fbpx

อธิบดีกรมชลฯ สั่งเข้มเฝ้าระวังน้ำหลาก 8-14 ก.ค. นี้

อธิบดีกรมชลประทานระบุ สั่งทุกโครงการชลประทานเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักเพิ่มขึ้นตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติที่ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ในช่วงวันที่ 8 – 14 ก.ค. 2565 นี้ ย้ำบริหารจัดการน้ำหลากอย่างเต็มศักยภาพ

ปภ.ประสานท้องถิ่นช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 4 จว.ภาคเหนือ

ปภ.รายงานมีสถานการณ์อุทกภัย 4 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน) ประสานจังหวัดและท้องถิ่นให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ทบ.ส่งกำลังเร่งช่วย ปชช.จากน้ำท่วม

ผบ.ทบ.กำชับหน่วยทหารประสานส่วนราชการในจังหวัดเร่งช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจากอุทกภัย-วาตภัยหลายพื้นที่ พร้อมขอบคุณหน่วยที่ดูแลทหารใหม่อย่างดี

กองบิน 7 เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สุราษฎร์ธานี

กองบิน 7 จัดกำลังพลเข้าฟื้นฟูความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่มในพื้นที่ ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

“เฉลิมชัย” สั่งเร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตรภาคใต้

“เฉลิมชัย” สั่งกรมปศุสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ

น้ำท่วมนราธิวาส หนักสุดในรอบ 30 ปี

ทีมข่าวสำนักข่าวไทยลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะที่บ้านมูโน๊ะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้หนักสุดในรอบ 30 ปี.

“เฉลิมชัย” สั่งด่วนให้กรมชลฯ เร่งระบายน้ำ 3 จังหวัดชายแดนใต้

อธิบดีกรมชลประทาน ระบุเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังพื้นที่ต่างๆ ในภาคใต้อย่างเต็มที่ตามข้อสั่งการของ รมว.เกษตรฯ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนประตูระบายน้ำมูโนะ จ.นราธิวาส ที่น้ำไหลล้นตลิ่งข้ามพนังกั้นน้ำประตูระบายน้ำ เจ้าหน้าที่นำบิ๊กแบ็กมากั้นชะลอน้ำ พร้อมทำทำนบดิน จนสามารถควบคุมการไหลของน้ำให้ผ่านประตูระบายน้ำได้แล้ว

มาเลเซียจะของบยูเอ็นพัฒนาแผนหลังประสบอุทกภัย

กัวลาลัมเปอร์ 27 ธ.ค.- มาเลเซียจะของบประมาณจากกองทุนสภาพภูมิอากาศสีเขียวหรือจีซีเอฟ (GCF) ของสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) เพื่อพัฒนาแผนการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากเผชิญกับอุทกภัยใหญ่อยู่ในขณะนี้ มาเลเซียมีฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 48 คน ใน 8 รัฐ และมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลต้องปรับปรุงการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสภาพอากาศรุนแรงในอนาคต ปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อมและน้ำของมาเลเซียตอบข้อถามสื่อเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องแผนการปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศว่า กระทรวงจะของบประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 100 ล้านบาท) จากจีซีเอฟ เพื่อนำมาพัฒนาแผนการปรับตัวแห่งชาติภายในสิ้นปี 2565 แผนนี้จะให้ความสำคัญเรื่องน้ำ การเกษตร ความมั่นคงด้านอาหาร สาธารณสุข ป่าไม้และโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้กระทรวงยังมีแผนระยะยาวที่จะของบประมาณจากกองทุนนี้มาดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย อย่างไรก็ดี งบประมาณสำหรับวางแผนการปรับตัวดังกล่าวถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณ 2,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 78,100 ล้านบาท) ที่รัฐบาลมาเลเซียจัดสรรไว้ดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัย เช่น สร้างทำนบกั้นน้ำ สร้างพื้นที่รับน้ำ ขุดลอกแม่น้ำ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไคลมาแอกชันมาเลเซียชี้ว่า การปรับตัวต้องใช้งบประมาณสูงมากเมื่อเทียบกับการบรรเทาภัย เพราะต้องยกเครื่องการวางผังเมืองทั้งหมด ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เงินมหาศาล.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 15