fbpx

เหตุยิงกันในโรงเรียนที่เยอรมนี บาดเจ็บ 1 คน

เบอร์ลิน 19 พ.ค. – ตำรวจเยอรมนีรายงานวันนี้ว่า เกิดเหตุยิงกันที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเบรเมอร์ฮาเฟิน ทางตอนเหนือของเยอรมนี และทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คน ตำรวจเยอรมนีระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไว้ได้ 1 คนหลังก่อเหตุยิงปืนจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คน ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนว่าเหตุการณ์นี้มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 1 คนหรือไม่ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ขณะนี้ ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ในที่เกิดเหตุได้แล้ว ขณะที่หนังสือพิมพ์บิลด์ (Bild) ของเยอรมนี รายงานว่า มีผู้ต้องสงสัยอีกคนหลบหนีไปโดยใช้หน้าไม้เป็นอาวุธ ทั้งยังระบุว่า เหตุยิงกันในครั้งนี้เกิดขึ้นที่โรงพลศึกษาของโรงเรียน ด้านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ นอร์ด 24 (Nord24) ของเยอรมนี รายงานว่า เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นและโทรแจ้งตำรวจ ขณะที่นักเรียนคนอื่น ๆ พากันหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องเรียนเพื่อความปลอดภัย.-สำนักข่าวไทย

ยูเอ็นเผยมีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตอย่างน้อย 136 ราย

นิวยอร์ก 2 มี.ค. – องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุว่า มีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตอย่างน้อย 136 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็ก 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 400 คน นับตั้งแต่รัสเซียนำกำลังทหารบุกโจมตียูเครนนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว ยูเอ็นเผยว่า ขณะนี้ มีพลเรือนยูเครนเสียชีวิตอย่างน้อย 136 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็ก 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 400 คน นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีก่อน ขณะที่ลิซ ทรอสเซลล์ โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ยูเอ็นรายงาน ผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีด้วยระเบิด การโจมตีทางอากาศ และเหตุระเบิดอื่น ๆ ที่มีความรุนแรงเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ดี ข้อมูลของรัฐบาลยูเครนระบุว่า ขณะนี้มีพลเรือนยูเครนเสียชีวิต 352 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,684 คน.-สำนักข่าวไทย

โรงงานปิโตรเคมีเกาหลีใต้ระเบิด เสียชีวิต 4 ราย

เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงของเมืองยอซู ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ระบุว่า เกิดเหตุโรงงานปิโตรเคมีระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน

ไฟไหม้เรือข้ามฟากในบังกลาเทศ เสียชีวิตแล้ว 37 ราย

ธากา 24 ธ.ค. – เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือข้ามฟากที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มลำในพื้นที่ทางใต้ของบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายและบาดเจ็บ 72 ราย ตำรวจบังกลาเทศรายงานวันนี้ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือข้ามฟาก “อาวิจัน” เมื่อช่วง 3.00 น. เช้ามืดของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นที่เมืองฌาลกาฐิ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงธากาไปทางใต้ราว 250 กิโลเมตร โดยที่มีผู้โดยสารอยู่บนเรือราว 500 คน เรือลำนี้มี 3 ชั้นและเกิดเพลิงไหม้ขณะแล่นอยู่กลางแม่น้ำสุกันธา ขณะนี้ เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ราย และอาจมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บอีก 72 คน ซึ่งส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ตำรวจบังกลาเทศยังระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกไฟคลอกตายบนเรือ และมีบางส่วนที่จมน้ำตายเพราะกระโดดลงน้ำ ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหมครั้งนี้ แต่ตำรวจสันนิษฐานว่า เพลิงไหม้ดังกล่าวมีที่มาจากห้องควบคุมเครื่องยนต์ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วเรือที่บรรทุกผู้โดยสารหนาแน่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องการเดินทางกลับบ้านจากกรุงธากา.-สำนักข่าวไทย

ยอดเสียชีวิตจากไต้ฝุ่นราอีในฟิลิปปินส์เกิน 200 คนแล้ว

มะนิลา 20 ธ.ค.- สื่อฟิลิปปินส์รายงานอ้างตำรวจว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นราอี (Rai) พัดถล่มเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 208 คน บาดเจ็บ 239 คน และสูญหายอยู่ 52 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยบรรยาสภาพพื้นที่ประสบภัยว่า เสียหายยับเยิน แต่ยังไม่ทราบขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงเพราะหลายพื้นที่ถูกตัดขาดการสื่อสาร คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีกเพราะมีน้ำท่วมและดินถล่มในวงกว้าง สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศได้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 737 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการบรรเทาทุกข์ระยะยาว ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ส่งทหาร หน่วยยามฝั่ง และนักดับเพลิงลงพื้นที่เพื่อค้นหาและกู้ภัยแล้ว ด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตออกสำรวจความเสียหายทางอากาศ คนสนิทของเขาโพสต์ภาพมุมสูงเห็นความเสียหายในวงกว้างทีจังหวัดซีอาร์เกา ดินากัต และมินดาเนา สำนักงานบริการด้านบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ของฟิลิปปินส์หรือปากาซา (PAGASA) จัดให้ราอีเป็นไต้ฝุ่น เพราะมีความเร็วลมขณะขึ้นฝั่ง 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่สื่อตะวันตกหลายแห่งรายงานว่าเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่เป็นพายุรุนแรงที่สุดที่กระหน่ำฟิลิปปินส์ในปีนี้ บรรษัทกระจายเสียงอังกฤษหรือบีบีซี (BBC) ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นราอีเกิดขึ้นช้ากว่าปกติ เพราะฤดูไต้ฝุ่นในภูมิภาคมักเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม นักวิทยาศาสตร์เตือนมานานแล้วว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมส่วนใหญ่ของคน กำลังทำให้ไต้ฝุ่นมีความรุนแรงมากขึ้นและทวีกำลังเร็วยิ่งขึ้น.-สำนักข่าวไทย

ไฟไหม้เหมืองถ่านหินรัสเซีย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

เหตุเพลิงไหม้ที่เหมืองถ่านหินในแคว้นเคเมโรโวทางตอนใต้ของรัสเซียในวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย และยังคงมีผู้ที่ติดอยู่ในเหมืองอีกหลายสิบคน

ระเบิด 2 ครั้งซ้อนในเมืองหลวงยูกันดา

กัมปาลา 16 พ.ย.- เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ในกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา ประเทศในแอฟริกาตะวันออก มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 20 คน และทำให้เกิดความโกลาหล ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นใกล้สถานีตำรวจ ระเบิดอีกลูกเกิดขึ้นบนถนนใกล้อาคารรัฐสภา สื่อทางการยูกันดารายงานว่า ระเบิดลูกหลังทำให้ยวดยานที่จอดอยู่ด้านนอกไฟไหม้ และมีการอพยพสมาชิกสภาบางส่วนเพื่อความปลอดภัย โฆษกกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างน้อย 24 คน ในจำนวนนี้ 4 คนบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ชาวเมืองพากันหนีออกนอกเมืองอย่างโกลาหล หลายคนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหะในการหนี อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่า ระเบิดทั้ง 2 ครั้งเป็นการก่อเหตุร้ายหรือไม่ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยูกันดาได้เรียกร้องให้เพิ่มความระแวดระวังมากขึ้น หลังเกิดเหตุระเบิดหลายระลอกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลอังกฤษยกระดับคำแนะนำเดินทางไปยูกันดาว่า มีความเป็นไปได้สูงมากว่ากลุ่มสุดโต่งกำลังหาทางก่อเหตุร้ายในยูกันดา ด้านกองกำลังพันธมิตรประชาธิปไตยที่เป็นสาขาของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส (IS) ในแอฟริกากลางอ้างว่า ก่อเหตุระเบิดที่ร้านอาหารชานกรุงกัมปาลาเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 7 คน กลุ่มนี้ต่อต้านประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนี วัย 77 ปี ที่ผูกขาดปกครองยูกันดามาตั้งแต่เดือนมกราคม 2529.-สำนักข่าวไทย

แผ่นดินไหวรุนแรงในปากีสถาน เสียชีวิตแล้ว 20 ราย

เควตตา 7 ต.ค. – หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของปากีสถานแจ้งว่า เหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ทางตอนใต้ของปากีสถานในวันนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 200 คน สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.7 ในพื้นที่ทางใต้ของปากีสถานเมื่อช่วงเช้ามืดตามเวลาท้องถิ่นในขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง ส่วนสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ หรือยูเอสจีเอส แจ้งว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดที่ระดับความลึก 20 กิโลเมตร ซึ่งจัดว่าค่อนข้างตื้น และมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใต้ดินลงไปราว 102 กิโลเมตรในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองเควตตา ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของเมืองฮาร์ไนกล่าวว่า มีบ้านดินกว่า 100 หลังพังทลายและมีอีกหลายหลังที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งรวมถึงสำนักงานของรัฐบาลด้วย ทำให้ประชาชนหลายร้อยคนไม่มีที่อยู่อาศัย ขณะที่คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นภาพบ้านเรือนสั่นไหวและหลอดไฟแกว่งไปมาตามแรงสั่นสะเทือนจนทำให้ประชาชนต้องหนีออกมารวมตัวกันบนท้องถนนท่ามกลางความมืด ก่อนหน้านี้ เมืองเควตตาเคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในปี 2478 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 30,000-60,000 ราย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปเอเชียใต้.-สำนักข่าวไทย

ทอร์นาโดพัดถล่มพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย

ซิดนีย์ 30 ก.ย. – พายุทอร์นาโดพัดถล่มพื้นที่ชนบททางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ทำให้หลังคาบ้านหลายหลังปลิวว่อน ต้นไม้หักโค่น สายไฟฟ้าพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง หน่วยงานฉุกเฉินของรัฐนิวเซาท์เวลส์ รายงานว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินได้เดินทางไปยังเมืองเมโดว์ แฟลต ซึ่งมีประชากรราว 300 คน และตั้งอยู่ใกล้เมืองบาเธิร์สต์ ทางตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ หลังได้รับแจ้งเหตุพายุทอร์นาโดพัดถล่มทำลายบ้านเรือน ในช่วงบ่ายของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งยังระบุว่า พบชายคนหนึ่งมีแผลบาดเจ็บที่แขน และส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังเมืองเคลียร์ ครีก ซึ่งมีประชากรราว 100 คน และอยู่ห่างจากเมืองบาเธิร์สต์ราว 30 กิโลเมตร พบชายและหญิงที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย กล่าวว่า พายุทอร์นาโดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของระบบสภาพอากาศที่พัดผ่านรัฐนิวเซาท์เวลส์ และทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่วนเอสเซนเชียล เอเนอร์จี บริษัทโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าของทางการออสเตรเลีย ระบุว่า พายุทอร์นาโดทำให้สายไฟฟ้าพังเสียหาย และทำให้บ้านเรือนราว 160 หลัง ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางไฟดับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพยายามหาทางเร่งซ่อมระบบไฟฟ้าโดยเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่สภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวย.-สำนักข่าวไทย

กราดยิงในมหาวิทยาลัยรัสเซีย

มอสโก 20 ก.ย.- เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเปิร์ม ทางตะวันตกของรัสเซีย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คน บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวแล้ว มหาวิทยาลัยเปิร์มแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุใช้ “อาวุธปืนที่ทำให้บาดเจ็บ” หมายถึงปืนที่ออกแบบสำหรับยิงกระสุนยางที่ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตหรือกระสุนพลาสติก แต่สามารถดัดแปลงให้ยิงกระสุนประเภทอื่นได้ คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซียที่ดูแลคดีอาชญากรรมใหญ่ ๆ แจ้งว่า คนร้ายถูกระบุตัวว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนี้ นักศึกษาและเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยพากันล็อกประตูห้องเพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่สามารถออกจากมหาวิทยาลัยได้ ทางมหาวิทยาลัยขอให้ทำทันที สำนักข่าวทาสส์รายงานอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายว่า มีนักศึกษาบางคนกระโดดออกจากหน้าต่างอาคาร นอกจากรายงานผู้เสียชีวิต 8 คน แล้ว จำนวนผู้บาดเจ็บยังไม่แน่นอน มีตั้งแต่ 6-14 คน เมืองเปิร์มอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออก 1,100 กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ส่วนมหาวิทยาลัยที่เกิดเหตุมีนักศึกษาลงทะเบียนเรียนราว 12,000 คน รัสเซียมีกฎหมายเข้มงวดเรื่องพลเรือนครอบครองอาวุธปืน แต่สามารถซื้อปืนบางประเภทเพื่อล่าสัตว์ ป้องกันตัว หรือการกีฬา ผู้ซื้อจะต้องผ่านการทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานหลายอย่าง.-สำนักข่าวไทย

1 2 3 5