
โป๊ปฟรังซิสเตรียมออกจากโรงพยาบาลวันนี้
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก เตรียมเสด็จออกจากโรงพยาบาลในกรุงโรม ประเทศอิตาลีในวันอาทิตย์ หลังจากเข้ารักษาพระองค์จากอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก เตรียมเสด็จออกจากโรงพยาบาลในกรุงโรม ประเทศอิตาลีในวันอาทิตย์ หลังจากเข้ารักษาพระองค์จากอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ
สำนักวาติกัน เผยแพร่พระรูปแรกของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก หลังจากทรงเข้ารับการถวายการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา
พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ยังไม่พ้นขีดอันตราย หลังทรงประสบปัญหาระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลันถึง 2 ครั้งเมื่อวานนี้ แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจช่วย
สำนักวาติกันกล่าวในแถลงการณ์ว่า พระอาการล่าสุดของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง แต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย
สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ความคืบหน้าอาการประชวรล่าสุด ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกวานนี้ ระบุพระอาการโดยรวมยังทรงตัว
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระประมุขพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จถึงสิงคโปร์แล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนติมอร์ตะวันออก พระองค์จะทรงเยือนสิงคโปร์เป็นประเทศสุดท้ายของการตระเวนเยือนประเทศในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เป็นเวลา 12 วัน
สำนักวาติกันชี้แจงคำประทานสัมภาษณ์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกว่า พระองค์ไม่ได้ขอให้ยูเครนยอมจำนนต่อรัสเซีย แต่ทรงขอให้มีการหยุดยิงและมีความกล้าหาญที่จะเจรจา
โรม 9 มิ.ย. – สำนักวาติกันแจ้งความคืบหน้าเรื่องสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก เสด็จฯ ประทับที่โรงพยาบาลเป็นคืนที่ 2 หลังจากทรงรับการถวายการผ่าตัดไส้เลื่อน สำนักวาติกันแจ้งข้อความสั้น ๆ ในวันนี้ว่า การเสด็จฯ ประทับคืนที่ 2 ดำเนินไปด้วยดีเช่นเดียวคืนแรก และจะมีการแจ้งความคืบหน้าต่อไป ส่วนเมื่อเย็นวานนี้สำนักวาติกันแจ้งว่า พระองค์ทรงรับการถวายแต่น้ำดื่ม การฟื้นพระพลานามัยเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ หลังจากที่ทรงรับการถวายการผ่าตัดนาน 3 ชั่วโมงที่โรงพยาบาลเจเมลลีในกรุงโรมเมื่อวันพุธ ขณะที่กำหนดการเข้าเฝ้าทั้งหมดจะถูกยกเลิกไปจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน เพื่อให้พระองค์ได้ทรงฟื้นพระพลานามัย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมพรรษา 86 พรรษาเคยเสด็จฯ ประทับที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเวลา 3 คืนเมื่อปลายเดือนมีนาคม เนื่องจากทรงมีพระอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ครั้งนั้นแพทย์ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวินะ ส่วนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ทรงรับการถวายการการผ่าตัดถุงผนังลำไส้อักเสบ และเสด็จฯ ประทับโรงพยาบาลเป็นเวลา 10 วัน.-สำนักข่าวไทย
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์พระประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เสด็จออกจากโรงพยาบาลแล้วในวันนี้ หลังจากพักรักษาพระองค์เป็นเวลา 3 คืนที่โรงพยาบาล จากอาการประชวรด้วยโรคหลอดลมอักเสบ
โรม 30 มี.ค.- สำนักวาติกันแถลงว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิก เสด็จฯ ประทับแรมที่โรงพยาบาลในกรุงโรมของอิตาลีเมื่อคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้แพทย์ถวายการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในวันนี้ โฆษกสำนักวาติกันแถลงก่อนหน้านี้ว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จฯ เข้าโรงพยาบาลเจเมลลีเมื่อวันพุธเพื่อรับการถวายการตรวจพระวรกายตามนัดหมาย แต่ได้แถลงในเวลาต่อมาว่า พระองค์ทรงเผยในช่วงหลายวันมานี้ว่า มีพระอาการหายใจลำบาก ผลการตรวจพบการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่ไม่ใช่การติดโรคโควิด-19 และทรงต้องรับการถวายการรักษาที่เหมาะสมในโรงพยาบาลหลายวัน แหล่งข่าวเผยว่า หมายกำหนดการของพระองค์ในเช้าวันนี้ถูกยกเลิกแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปา พระชนมพรรษา 86 พรรษา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในกรุงโรมและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ ช่วงปีที่ผ่านมาทรงปวดพระชานุ (เข่า) ซึ่งเป็นอาการเรื้อรังจนต้องประทับนั่งรถเข็น และต้องยกเลิกหมายกำหนดการเสด็จฯ เยือนแอฟริกาและหลายงานในกรุงโรม จุดกระแสข่าวลือเรื่องพระพลานามัย ทรงยอมรับในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 ว่า พระองค์จำเป็นต้องช้าลง ทรงย้ำหลายครั้งรวมถึงครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ว่า จะทรงพิจารณาเรื่องสละตำแหน่งหากมีความจำเป็นทางสุขภาพ อย่างไรก็ดี ทรงย้ำว่า ไม่ควรให้การสละตำแหน่งกลายเป็นบรรทัดฐาน และเรื่องนี้ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญในเวลานี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในปี 2556 ต่อจากสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ที่ทรงสละตำแหน่งเนื่องจากมีพระชนมพรรษามากขึ้น และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ขณะมีพระชนมพรรษา 95 พรรษา.-สำนักข่าวไทย
วาติกัน 5 ม.ค.- สมเด็จพระสันตะปาปาหรือโป๊ปฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิกจะทรงเป็นประธานในพิธีพระศพของอดีตโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 ที่สำนักวาติกันในวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่โป๊ปองค์ปัจจุบันจะร่วมในพิธีพระศพของโป๊ปที่ทรงสละตำแหน่ง โป๊ปฟรานซิสจะทรงนำสวดมิสซาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ต่อหน้าพระศพโป๊ปกิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ที่ประดิษฐานในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สำนักวาติกันแจ้งว่า จะมีสมาชิกราชวงศ์ยุโรป ผู้นำหลายประเทศ และบาทหลวง 3,700 รูปร่วมในพิธีพระศพ ส่วนในช่วง 3 วันของการสักการะพระศพ มีผู้มาสักการะแล้วราว 195,000 คน พระศพในชุดโป๊ปสีแดงที่ประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาได้รับการอัญเชิญลงหีบพระศพเมื่อเย็นวันพุธสำหรับประกอบพิธีพระศพในวันนี้ที่จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09:30 น.วันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 15:30 น.วันนี้ตามเวลาไทย คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานมากถึง 100,000 คน จากนั้นพระศพจะได้รับการอัญเชิญลงหลุมในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่ฝังพระศพโป๊ปมากกว่า 90 พระองค์ โดยจะเป็นหลุมที่เคยฝังพระศพโป๊ปจอห์น ปอลที่ 2 ซึ่งได้รับการอัญเชิญไปยังพื้นที่หลักของมหาวิหารตั้งแต่เมื่อครั้งที่ทรงได้รับการประกาศเป็นบุญราศีในปี 2554 และทรงได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี 2557 สำนักวาติกันจัดเตรียมกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัย 1,000 นาย โดยจะมีพลเรือนจำนวนมากจากหน่วยป้องกันภัยพลเรือนของอิตาลีมาร่วมดูแลความปลอดภัยด้วย และมีผู้สื่อข่าวได้รับอนุญาตให้ทำข่าวมากกว่า 1,000 คน ด้านสเปนประกาศอาลัยทั่วประเทศในวันนี้ ขณะที่อิตาลีลดธงครึ่งเสาตามสถานที่ราชการ ส่วนเยอรมนีจะมีการตีระฆังโบสถ์ในเวลา 11:00 น. […]
วาติกัน 13 มี.ค.- เลขาธิการรัฐวาติกันแสดงความกังวลต่อการที่รัสเซียรุกรานยูเครนว่า เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าโลกกำลังก้าวถอยหลังเข้าสู่อดีต แทนที่จะกล้าเดินหน้าเพื่ออนาคตที่แตกต่างไปจากเดิม พระอัครสังฆราชปิเอโตร ปาโรลีน เลขาธิการรัฐวาติกัน ผู้ได้รับการเคารพอย่างกว้างขวางมากเป็นอันดับสองรองจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสต์จักรโรมันคาทอลิกเรียกร้องให้รัสเซียเจรจากับยูเครน โดยระบุว่าผู้นำที่ทำสงครามคือผู้ที่เชื่อแต่ตรรกะเลวร้ายเรื่องการใช้อาวุธ และลืมสิ้นถึงความเป็นมนุษย์ พร้อมกับย้ำเรื่องสำนักวาติกันอาสาเป็นเจ้าภาพการเจรจา เพื่อก้าวไปสู่อนาคตของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พระอัครสังฆราชปาโรลีนเปรียบสงครามว่าเหมือนมะเร็งร้ายที่เติบโต ลุกลาม และกัดกินตัวเอง เป็นการเสี่ยงภัยที่ไม่มีทางหวนกลับดังที่สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 เคยตรัสไว้ ทุกคนต้องตระหนักว่า ได้ตกไปอยู่ในระแสน้ำวนที่คาดการณ์ไม่ได้และส่งผลเลวร้ายกับทุกคนแล้ว แต่ขอบอกว่ายังไม่สายเกินไปที่จะสร้างสันติภาพ และถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน เลขาธิการรัฐวาติกันกล่าวเรื่องนี้ในขณะที่เว็บไซต์บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) รายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนอ้างว่า มีทหารยูเครนพลีชีพแล้ว 1,300 นายนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกราน เจ้าหน้าที่ยูเครนเผยว่า มีการอพยพประชาชนตามเมืองต่าง ๆ มากกว่า 13,000 คนผ่านเส้นทางมนุษยธรรมเมื่อวันเสาร์ แต่ชาวเมืองมารีอูปอล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไม่สามารถออกมาได้แม้แต่คนเดียว เพราะถูกกองกำลังรัสเซียปิดล้อมท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยมีอาหารและน้ำเหลืออย่างจำกัด ยูเครนอ้างด้วยว่า กองกำลังรัสเซียยิงใส่ขบวนรถเด็กและสตรีที่กำลังอพยพออกจากหมู่บ้านใกล้กรุงเคียฟ ทำให้มีคนเสียชีวิต 7 คน.-สำนักข่าวไทย