ชัวร์ก่อนแชร์: เคี้ยวหมากและใบพลู ฆ่าเชื้อในปาก ต้านโควิด-มะเร็ง จริงหรือ?

21 มีนาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโรคมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งช่องปากเผยแพร่ในต่างประเทศ โดยอ้างว่าการเคี้ยวหมากและใบพลู มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่างต่อร่างกาย ทั้งฆ่าเชื้อในปาก ต้านการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และต้านการเกิดมะเร็ง บทสรุป : WHO ประกาศให้การเคี้ยวหมากและใบพลู เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในช่องปาก แม้จะเคี้ยวโดยไม่ร่วมกับการใช้ยาสูบก็ตาม FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : แต่เดิมมีความเชื่อว่าใบพลูที่กินร่วมกับหมากจะมีคุณสมบัติด้านการฆ่าเชื้อในปาก แต่การที่หมากและใบพลูเป็นยาเสพติดชนิดอ่อน การเคี้ยวหมากและใบพลูอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายตามที่กล่าวอ้างแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งหลายชนิด เมื่อปี 2003 องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การเคี้ยวหมากและใบพลู เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในช่องปาก แม้จะเคี้ยวโดยไม่ร่วมกับการใช้ยาสูบก็ตาม ข้อมูลจากการศึกษาเมื่อปี 1985 พบว่า การเคี้ยวหมากและใบพลูร่วมกับการใช้ยาสูบมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ หลังพบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่ในทวีปเอเชีย แต่รวมถึงกลุ่มผู้อพยพชาวเอเชียที่ไปอาศัยในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย เมื่อการเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มผู้อพยพที่นิยมเคี้ยวหมากกับใบพลู มีสัดส่วนเป็นมะเร็งในช่องปากมากกว่าประชากรท้องถิ่น ข้อมูลพบว่าการเคี้ยวหมากกับใบพลู ร่วมกับการใช้ยาสูบ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในช่องปาก […]

งานวิจัยมะเร็งหลอดอาหารกับการดื่มน้ำอัดลม

19 มีนาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความโดย: อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล มีการนำความนิยมของการดื่มน้ำอัดลม ไปเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งหลอดอาหารชนิด Adenocarcinoma (EAC) ที่เพิ่มขึ้นถึง 350% นับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1970s เป็นต้นมา นำไปสู่การวิจัยถึงความสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย แต่ผลการเชื่อมโยงมะเร็งหลอดอาหารกับการดื่มน้ำอัดลมยังไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะมีทั้งงานวิจัยที่ไม่พบความสัมพันธ์และงานวิจัยที่พบว่าการดื่มน้ำอัดลมเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารเช่นกัน งานวิจัยปี 2006 ของ Yale ไม่พบว่าการดื่มน้ำอัดลมเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารชนิด EAC จุดประสงค์งานวิจัยมาจากข้อสันนิษฐานเรื่องการดื่มน้ำอัดลมทำให้เกิดอาการท้องอืด รบกวนการทำงานของหลอดอาหารส่วนล่าง และความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มน้ำอัดลมกับอาการจุกเสียดแน่นท้องในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งหลอดอาหารชนิด Adenocarcinoma (EAC) แต่ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเยล เมื่อปี 2006 นำโดย ซูซาน เมย์น ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาและสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ ได้เปรียบเทียบกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งจำนวน 1,095 ราย และกลุ่มควบคุม 657 ราย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดื่มน้ำอัดลม ทั้งแบบธรรมดาและแบบไม่มีน้ำตาล ทีมวิจัยพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารชนิด Adenocarcinoma (EAC) โดยเฉพาะน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาล และการบริโภคมากเกินไปไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งหลอดอาหารหรือมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดย่อยใด ๆ […]

ชัวร์ก่อนแชร์: เครื่องดื่มร้อนเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร จริงหรือ?

18 มีนาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีความเชื่อเกี่ยวกับการดื่มน้ำร้อนกับโรคมะเร็งหลอดอาหารเผยแพร่ในต่างประเทศ เมื่อมีการอ้างว่าการดื่มชาหรือกาแฟในอุณหภูมิที่สูง เพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร บทสรุป : 1.ความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคมะเร็งและการดื่มน้ำร้อนจากการวิจัยในมนุษย์ยังมีอย่างจำกัด2.ไม่อาจสรุปได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มร้อนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : แม้องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) จะจัดให้การดื่มน้ำร้อนมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งในระดับ Group 2A แต่ผลการวิจัยในมนุษย์ยังมีอย่างจำกัดและไม่อาจสรุปได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มร้อนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารมากน้อยแค่ไหน สมิตา โจชิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์วิจัยมะเร็ง Memorial Sloan Kettering Cancer Center (MSK) อธิบายว่า ความเชื่อเรื่องเครื่องดื่มร้อนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930s จากทฤษฎีที่ว่าเครื่องดื่มร้อน เช่น ชาหรือกาแฟ อาจไปทำลายเยื่อบุชั้นในของหลอดอาหาร กระตุ้นการแบ่งตัวที่ผิดพลาดในเซลล์เยื่อบุ นำไปสู่การเกิดมะเร็ง รวมถึงความเชื่อที่ว่า เยื่อบุชั้นในของหลอดอาหารที่ถูกทำลายจากการดื่มน้ำร้อนอย่างต่อเนื่อง เมื่อสัมผัสกับสารเคมีที่อยู่ในบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ง่ายขึ้น ในอดีตมีการศึกษากับสัตว์ทดลอง พบว่าการให้สัตว์ดื่มน้ำร้อนมาก ๆ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารเช่นกัน […]

ชัวร์ก่อนแชร์: มะเร็งหลอดอาหารสามารถสังเกตได้ง่าย จริงหรือ?

16 มีนาคม 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับโรคมะเร็งหลอดอาหารเผยแพร่ในต่างประเทศ โดยอ้างว่ามะเร็งหลอดอาหารเป็นโรคที่สามารถสังเกตได้ง่ายในระยะเริ่มต้น เหมือนกับการตรวจคัดกรองมะเร็งทั่วไป บทสรุป : 1.ความผิดปกติทางกายหลายอย่างของมะเร็งหลอดอาหารอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่น ๆ2.ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำให้มีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งหลอดอาหารในประชาชนทั่วไป FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : หน้าที่ของหลอดอาหาร หลอดอาหาร เป็นอวัยวะซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากคอหอยไปยังกระเพาะอาหาร ในผู้ใหญ่จะมีความยาวประมาณ 23-25 เซนติเมตร สาเหตุมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งหลอดอาหารเกิดจากผลกระทบที่เกิดกับเซลล์ในมะเร็งหลอดอาหาร ทำให้เซลล์เปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งได้ในที่สุด มะเร็งหลอดอาหารมีหลายประเภท แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Adenocarcinoma (EAC) และ Squamous-cell carcinoma (ESCC) มะเร็งหลอดอาหาร Adenocarcinoma (EAC) เกิดในเซลล์บริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร มักพบในประชากรประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป มะเร็งหลอดอาหาร Squamous-cell carcinoma […]

ชัวร์ก่อนแชร์: ใช้ Hydrogen Peroxide ทาผิวรักษามะเร็ง จริงหรือ?

22 กุมภาพันธ์ 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการบำบัดผู้ป่วยมะเร็งเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีการแชร์คลิปวิดีโออ้างว่า สาร Hydrogen Peroxide ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อโรค หากนำมาทาที่ผิวหนัง Hydrogen Peroxide จะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายไปทำลายเนื้อเยื่อของก้อนเนื้อร้าย และสามารถรักษามะเร็งให้หายขาดได้ บทสรุป : FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : บุคคลที่กล่าวอ้างได้แก่ ชาร์ลอต เกอร์สัน บุตรสาวผู้ล่วงลับของ แม็กซ์ เกอร์สัน แพทย์เจ้าของแนวคิด Gerson therapy ที่ใช้การแพทย์ทางเลือกบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งได้รับการยืนยันในภายหลังว่าไม่ได้ผลและยังเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย Hydrogen Peroxide เป็นสารเคมีที่นำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งใช้เป็นน้ำยาฟอกขาว สารฟอกสี น้ำยาฆ่าเชื้อ น้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ อย่างไรก็ดี ไม่มีหลักฐานว่า การทา Hydrogen Peroxide บนผิวหนังจะสามารถทำลายเนื้อเยื่อของก้อนเนื้อร้ายตามที่กล่าวอ้าง สถาบันโรคมะเร็งสหรัฐฯ […]

ชัวร์ก่อนแชร์: สาร Selenium ใช้เพื่อรักษามะเร็ง จริงหรือ?

21 กุมภาพันธ์ 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการบำบัดผู้ป่วยมะเร็งเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีคลิปวิดีโออ้างว่า สาร Selenium ซึ่งพบในอาหารทั่วไป มีประโยชน์ในการรักษามะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เหตุที่ไม่มีการศึกษาวิจัยในวงกว้าง เนื่องจากเป็นสิ่งที่หาได้ในธรรมชาติ จึงไม่สร้างกำไรให้กับบริษัทผู้ผลิตยานั่นเอง บทสรุป : FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : Selenium เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย พบในอาหารหลายชนิด เช่น อาหารทะเล เนื้อไก่ เนื้อวัว ถั่ว และธัญพืช ศูนย์การแพทย์ Memorial Sloan Kettering Cancer Centre (MSKCC) แนะนำว่า ในแต่ละวันควรรับแร่ธาตุ Selenium ในปริมาณ 55 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่หาได้จากแหล่งอาหารทั่วไป โดยระดับสูงสุดที่ร่างกายรับได้ควรไม่เกิน 400 ไมโครกรัมต่อวัน หากรับแร่ธาตุ […]

ชัวร์ก่อนแชร์: Fenbendazole ยาฆ่าพยาธิรักษามะเร็งได้ จริงหรือ?

19 กุมภาพันธ์ 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิผลการบำบัดผู้ป่วยมะเร็งด้วยยาฆ่าพยาธิเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยอ้างว่า Fenbendazole ยารักษาปรสิตในสัตว์ ได้รับการกล่าวอ้างถึงประสิทธิผลด้านการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งการยืนยันโดย เมล กิบสัน นักแสดงฮอลลีวูด ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Joe Rogan Experience และการเผยแพร่เรื่องราวของ โจ ทิปเพนส์ ชาวอเมริกันที่อ้างว่าหายจากมะเร็งปอดจากการใช้ยา Fenbendazole นอกจากนี้ ยังมีการอ้างว่า สาเหตุที่ยารักษาปรสิตใช้ได้ดีในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเซลล์มะเร็งก็คือปรสิตที่อยู่ในร่างกายมนุษย์นั่นเอง บทสรุป : 1.Fenbendazole ใช้รักษาโรคจากปรสิตในสัตว์เท่านั้น2.มีการทดลองใช้ Fenbendazole รักษามะเร็งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง2.แต่ยังไม่มีการทดลองใช้ Fenbendazole รักษามะเร็งในมนุษย์ FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : ความเหมือนและแตกต่างระหว่างปรสิตและเซลล์มะเร็ง ปรสิตและเซลล์มะเร็งต่างพึ่งพาแหล่งอาหารจากร่างกายของ Host เพื่อใช้ในการเติบโตหรือการแบ่งตัวเหมือนกันทั้งคู่ และยังสามารถต้านทานการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของ Host ได้เช่นกัน แต่ปรสิตไม่ถือเป็นส่วนเดียวกับร่างกายของ […]

ชัวร์ก่อนแชร์: Ivermectin ถูกปิดบังเรื่องการรักษามะเร็ง จริงหรือ?

17 กุมภาพันธ์ 2568แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล ข้อมูลที่ถูกแชร์ : มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิผลการบำบัดผู้ป่วยมะเร็งด้วยยาฆ่าพยาธิเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ โดยอ้างว่า Ivermectin ยารักษาปรสิตทั้งในคนและสัตว์ ได้รับการยืนยันว่ามีประสิทธิผลการรักษามะเร็งดีกว่าการใช้เคมีบำบัด ซึ่งเหตุผลที่วงการแพทย์ไม่สนับสนุนให้ใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเพราะเป็นยาที่หาง่ายและราคาถูก จึงไม่สร้างกำไรให้กับวงการแพทย์ บทสรุป : 1.มีการทดลองใช้ Ivermectin รักษามะเร็งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง2.แต่ยังไม่มีการทดลองใช้ Ivermectin รักษามะเร็งในมนุษย์ FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง : Ivermectin เป็นยาที่ใช้รักษาอาการป่วยจากปรสิต เช่น ปรสิตในลำไส้ของสัตว์ หรือโรคจากพยาธิเส้นด้ายหรือโรคหิดที่เกิดในมนุษย์ กระบวนการทำงานของยา Ivermectin เพื่อการแทรกแซงระบบประสาทและกล้ามเนื้อของปรสิต ทำให้ปรสิตเป็นอัมพาตและตายในที่สุด ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการเผยแพร่ข่าวปลอมเรื่องประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยยา Ivermectin แม้จะมีการยืนยันในภายหลังว่าการใช้ยา Ivermectin ไม่มีประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แต่อย่างใด แต่กระนั้นการใช้ยา Ivermectin เพื่อทดลองยับยั้งการเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง กำลังได้รับความสนใจในวงการแพทย์อย่างสูง งานวิจัยปี 2014 ซึ่งเป็นการทดลองกับเซลล์เพาะเลี้ยงพบว่ายา Ivermectin […]

เสนอให้มีคำเตือนโรคมะเร็งบนฉลากเหล้าเบียร์

แพทย์ใหญ่ของสหรัฐเสนอแนะให้เพิ่มคำเตือนเสี่ยงโรคมะเร็งลงบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภคให้ไตร่ตรองมากขึ้น

French surgeon uses Chinese robot to perform cancer surgery for patient in Morrocco

ใช้หุ่นยนต์ในจีนผ่าตัดมะเร็งข้ามทวีปให้ผู้ป่วยในโมร็อกโก

เซี่ยงไฮ้ 27 พ.ย. – ศัลยแพทย์ชาวฝรั่งเศสใช้หุ่นยนต์ที่ผลิตในจีนผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากข้ามทวีปให้แก่ผู้ป่วยในโมร็อกโกที่อยู่ห่างออกไป 12,000 กิโลเมตร ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งสำคัญ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า การผ่าตัดข้ามทวีปมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน โดยโยเนส อาฮัลลาล แพทย์ชาวฝรั่งเศสที่อยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ เป็นการใช้งานหุ่นยนต์ถูม่าย (Toumai) ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพแบบเรียลไทม์ที่มีความคมชัดสูง และควบคุมเครื่องจักรจากระยะไกลได้อย่างแม่นยำ โดยมีระยะการส่งข้อมูลแบบสองทางเกิน 30,000 กิโลเมตร สร้างสถิติเป็นการผ่าตัดผู้ป่วยมนุษย์จากระยะไกลที่มีระยะห่างมากที่สุด แขนกลการผ่าตัดในโมร็อกโกที่อยู่ในแอฟริกาเหนือ ทำงานตามคำสั่งการทั้งหมดจากคอนโซลควบคุมของแพทย์ในเซี่ยงไฮ้ที่อยู่ในเอเชีย สามารถตัดเนื้อร้ายที่ต่อมลูกหมากออกและเย็บแผลจนเสร็จเรียบร้อย อีกทั้งสามารถรักษาเส้นประสาท-หลอดเลือดและความยาวสูงสุดของท่อปัสสาวะเอาไว้ โดยการผ่าตัดใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมง และมีความหน่วงทางเดียว (one-way latency) เพียง 100 มิลลิวินาที นายแพทย์อาฮัลลาลระบุว่า แม้ว่าการส่งสัญญาณวิดีโอแบบเรียลไทม์ครั้งนี้เชื่อมต่อผ่านบรอดแบนด์มาตรฐาน แทนเทคโนโลยี 5G แต่สัญญาณก็ค่อนข้างชัดเจนและราบรื่น หุ่นยนต์ผ่าตัดยังมีความยืดหยุ่น แม่นยำ และเสถียรอย่างมาก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการผ่าตัดที่ซับซ้อนและมีความยากสูง การผ่าตัดดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่หุ่นยนต์ถูม่ายเคยถูกนำมาช่วยในการผ่าตัดซีสต์ที่ไตแบบแผลเล็กเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างแพทย์ในนครเซี่ยงไฮ้กับผู้ป่วยที่ท่าเรือโคโตนูในเบนินที่อยู่ในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีระยะการส่งข้อมูลไป-กลับ 27,000 กิโลเมตร การผ่าตัดทางไกลช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโดยศัลยแพทย์ชั้นนำจากทั่วโลกได้มากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งยังช่วยให้ศัลยแพทย์อาวุโสสามารถให้คำปรึกษาแก่เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องในกระบวนการผ่าตัดที่มีความยากได้ผ่านทางระยะไกล เหอเชา ประธานบริษัท […]

อ๋อม อรรคพันธ์

อาลัย “อ๋อม อรรคพันธ์” เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 39 ปี

อาลัย “อ๋อม อรรคพันธ์” พระเอกหนุ่มชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 39 ปี เพื่อนนักแสดงต่างโพสต์แสดงความอาลัยต่อการจากไป

1 2 3 16
...