fbpx

ญี่ปุ่นพบผู้เสียชีวิตจากโควิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โตเกียว 18 ก.พ. – ญี่ปุ่นพบผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายวัน 271 คน ทำสถิติสูงสุดของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่คาดว่าอาจยืดเยื้อไปจนถึงเดือนเมษายนนี้ บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น หรือเอ็นเอชเค รายงานวันนี้ว่า ญี่ปุ่นพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดเพิ่มขึ้น 271 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำสถิติสูงกว่าวันละ 200 คนติดต่อกันเป็นวันที่สาม ทำให้ในเดือนนี้ญี่ปุ่นมีตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2,446 คน และกลายเป็นเดือนที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกในประเทศเมื่อสองปีก่อน ขณะที่คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของญี่ปุ่นระบุว่า ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในญี่ปุ่นได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการระบาดแล้ว แต่ยังคงมีแนวโน้มพบผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ศาสตราจารย์ฮิโรชิ นิชิอูระ จากมหาวิทยาลัยเกียวโตของญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนจะคร่าชีวิตชาวญี่ปุ่น 4,339 คนนับตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงวันที่ 20 เมษายนนี้ ผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ 70 เป็นประชากรที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยขึ้นอยู่กับอัตราเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่สาม ด้านนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น ได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะเร่งโครงการฉีดวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้นให้แก่ประชาชนในขณะที่มีชาวญี่ปุ่นเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามเพียงร้อยละ 12 จากประชากรทั้งหมด 125 ล้านคน ขณะนี้ […]

นายกฯ ญี่ปุ่นตั้งเป้าฉีดวัคซีนเข็มสามวันละ 1 ล้านโดส

โตเกียว 7 ก.พ. – นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่น เผยวันนี้ว่า เขาต้องการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่สามให้ได้วันละ 1 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่า เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศ นายกรัฐมนตรีคิชิดะกล่าวในการประชุมคณะกรรมการพิจารณางบประมาณของรัฐบาลญี่ปุ่นว่า เขาได้สั่งให้นายชิเงยูกิ โกโตะ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หาทางเร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่สามให้บรรลุเป้าหมายวันละ 1 ล้านโดสให้ได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้ โดยระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มที่สามเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการระบาดและผู้ป่วยติดเชื้ออาการหนักที่เกิดขึ้นจากเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน นายกรัฐมนตรีคิชิดะยังเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อเร่งการกระจายบัตรนัดวัคซีนโควิดเข็มสามและจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนเพิ่มเติม รวมถึงขอให้บริษัทต่าง ๆ ติดต่อรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อตั้งจุดฉีดวัคซีนให้แก่พนักงานได้ที่บริษัทของตน นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยังเรียกร้องให้เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มคุณครู เจ้าหน้าที่โรงเรียนอนุบาล ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมถึงการวางแผนฉีดวัคซีนเข็มสามให้แก่พนักงานของรัฐบาลเช่นกัน บรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งญี่ปุ่น หรือเอ็นเอชเค รายงานว่า ญี่ปุ่นมียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นกำลังอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมโรคโควิดเพื่อยับยั้งการระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มสาม ขณะนี้ ญี่ปุ่นมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 3.3 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 19,300 คน. -สำนักข่าวไทย

คาดเยอรมนีอาจพบผู้ป่วยโควิดพุ่ง 3 เท่ากลางเดือน ก.พ.

เบอร์ลิน 21 ม.ค. – รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนีเตือนว่า เยอรมนีอาจพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงกว่าวันละ 400,000 คนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่วันนี้มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่มากถึง 140,160 คน สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยนามว่า นายคาร์ล เลาเทอร์บาค รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเยอรมนี กล่าวในการหารือร่วมกับบรรดาผู้นำของรัฐในเยอรมนีว่า เยอรมนีอาจพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงกว่าวันละ 400,000 คนจากแนวโน้มคาดการณ์ในแง่ดีในกรณีที่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่สามช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก อย่างไรก็ดี เยอรมนีอาจพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงกว่าวันละ 600,000 คน หากวัคซีนเข็มกระตุ้นมีประสิทธิภาพลดลง แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการหารือในครั้งนี้ยังกล่าวกับรอยเตอร์สว่า นายเลาเทอร์บาคยังคาดว่าจะมีตัวเลขผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในแผนกผู้ป่วยหนักตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ รัฐบาลกลางของเยอรมนีและผู้นำรัฐต่าง ๆ จะหารือร่วมกันเกี่ยวกับการใช้มาตรการเพื่อควบคุมยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นในวันจันทร์หน้า ขณะนี้ เยอรมนีมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 8.3 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 117,000 คน โดยมีประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบสองโดสร้อยละ 73 และฉีดวัคซีนเข็มที่สามร้อยละ 49 จากประชากรทั้งหมดราว 83 ล้านคน.-สำนักข่าวไทย

อนามัยโลกชี้ไม่มีหลักฐานเด็ก-วัยรุ่นต้องฉีดวัคซีนเข็มสาม

เจนีวา 19 ม.ค. – องค์การอนามัยโลกระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ว่าเด็กและวัยรุ่นที่มีสุขภาพแข็งแรงจำเป็นต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ดร. สุมยา สวามินาธาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก แถลงเมื่อวันอังคารว่า แม้ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงหลังฉีด ในขณะที่เกิดการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั่วโลกต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลกลุ่มใดจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวที่ระบุว่า เด็กหรือวัยรุ่นที่มีสุขภาพแข็งแรงต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ดร. สวามินาธาน ยังระบุว่า คณะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงขององค์การอนามัยโลกจะประชุมร่วมกันภายในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาคำถามที่เฉพาะเจาะจงในประเด็นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ประชากรในแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงต่ออาการป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประชากรสูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคประจำตัว รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย ก่อนหน้านี้ อิสราเอลได้เริ่มฉีดวัคซีนเข็มที่สามให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปแล้ว ขณะที่สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐ หรือเอฟดีเอ ประกาศอนุมัติใช้วัคซีนของไฟเซอร์/ไบออนเทคเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มเด็กอายุ 12-15 ปีเมื่อช่วงต้นเดือน ส่วนเยอรมนีได้ประกาศคำแนะนำให้เด็กอายุ 12-17 ปีเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่สามเมื่อสัปดาห์ก่อน.-สำนักข่าวไทย

ยูเออีไม่ให้เข้าเมืองหลวงถ้าไม่ฉีดเข็มวัคซีนโควิดเข็ม 3

อาบูดาบี 18 ม.ค.- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี (UAE) กำหนดให้ผู้เดินทางเข้ากรุงอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็มที่ 3 แล้วเท่านั้น หลังจากมีผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ แอปพลิเคชันสุขภาพของรัฐบาลยูเออีกำหนดว่า ผู้เดินทางเข้ากรุงอาบูดาบีจะต้องแสดง “บัตรผ่าน” ที่ยืนยันสถานะการฉีดวัคซีนครบโดส ซึ่งหมายถึงการฉีดเข็มที่ 3 แล้วเท่านั้น โดยฉีดห่างจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 6 เดือน และต้องมีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบภายใน 2 สัปดาห์ก่อนเดินทางเข้ามา ส่วนผู้อยู่ในกรุงอาบูดาบีจะต้องแสดง “บัตรผ่าน” ก่อนเข้าสถานที่ราชการและสถานที่สาธารณะ สาธารณสุขของยูเออีอ้างว่า ทั้งประเทศมีคนฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมากกว่าร้อยละ 90 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงในเดือนธันวาคม แต่ขณะนี้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกเพราะเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ยอดติดเชื้อสะสมจนถึงขณะนี้มากกว่า 808,200 คน เสียชีวิตมากกว่า 2,100 คน.-สำนักข่าวไทย

มาเลเซียร่นระยะฉีดวัคซีนโควิดเข็มสามเหลือ 3 เดือน

กัวลาลัมเปอร์ 28 ธ.ค. – นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย เผยวันนี้ว่า มาเลเซียจะร่นการเว้นช่วงฉีดวัคซีนเข็มที่สามของไฟเซอร์และแอสตราเซเนกาเหลืออย่างน้อย 3 เดือนในกลุ่มผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบสองโดส นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมาตรการที่ใช้กันในหลายประเทศทั่วโลก เช่น เยอรมนีและออสเตรเลีย ซึ่งแนะนำให้ร่นการเว้นระยะฉีดวัคซีนเข็มที่สามให้สั้นลงเหลืออย่างน้อย 3 เดือนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า มาเลเซียมีแนวโน้มเกิดการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในชุมชนสูงมาก หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ในรัฐซาราวัก ปัจจุบันมาเลเซียแนะนำให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดของซิโนแวคครบสองโดสเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มสามของไฟเซอร์หรือแอสตราเซเนกาโดยเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3 เดือน ส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนสองเข็มแรกของไฟเซอร์หรือแอสตราเซเนกาควรเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มสามโดยเว้นระยะห่าง 6 เดือน ขณะนี้ มาเลเซียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 2.7 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 31,000 คน. -สำนักข่าวไทย

แอสตราฯ เผยฉีดวัคซีนโควิด 3 เข็มต้านโอไมครอนได้

ลอนดอน 23 ธ.ค. – แอสตราเซเนกา บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอังกฤษและสวีเดน เผยข้อมูลจากการทดลองในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษในวันนี้ว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดของแอสตราเซเนกา 3 เข็มมีประสิทธิภาพต้านเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกได้ แอสตราเซเนการะบุว่า ผลการทดลองดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาครบ 3 เข็มจะช่วยเพิ่มระดับสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนให้อยู่ในระดับเดียวสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาหลังฉีดวัคซีนครบสองโดส ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสามของแอสตราฯ จะมีระดับสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนสูงกว่าผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาหายดีแล้ว โดยที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดจากกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนครบสองโดสและวัคซีนเข็มสาม และผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวล รวมถึงตัวอย่างเลือดจากผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มสามของแอสตราฯ 41 คน ทั้งยังระบุว่า คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดที่เป็นผู้ดำเนินการทดลองในครั้งนี้เป็นนักวิจัยอิสระคนละทีมกับที่พัฒนาวัคซีนของแอสตราฯ ในขณะเดียวกัน นายเมเน ปังกาลอส หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาชีวเภสัชภัณฑ์ของแอสตราฯ กล่าวว่า ในขณะที่แอสตราฯ เริ่มเข้าใจเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนมากขึ้น บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถกระตุ้นการตอบสนองของที-เซลล์ (T-cell) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการหาและกำจัดเซลล์ติดเชื้อ ให้มีประสิทธิภาพป้องกันอาการป่วยรุนแรงและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ ทั้งนี้ ผลการทดลองดังกล่าว ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการและยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ มีความสอดคล้องกับผลการทดลองของไฟเซอร์กับโมเดอร์นาที่ระบุว่า การฉีดวัคซีนโควิดที่ทั้งสองบริษัทพัฒนาขึ้นครบ 3 เข็มมีประสิทธิภาพต้านเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้. -สำนักข่าวไทย

ปานามาร่นระยะห่างวัคซีนเข็ม 3 หลังพบโอไมครอนรายแรก

ปานามาซิตี 22 ธ.ค.- ปานามาจะร่นระยะห่างการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็ม 3 หรือเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันลงครึ่งหนึ่งจาก 6 เดือนเป็น 3 เดือน หลังจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนคนแรกของประเทศ ประธานาธิบดีเลาเรนติโน กอร์ติโซ ทวีตผ่านทวิตเตอร์ว่า การฉีดวัคซีนเข็ม 3 จะมีขึ้นหลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้ว 3 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 6 เดือน เนื่องจากวัคซีนช่วยป้องกันการเสียชีวิต เขาจึงอนุมัติให้ศูนย์ฉีดวัคซีนทั่วประเทศลดระยะห่างการฉีดเข็ม 3 ลงเหลือ 3 เดือนให้แก่ประชากรวัย 16 ปีขึ้นไป โดยจะเป็นการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ ไม่ว่าเข็มก่อนหน้านี้จะเป็นไฟเซอร์หรือแอสตราเซนเนกาก็ตาม ข้อมูลของรัฐบาลปานามาระบุว่า ประชากร 4 ล้าน 2 แสนคน รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 6 ล้านโดส ประชากรเป้าหมายร้อยละ 90 ได้ฉีดเข็มแรกแล้ว และร้อยละ 80 ได้ฉีดครบ 2 เข็ม ขณะที่มียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า […]

อังกฤษพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ลอนดอน 16 ธ.ค. – อังกฤษพบยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายใหม่ 78,610 คน ถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกในประเทศ และทำลายสถิติสูงสุด 68,053 คนเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่อังกฤษกำลังอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ คริส วิตตี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของอังกฤษแถลงเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นว่า ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ในอังกฤษจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และเตือนให้ประชาชนพิจารณาถึงความสำคัญในการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส รวมถึงสนับสนุนให้ชาวอังกฤษตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทางไปเยี่ยมผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิดสูง หากเป็นไปได้ ควรพบปะกันในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวกหรือที่กลางแจ้ง ทั้งยังระบุว่า อังกฤษกำลังเผชิญกับการระบาดของเชื้อโควิด 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่ระบาดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และสายพันธุ์เดลตา ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และเตือนว่าบางพื้นที่อาจมีอัตราผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นสองเท่าภายในสองวันนี้ ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า เขาเกรงว่าอังกฤษจะเผชิญกับยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ทั่วประเทศเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และในกรุงลอนดอนอาจเพิ่มขึ้นสูงถึงเกือบร้อยละ 33 บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ หรือบีบีซี รายงานอ้างข้อมูลของทางการอังกฤษที่ระบุว่า อังกฤษฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่สาม 656,711 โดสเมื่อวันพุธ เพิ่มขึ้นจากวันอังคารที่ฉีดได้ราว 140,000 โดส และมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 165 […]

สิงคโปร์เร่งฉีดวัคซีนโควิดเข็มสามสกัดโอไมครอน

สิงคโปร์ 14 ธ.ค. – สิงคโปร์จะเร่งเดินหน้าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่สามมากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ระบุวันนี้ว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากต่างประเทศชี้ว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิดเข็มสามมีภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีอัตราป้องกันอาการป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ดังนั้น การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจึงมีความจำเป็นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันต้านและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอน กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ยังแจ้งว่า สิงคโปร์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนทั้งหมด 16 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อ 14 คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และมี 2 คนที่ติดเชื้อในประเทศ ทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดส และเป็นผู้ที่ไม่มีอาการป่วยหรือมีอาการเล็กน้อย โดยที่ทางการสิงคโปร์ยังไม่พบความเชื่อมโยงของการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในชุมชน ก่อนหน้านี้ ทางการสิงคโปร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 339 คน และผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 273,000 คน และผู้เสียชีวิต 798 คน.-สำนักข่าวไทย

1 2 3