fbpx

เงินเฟ้ออังกฤษทุบสถิติสูงสุดในรอบ 40 ปีครั้งใหม่

ลอนดอน 20 ก.ค.- ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษทำสถิติสูงสุดในรอบ 40 ปีครั้งใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 จากเดือนมิถุนายนปีก่อน และอาจทำให้ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าปกติในเดือนสิงหาคม เดือนมิถุนายนปีนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาวะเงินเฟ้อของอังกฤษเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากต้นปี 2525 และลบสถิติเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 นอกจากนี้ ยังเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) ที่รายงานตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนมิถุนายนแล้ว สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษระบุว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 ต่อปี และราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 10 ต่อปี เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนสูงที่สุดในรอบ 40 ปีครั้งใหม่ ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้มาแล้ว 5 ครั้ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 หวังควบคุมอัตราเงินเฟ้อ โดยขึ้นครั้งหลังสุดร้อยละ 0.25 ในเดือนมิถุนายน เป็นร้อยละ 1.25 คาดว่าธนาคารกลางจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมนโยบายเดือนสิงหาคม.-สำนักข่าวไทย

น้ำมันเบนซินสหรัฐต่ำกว่า $4.50 ครั้งแรกในรอบ 9 สัปดาห์

วอชิงตัน 19 ก.ค.- สมาคมยานยนต์อเมริกันหรือเอเอเอ (AAA) เผยว่า น้ำมันเบนซินในสหรัฐมีราคาขายปลีกเฉลี่ยในวันนี้ ที่แกลลอนละ 4.495 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 164.50 บาท) ต่ำกว่า 4.50 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 9 สัปดาห์ นับจากวันที่ 16 พฤษภาคม น้ำมันเบนซินในสหรัฐมีราคาขายปลีกเฉลี่ยเกินแกลลอนละ 5 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน แต่หลังจากนั้นได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น และความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะน้ำมันราคาแพง ขณะที่ทำเนียบขาวพยายามดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อทำให้ราคาลดลง เช่น ปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์แห่งชาติออกสู่ตลาดในปริมาณ 180 ล้านบาร์เรล มาตรการนี้ได้ผลบางส่วน แต่ราคาน้ำมันยังคงถือว่าสูงอยู่ เพราะทั่วโลกยังคงกลั่นน้ำมันได้อย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาขายปลีกเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินในสหรัฐเคยทำสถิติสูงสุดที่แกลลอนละ 5.02 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อกลางเดือนมิถุนายน แต่ก็ยังคงต่ำกว่าราคาในเดือนมิถุนายน 2551 ที่เคยทำสถิติสูงสุดที่แกลลอนละ 5.41 ดอลลาร์สหรัฐตามข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐ.-สำนักข่าวไทย

สหรัฐชี้น้ำมันอาจแตะ $140 ถ้าไม่ตั้งเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย

โตเกียว 12 ก.ค.- เจ้าหน้าที่อาวุโสในกระทรวงคลังสหรัฐชี้ว่า ราคาน้ำมันโลกอาจทะยานขึ้นร้อยละ 40 จากราคาปัจจุบันไปแตะที่บาร์เรลละ 140 ดอลลาร์สหรัฐ หากไม่บังคับใช้ข้อเสนอกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย และไม่ยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบางอย่าง เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐจะหารือเรื่องนี้และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกับนายชุนอิจิ ซูซูกิ รัฐมนตรีคลังในการพบปะกันวันนี้ที่กรุงโตเกียว เป้าหมายคือการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียให้ครอบคลุมต้นทุนเพิ่มหรือต้นทุนหน่วยสุดท้ายในการผลิตน้ำมัน เพื่อจูงใจให้รัสเซียส่งออกน้ำมันต่อไป แต่ไม่สูงจนเปิดโอกาสให้รัสเซียนำเงินไปใช้ทำสงครามกับยูเครน โดยมีความเป็นไปได้ที่จะกำหนดเพดานราคาไว้ที่บาร์เรลละ 40-60 ดอลลาร์สหรัฐ ตามที่ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) เห็นพ้องกันในการประชุมสุดยอดที่เยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนว่า จะหาลู่ทางกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซีย แต่ยังอยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียด ขณะเดียวกัน สหรัฐยังได้เสนอให้คำสั่งซื้อน้ำมันรัสเซียที่ต่ำกว่าราคาเพดาน ได้รับข้อยกเว้นจากมาตรการของสหภาพยุโรปหรืออียู ที่ห้ามบริษัทรับประกันเรือขนส่งน้ำมันรัสเซีย เพราะหากไม่มีข้อยกเว้นนี้น้ำมันรัสเซียจะตกค้างวันละหลายล้านตัน เพราะเรือขนส่งไม่มีบริษัทรับประกัน และอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกทะยานขึ้นจากบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,632 บาท) ในปัจจุบัน เป็น 140 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,085 บาท) ได้.-สำนักข่าวไทย

น้ำมันอาจแตะ 300-400 เหรียญถ้าคุมตามญี่ปุ่นเสนอ

มอสโก 5 ก.ค.- นายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่า ข้อเสนอของญี่ปุ่นเรื่องกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซียไว้ที่ครึ่งหนึ่งของราคาปัจจุบัน อาจทำให้ตลาดโลกมีน้ำมันดิบลดลงอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันทะยานเหนือบาร์เรลละ 300-400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,739-14,319 บาท) นายเมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซียโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความเห็นต่อรายงานข่าวเรื่องนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่นเสนอให้กำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซียไว้ที่ครึ่งหนึ่งของราคาปัจจุบัน หลังจากผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือจี 7 (G7) เห็นพ้องเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะสำรวจความเป็นไปได้ในการกำหนดเพดานราคาน้ำมันนำเข้าจากรัสเซียเป็นการชั่วคราว นายเมดเวเดฟระบุว่า หากทำตามข้อเสนอดังกล่าวญี่ปุ่นจะไม่ได้ทั้งน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย รวมทั้งจะไม่ได้เข้าร่วมในการโครงการก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจีซักคาลิน-2 (Sakhalin-2 LNG) ด้วย ข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้ตลาดโลกมีปริมาณน้ำมันลดลงอย่างมาก และอาจทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าราคาแพงมหาศาลที่คาดการณ์ไว้ที่บาร์เรลละ 300-400 ดอลลาร์สหรัฐเสียอีก สัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียได้ลงนามคำสั่งให้รัฐบาลยึดโครงการซักคาลิน-2 ทางตะวันออกไกลของประเทศอย่างเต็มตัว ซึ่งอาจทำให้บริษัทพลังงานข้ามชาติอย่างเชลล์ และบริษัทญี่ปุ่นอย่างมิตซุยและมิตซูบิชิถูกบีบออกจากโครงการนี้.-สำนักข่าวไทย

เงินเฟ้ออังกฤษสูงที่สุดในกลุ่มจี 7

ลอนดอน 22 มิ.ย.- ราคาอาหารที่สูงขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้ออังกฤษในเดือนพฤษภาคมทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ครั้งใหม่ที่ร้อยละ 9.1 และสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือจี 7 (G7) อัตราเงินเฟ้ออังกฤษเดือนพฤษภาคมปีนี้ลบสถิติร้อยละ 9.0 ของเดือนเมษายน และสูงที่สุดนับจากปี 2525 ตามการบันทึกของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สาเหตุหลักมาจากราคาอาหารและสินค้าไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8.7 ต่อปีในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2552 ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 ต่อเดือน อัตราเงินเฟ้ออังกฤษเดือนพฤษภาคมสูงกว่าสมาชิกชาติอื่น ๆ ในกลุ่มจี 7 อย่างสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ส่วนแคนาดาและญี่ปุ่นยังไม่ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม แต่คาดว่าจะไม่สูงเท่าอังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษแถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าร้อยละ 9 ต่อไปอีกหลายเดือน และจะไปสูงสุดทะลุร้อยละ 11 ในเดือนตุลาคมเมื่อค่าเชื้อเพลิงในครัวเรือนที่ถูกควบคุมไว้ถึงกำหนดต้องขึ้นราคาอีกครั้ง ด้านนายริชี ซูนัก รัฐมนตรีคลังอังกฤษกล่าวว่า รัฐบาลกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อรับมือกับราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น.-สำนักข่าวไทย

“ไบเดน” โวยโรงกลั่นน้ำมันค้ากำไร

วอชิงตัน 16 มิ.ย.- ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐเรียกร้องโรงกลั่นน้ำมันให้ชี้แจงเหตุผลที่ไม่นำน้ำมันออกสู่ตลาดให้มากขึ้น และกอบโกยกำไรจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รอยเตอร์อ้างสำเนาจดหมายที่ไบเดนส่งถึงผู้บริหารบริษัทโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งว่า ผู้นำสหรัฐระบุว่า ในยามสงครามแบบนี้ การที่โรงกลั่นน้ำมันค้ากำไรเกินควรด้วยการผลักภาระไปให้ครัวเรือนชาวอเมริกันโดยตรงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ อีกทั้งยังไม่น้ำมันออกสู่ตลาดให้มากขึ้น เท่ากับบั่นทอนความพยายามของรัฐบาลที่หาทางชดเชยผลกระทบจากสงครามยูเครน ทั้งที่รัฐบาลได้เพิ่มการปล่อยน้ำมันสำรองและเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเบนซิน ด้านโฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันมีหน้าที่ในฐานะผู้รักชาติที่จะเพิ่มปริมาณน้ำมันและลดต้นทุนให้ผู้บริโภค รัฐบาลขอเรียกร้องให้โรงกลั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประธานาธิบดีไบเดนเพิ่มการกดดันโรงกลั่น เนื่องจากราคาน้ำมันที่สถานีบริการทำสถิติสูงสุดเกินแกลลอนละ 5 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว แหล่งข่าวเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ขอร้องโรงกลั่นเป็นการส่วนตัวให้เดินเครื่องโรงกลั่นที่ถูกปิดอยู่และเพิ่มกำลังผลิต รวมทั้งหาทางเพิ่มปริมาณน้ำมันเบนซินเข้าสู่ตลาด ราคาน้ำมันแพงที่ทำให้เงินเฟ้อสูงมากอยู่ในขณะนี้ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจ และอาจส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งกลางสมัยในวันที่ 8 พฤศจิกายนปีนี้ ช่วงที่ราคาน้ำมันร่วงเพราะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และโรงกลั่นที่ไม่ทำกำไรถูกปิดไปหลายแห่ง โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐมีกำลังผลิตสูงสุดในเดือนเมษายน 2563 ไม่ถึงวันละ 19 ล้านบาร์เรล ส่วนเดือนมีนาคมปีนี้กำลังผลิตอยู่ที่วันละ 17.9 ล้านบาร์เรล โรงกลั่นในสหรัฐเผยว่า กำลังผลิตในขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 94 และไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ตามที่ประธานาธิบดีต้องการ.-สำนักข่าวไทย

ราคาข้าวส่งออกเวียดนามลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน

ฮานอย 8 มิ.ย.- ราคาข้าวส่งออกโดยเฉลี่ยของเวียดนามลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนมิถุนายน โดยซื้อขายที่ตันละ 415-420 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14,300-14,472 บาท) กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเวียดนามส่งออกข้าว 2 ล้าน 8 แสน 6 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่า 1,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,896 ล้านบาท) ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 แต่มูลค่าลดลงร้อยละ 1 เว็บไซต์ข่าวเวียดนามเอ็กซ์เพรสส์ระบุว่า ราคาข้าวโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปริมาณล้นตลาด พร้อมกับตัวอย่างราคาข้าวขาว 5 เปอร์เซนต์ของไทยว่า ถูกลง 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 172 บาท) เหลือตันละ 445 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,333 บาท) แต่ราคาข้าวในประเทศของเวียดนามปรับขึ้นเล็กน้อยในเดือนมิถุนายน เนื่องจากมีปริมาณลดลงระหว่างช่วงเพาะปลูกฤดูหนาวถึงฤดูใบ้ไม้ผลิ กับช่วงเพาะปลูกฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง รายงานระบุด้วยว่า ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของเวียดนาม โดยนำเข้าข้าวจากเวียดนาม 915,000 […]

สภาญี่ปุ่นประกาศใช้งบประมาณเพิ่มเติมรับมือของแพง

โตเกียว 31 พ.ค.- รัฐสภาญี่ปุ่นประกาศใช้งบประมาณรายจ่ายพิเศษเพิ่มเติม 2.7 ล้านล้านเยน (ราว 720,000 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2565 เพื่อใช้รับมือกับราคาอาหารและเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นหลังเกิดสงครามยูเครน วุฒิสภาญี่ปุ่นผ่านความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมด้วยเสียงส่วนใหญ่ในวันนี้ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรผ่านความเห็นชอบไปเมื่อวันศุกร์ รัฐบาลจะนำงบประมาณเพิ่มเติมของปีงบประมาณ 2565 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน มาใช้สนับสนุนมาตรการเศรษฐกิจฉุกเฉินมูลค่า 6.2 ล้านล้านเยน (ราว 1.66 ล้านล้านบาท) ที่ร่างขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายน โดยจะนำงบประมาณเพิ่มเติมราว 1.2 ล้านล้านเยน (ราว 320,000 ล้านบาท) ไปต่ออายุโครงการอุดหนุนราคาน้ำมันที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน และนำอีกราว 1.5 ล้านล้านเยน (ราว 400,000 ล้านบาท) ไปชดเชยงบประมาณสำรองที่นำมาใช้ดำเนินมาตรการบรรเทาทุกข์ประชาชน เช่น การแจกเงินครัวเรือนรายได้น้อยที่มีบุตรต้องเลี้ยงดู งบประมาณเพิ่มเติมทั้งหมดจะได้มาจากการออกพันธบัตรรัฐบาล เดิมรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งงบประมาณปี 2565 ไว้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 107.60 ล้านล้านเยน (ราว 28.78 ล้านล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นงบประมาณสำรอง 5.5 ล้านล้านเยน (ราว […]

อินโดนีเซียเลิกห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มแต่นโยบายยังไม่ชัดเจน

จาการ์ตา 23 พ.ค.- อินโดนีเซียยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มในวันนี้ แต่ผู้ค้าและบริษัทต่าง ๆ ยังคงรอรายละเอียดที่ชัดเจนในการปฏิบัติตามระเบียบการควบคุมปริมาณน้ำมันปาล์มปรุงอาหารให้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศภายใต้ราคาควบคุม ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซียประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนเรื่องยกเลิกคำสั่งห้ามออกส่งน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูปบางอย่าง เพราะมั่นใจว่าราคาน้ำมันปรุงอาหารในประเทศจะลดลงสู่ระดับเป้าหมายที่ลิตรละ 14,000 รูเปียห์ (ราว 32.72 บาท) แม้ว่าราคาเมื่อวันศุกร์ยังอยู่ที่ลิตรละ 17,000 รูเปียห์ (ราว 39.73 บาท) โดยใช้นโยบายข้อบังคับตลาดในประเทศหรือดีเอ็มโอ (DMO) ที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์จำนวนหนึ่งภายในประเทศในราคาที่กำหนดไว้ นายไอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีกระทรวงประสานงานเศรษฐกิจเผยว่า รัฐบาลกำหนดให้ต้องมีน้ำมันปรุงอาหารในประเทศ 10 ล้านตัน โดยให้กระทรวงการค้าเป็นผู้กำกับดูแล อย่างไรก็ดี ผู้ค้ายังคงรอทางการประกาศรายละเอียดดีเอ็มโอและระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ น้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หลายอย่าง และเป็นน้ำมันปรุงอาหารถึง 1 ใน 3 ของโลก อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดราวร้อยละ 60 ของโลก งดส่งออกตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน หวังดึงราคาในประเทศให้ลดลง แต่กระทบต่อราคาในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันเมล็ดทานตะวันขาดแคลนเพราะสงครามยูเครน.-สำนักข่าวไทย

ราคาขายส่งญี่ปุ่นเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โตเกียว 16 พ.ค.- ราคาขายส่งของญี่ปุ่นเดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 จากเดือนเมษายนปีก่อน เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2524 เนื่องจากราคาพลังงานและวัตถุดิบปรับสูงขึ้นหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับเงินเยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว ธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) เปิดเผยข้อมูลวันนี้ว่า ราคาขายส่งซึ่งเป็นราคาซื้อขายสินค้าระหว่างบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน ตอกย้ำทัศนะที่ว่าเงินเฟ้อผู้บริโภคจะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าบีโอเจคาดว่า เงินเฟ้อเพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นน่าจะทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานแตะร้อยละ 2 ที่เป็นเป้าหมายของบีโอเจ แต่เขาจะไม่ใช้นโยบายเข้มงวดทางการเงินตามแบบธนาคารกลางสหรัฐและยุโรป เว็บไซต์สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนจุดกระแสวิตกเรื่องอุปทานสินค้า ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหินปรับขึ้นร้อยละ 30.9 ราคาวัตถุดิบซึ่งรวมทั้งเหล็กและแผ่นเหล็กปรับขึ้นร้อยละ 29.9 ราคาผลิตภัณฑ์ไม้และไม้แปรรูปปรับขึ้นถึงร้อยละ 56.4 ราคาโลหะที่ไม่ใช่เหล็กปรับขึ้นร้อยละ 25.0 นอกจากนี้ยังทำให้ราคาอาหารและเครื่องดื่มปรับขึ้นร้อยละ 3.7 ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยไดอิจิไลฟ์ชี้ว่า อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาขายส่งปรับขึ้นไปมากคือ เงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมากตั้งแต่เดือนมีนาคมได้ส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจมากกว่าเชิงบวก.-สำนักข่าวไทย

นายกฯ ออสเตรเลียชูนโยบายทำให้บ้านถูกลง

บริสเบน 15 พ.ค.- นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันของออสเตรเลียชูนโยบายทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาถูกลงเพื่อให้คนเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลผสมของเขามีคะแนนนิยมตามหลังพรรคฝ่ายค้านในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ พรรคเสรีนิยมของนายกรัฐมนตรีมอร์ริสันเปิดการหาเสียงอย่างเป็นทางการที่นครเมลเบิร์น รัฐควีนส์แลนด์ในวันนี้ ขณะที่ผลสำรวจชี้ว่า รัฐบาลผสมพรรคเสรีนิยมและพรรคแห่งชาติมีแนวโน้มจะพ่ายแพ้ให้แก่พรรคแรงงานในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งที่ 47 ในวันเสาร์หน้า ปิดฉากการบริหารประเทศนานติดต่อกัน 9 ปีของรัฐบาลสายอนุรักษ์นิยม นายกรัฐมนตรีมอร์ริสันแจกแจงนโยบายที่อยู่อาศัยหวังกอบกู้คะแนนเสียงว่า จะสนับสนุนให้ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไปสามารถขายอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของครอบครัวเพื่อซื้อที่พักอาศัยขนาดเล็กลง ทำให้ในตลาดมีจำนวนที่พักอาศัยสำหรับครอบครัวเพิ่มขึ้น และส่งเสริมให้ชาวออสเตรเลียสามารถลงทุนในกองทุนเกษียณอายุนอกเหนือจากเพดานปัจจุบันได้สูงสุด 300,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (กว่า 7 ล้าน 2 แสนบาท) หากเลือกรัฐบาลผสมให้บริหารประเทศอีกครั้ง ผู้ซื้อบ้านหลังแรกจะสามารถนำเงินบางส่วนจากการออมในกองทุนดังกล่าวมาซื้อบ้านได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนของครอบครัวจำนวนมาก รอยเตอร์ชี้ว่า นโยบายดังกล่าวของนายมอร์ริสันหวังลดแรงกดดันเรื่องที่อยู่อาศัยมีราคาแพง เนื่องจากการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้เน้นเรื่องค่าครองชีพสูง ความมั่นคงแห่งชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก ขณะที่พรรคแรงงานชูนโยบายว่า หากได้รับเลือกตั้งจะทุ่มงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 24,080 ล้านบาท) ส่งเสริมการสร้างงานและกระจายฐานการผลิตอุตสาหกรรมของประเทศ.-สำนักข่าวไทย

ศรีลังกาตั้ง ครม.ใหม่แก้วิกฤตเศรษฐกิจ

โคลัมโบ 18 เม.ย.- ประธานาธิบดีศรีลังกาแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จำนวน 17 คนในวันนี้ หวังหาทางแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจร้ายแรงของประเทศ ด้านราคาขายปลีกน้ำมันได้ทะยานขึ้นอีกร้อยละ 35 ก่อนที่รัฐบาลจะเจรจาขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แทนชุดเก่าที่ลาออกทั้งคณะเมื่อวันที่ 3 เมษายน ยกเว้นนายกรัฐมนตรีมหินดา ราชปักษา ผู้เป็นพี่ชายของเขาที่ไม่ลาออก คณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีคนหนุ่มสาวเข้ามาแทนที่ผู้มีอายุและผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตรับสินบน หวังบรรเทาความไม่พอใจของผู้ประท้วงที่ชุมนุมมาหลายสัปดาห์ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีและรัฐบาลลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเรื่องอาหารและเชื้อเพลิงขาดแคลน ผู้ชุมนุมยึดทางเข้าทำเนียบประธานาธิบดีเป็นวันที่ 10 แล้วในวันนี้ ด้านพรรคฝ่ายค้านยืนยันไม่เข้าร่วมการตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามคำเชิญของประธานาธิบดี หากเขาและพี่ชายยังอยู่ในอำนาจ ศรีลังกาไม่มีเงินนำเข้าสินค้าเพราะขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวและเงินส่งกลับของแรงงานในต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เพราะหนี้ต่างประเทศเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 235,690 ล้านบาท) จากทั้งหมด 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 841,750 ล้านบาท) มีกำหนดชำระคืนในปีนี้ รัฐบาลประกาศพักการชำระหนี้ต่างประเทศระหว่างที่รัฐมนตรีคลังและคณะเดินทางไปเจรจาขอความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟที่จะประชุมประจำปีกับธนาคารโลกที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ศรีลังกายังได้ขอเงินกู้ฉุกเฉินจากจีนและอินเดียเพื่อนำมาซื้ออาหารและเชื้อเพลิงด้วย ขณะเดียวกันลังกา ไอโอซี ผู้ค้าปลีกน้ำมันที่ครองตลาดศรีลังกา 1 ใน 3 ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก […]

1 2 3 8