนใจในฐานะศูนย์กลางธุรกิจสากล และการมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจจีนเติบโต ขณะเดียวกันการสูญเสียชาวต่างชาติที่มีความสามารถยังอาจสั่นคลอนโอกาสที่ฮ่องกงจะรักษาตำแหน่งสถานที่ที่มีมหาวิทยาลัยระดับโลกหลายแห่งเอาไว้ได้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย

คณะกรรมการสุขภาพญี่ปุ่นเพิ่มพื้นที่เข้มโควิดอีก

โตเกียว 25 ม.ค.- ญี่ปุ่นเตรียมขยายพื้นที่ที่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเข้มงวดเพื่อจำกัดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อีก 18 แห่ง จากปัจจุบัน 16 แห่ง หลังจากคณะกรรมการสุขภาพเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากญี่ปุ่นมียอดผู้ติดเชื้อและผู้ติดเชื้อเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเพราะเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 44,000 คนเมื่อวันจันทร์ คณะกรรมการสุขภาพเห็นชอบให้ขยายพื้นที่ที่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเข้มงวดอีก 18 แห่ง เช่น จังหวัดทางตะวันตกอย่างโอซากาและเกียวโต เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีอยู่ 16 แห่ง รวมครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 70 ของประเทศ มาตรการนี้ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้ร้านอาหารและบาร์ลดชั่วโมงการให้บริการและงดจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม-20 กุมภาพันธ์ นอกจากนี้คณะกรรมการสุขภาพยังเห็นชอบให้ขยายมาตรการกึ่งสถานการณ์ฉุกเฉินใน 3 ภูมิภาคออกไปจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ด้วย คณะทำงานเฉพาะกิจที่มีนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะเป็นประธานจะอนุมัติอย่างเป็นทางการภายในวันนี้ ขณะเดียวกันนายฮิโรกาซุ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขจะอนุญาตให้แพทย์วินิจฉัยผู้มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดโควิดและผู้มีอาการโควิดว่าเป็นผู้ติดเชื้อเช่นกันโดยไม่ต้องตรวจหาเชื้อ หากทางการท้องถิ่นพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องทำ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อรับการตรวจและรักษาโดยทันที ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์มองว่า มาตรการนี้คล้ายกับการรับมือกับไข้หวัดใหญ่ระบาดในชุมชนที่เผชิญกับการระบาดหนัก.-สำนักข่าวไทย

ต่างชาติอาจย้ายออกจากฮ่องกงเพราะระเบียบโควิด

ฮ่องกง 19 ม.ค.- หอการค้าอเมริกันในฮ่องกงเผยว่า สมาชิกมากกว่าร้อยละ 40 กำลังคิดเรื่องย้ายออกจากฮ่องกง เพราะมาตรการจำกัดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการปิดพรมแดน หอการค้าอเมริกันในฮ่องกงเผยผลสำรวจบรรยากาศการทำธุรกิจประจำปี 2565 ที่ได้จากการสอบถามบุคคลและตัวแทนบริษัทรวมทั้งหมด 262 ราย ในจำนวนนี้หลายรายย้ายออกจากฮ่องกงไปแล้วว่า ผู้ตอบที่เป็นบุคคลร้อยละ 44 อาจย้ายออกจากฮ่องกงเพราะมาตรการเข้มงวดพรมแดนและการใช้ชีวิต ขณะที่บริษัทร้อยละ 26 กำลังพิจารณาย้ายสำนักงาน นางทารา โจเซฟ ประธานหอการค้าอเมริกันในฮ่องกงที่ย้ายกลับสหรัฐแล้วและกำลังจะพ้นตำแหน่งในเดือนมีนาคมชี้ว่า พนักงานต้องการย้ายมากกว่าบริษัทเพราะมีชีวิตส่วนตัว มีความเครียดและมีครอบครัวรออยู่ในต่างประเทศ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในเวลานี้คือ ไม่มีวี่แววว่าฮ่องกงจะเลิกใช้มาตรการเข้มงวดเมื่อใด เธอเองพำนักอยู่ในฮ่องกงมานาน 20 ปี แม้อยากกลับไปก็ไม่สามารถทำได้เพราะฮ่องกงปิดพรมแดน ผลสำรวจพบว่า มาตรการจำกัดโควิดของฮ่องกงทำให้ธุรกิจสะดุดอย่างหนัก การลงทุนใหม่ ๆ ถูกชะลอ และสร้างปัญหาในการจ้างงานคนเก่ง อย่างไรก็ดี ธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงมองว่า ฮ่องกงมีอนาคตสดใส โดยเฉพาะภาคบริการการเงิน ผู้ตอบ 1 ใน 3 เห็นว่า ช่วง 3 ปีมานี้ฮ่องกงมีความได้เปรียบในระดับภูมิภาคในเรื่องการบริหารความมั่งคั่ง ผู้ตอบหลายรายมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่บริษัทอื่นย้ายออกไป ส่วนประเด็นที่สร้างความกังวลได้แก่ […]

อังกฤษเผยผู้ป่วยโควิดอาการไม่หนักเหมือนแต่ก่อน

รัฐมนตรีอังกฤษที่ดูแลเรื่องวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เผยว่า ผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการรุนแรงเหมือนการติดเชื้อที่ผ่านมา จึงยังไม่จำเป็นต้องเข้มงวดมาตรการจำกัดการระบาดในเวลานี้

สาธารณสุขอังกฤษไม่ตอบเรื่องเตรียมเข้มงวดหลังคริสต์มาส

ลอนดอน 19 ธ.ค.- นายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษไม่ตอบข้อถามเรื่องเตรียมใช้มาตรการเข้มงวดหลังผ่านพ้นเทศกาลคริสต์มาสหรือไม่ หลังจากสหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอไมครอนรายใหม่กว่า 10,000 คน เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ในอังกฤษรายงานว่า นายจาวิดไม่ยอมตอบข้อถามระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการของสกายนิวส์วันนี้ เรื่องรัฐบาลเตรียมใช้มาตรการตัดวงจรการระบาดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังผ่านพ้นเทศกาลคริสต์มาสตามที่มีข่าวหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า รัฐบาลจะทำในสิ่งที่จำเป็น การเปลี่ยนแปลงใด ๆ จะต้องมีข้อมูลรองรับ คณะรัฐมนตรีกำลังหารือข้อมูลล่าสุดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กับคณะที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์เกือบทุกชั่วโมง และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษย้ำว่า ปัจจัยหลายอย่างรวมถึงการฉีดวัคซีนทำให้สถานการณ์การระบาดในวันนี้แตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างมาก หากรัฐบาลเชื่อว่าจำเป็นต้องออกมาตรการเข้มงวดยิ่งขึ้น ก็จะมีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อตัดสินใจ ขณะนี้ยังคงมีประชากรร้อยละ 10 หรือมากกว่า 5 ล้านคนไม่ยอมฉีดวัคซีน และ 9 ใน 10 ของผู้ติดเชื้อที่ต้องเข้าโรงพยาบาลมากที่สุดคือผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ขอให้คนกลุ่มนี้นึกถึงผู้ที่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพฉุกเฉินอื่น ๆ และขอให้ไปรับการฉีดวัคซีน ด้านเว็บไซต์บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) รายงานว่า หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของนายจาวิดในเช้าวันนี้ว่า ทุกคนต้องมีภาพที่ชัดเจนเรื่องความท้าทายของไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ขณะที่นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนชี้ว่า มาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หลังจากมีการยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า สหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนรายใหม่กว่า […]

อังกฤษประท้วงมาตรการเข้มงวดป้องกันโควิดระบาด

ผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ปะทะตำรวจปราบจลาจล ในกรุงลอนดอน มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย แต่ไม่มีผู้ถูกจับกุม

นโยบายคุมโควิดเป็นศูนย์ทำการบินในจีนสะดุด

เซี่ยงไฮ้ 10 ธ.ค.- การเดินทางทางเครื่องบินในจีนที่เคยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 กำลังสะดุดเพราะมาตรการควบคุมโควิดเป็นศูนย์ที่นำมาซึ่งการเข้มงวดการเดินทาง ประกอบกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงเพราะเกิดการระบาดเป็นกลุ่มเล็ก ๆ หลายแห่ง ข้อมูลของธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ระบุว่า ศักยภาพการบินในประเทศของแอร์ไชนา ไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ และไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่ที่สุด 3 แห่งของจีนในเดือนเมษายนปีนี้ขยายตัวถึงร้อยละ 115 ของระดับก่อนเกิดโควิด แต่กลับลดลงเหลือร้อยละ 77 ในเดือนตุลาคม และลดลงเหลือร้อยละ 40 ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อทางการกรุงปักกิ่งประกาศห้ามการเดินทางมาจากเมืองใดก็ตามที่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียวในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เพื่อปกป้องเมืองหลวงแห่งนี้ที่จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เอชเอสบีซีเผยด้วยว่า ทั้งสามสายการบินขาดทุนรวมกันเกือบ 8,000 ล้านหยวน (เกือบ 42,187 ล้านบาท) ในไตรมาส 3 ของปีนี้ และสายการบินของจีนได้ลดตารางบินของเดือนธันวาคมลงแล้วร้อยละ 9.4 เพราะเกรงว่าไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนจะกระทบการเดินทางมากยิ่งขึ้นไปอีก.-สำนักข่าวไทย

ชี้การกลับไปคุมเข้มโควิดในอังกฤษเพื่อเลี่ยงล็อกดาวน์

นายซาจิด จาวิด รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษกล่าววันนี้ว่า การตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษในการกลับไปบังคับใช้ข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ไอไมครอน ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิมในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

1 2 3 9