fbpx

ซิดนีย์สั่งอพยพเพิ่มหลังฝนตกหนักทำน้ำท่วม

ซิดนีย์ 4 ก.ค.- นครซิดนีย์ของออสเตรเลียสั่งอพยพประชาชนครั้งใหม่ในวันนี้ หลังจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำท่วมชานเมืองหลายแห่ง ทางการเตือนว่า สภาพอากาศอาจจะเลวร้ายมากกว่าเดิม ชานเมืองฝั่งตะวันตกของนครซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียมีน้ำท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร และสะพานเป็นครั้งที่ 3 แล้วของปีนี้ ทำให้ประชาชนพากันไม่พอใจ ขณะที่ประชาชน 30,000 คนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครซิดนีย์ มีแนวโน้มต้องอพยพ เจ้าหน้าที่ขอให้อพยพหากมีคำสั่ง และหลีกเลี่ยงการขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วม สำนักอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนตัวอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียอาจทำให้มีฝนตก 100 มิลลิเมตรในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าตามแนวชายฝั่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตั้งแต่เมืองนิวคาสเซิลลงไปจนถึงทางใต้ของนครซิดนีย์ คิดเป็นระยะทางมากกว่า 300 กิโลเมตร รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลีย มีฝนตกหนักมากกว่า 200 มิลลิเมตรมาตั้งแต่วันเสาร์ บางพื้นที่ตกหนักถึง 350 มิลลิเมตร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต.-สำนักข่าวไทย

วอนชาวออสเตรเลียประหยัดไฟเลี่ยงไฟดับ

ซิดนีย์ 16 มิ.ย.-ทางการออสเตรเลียขอให้ครัวเรือนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ปิดไฟช่วงหัวค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับ เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ใช้งานมานานมีกำลังการผลิตหายไปกว่า 1 ใน 4 ออสเตรเลียเกิดวิกฤตพลังงานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม นายคริส โบเวน รัฐมนตรีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานออสเตรเลียแถลงข่าวโดยมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในวันนี้ว่า ทางการกำลังมุ่งหาทางฟื้นการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ขณะเดียวกันขอให้ครัวเรือนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศ ช่วยกันประหยัดพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ และลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในช่วงเวลา 18:00-20:00 น. มั่นใจว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดไฟฟ้าดับได้ นายโบเวนเผยด้วยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ไฟฟ้าในออสเตรเลียตึงตัวเกิดจากการที่โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่มีอายุการใช้งานมานานมักเกิดปัญหาการทำงานสะดุดอย่างกะทันหัน ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ของออสเตรเลียที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคมเผยว่า จะหยิบยกเรื่องปัญหาไฟฟ้าขึ้นหารือกับมุขมนตรีรัฐต่าง ๆ ที่เขาจะเชิญมาร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำในวันนี้และประชุมในวันพรุ่งนี้.-สำนักข่าวไทย

เตือนออสเตรเลียเร่งฉีดเข็ม 3 รับมือโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย

ซิดนีย์ 14 มี.ค.- เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเตือนว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข็มกระตุ้นที่ล่าช้า อาจทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ เนื่องจากเชื้อไวรัสโอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 สามารถแพร่กระจายได้ง่ายมาก ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงที่เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนระบาดในช่วงต้น สถานการณ์เริ่มทรงตัวในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐต่าง ๆ ผ่อนคลายมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม บังคับสวมหน้ากากอนามัยเฉพาะในที่ร่ม และให้คนกลับมาทำงานที่สำนักงาน แต่นายแบรด แฮซซาร์ด รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์เตือนระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอบีซี (ABC) ในวันนี้ว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายวันอาจเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะโอไมครอนสายพันธุ์ย่อยมีแนวโน้มจะกลายเป็นสายพันธุ์หลัก ทำให้คนต้องเข้าโรงพยาบาลมากขึ้นและเสียชีวิตมากขึ้น เขายอมรับว่า ความไม่ชัดเจนก่อปัญหาใหญ่ให้แก่ผู้ที่ต้องการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากร 8 ล้านคน มีผู้เข้าเกณฑ์รับวัคซีนเข็มกระตุ้นมากกว่า 2 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการฉีดเข็มดังกล่าว ข้อมูลของทางการออสเตรเลียเผยว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์มีคนอายุ 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียงร้อยละ 57 น้อยกว่าอัตราเฉลี่ยทั้งประเทศที่ร้อยละ 65 ทั้งที่รัฐนี้มีประชากรมากถึง 1 ใน 3 ของประเทศ องค์การอนามัยเผยเมื่อเดือนก่อนโดยอ้างอิงข้อมูลเบื้องต้นว่า โอไมครอนสายพันธุ์ย่อย […]

ออสเตรเลียให้นักเรียนตรวจโควิดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ซิดนีย์ 23 ม.ค.- รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสองของออสเตรเลียจะให้นักเรียนตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สัปดาห์ละ 2 ครั้งเมื่อเปิดภาคการศึกษาในสัปดาห์หน้า ออสเตรเลียมีผู้เสียชีวิตรายใหม่จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในวันนี้ 58 คน อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ 34 คน รัฐวิตอเรีย 14 คน และรัฐควีนส์แลนด์ 10 คน เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่ง่ายกำลังระบาดถึงจุดสูงสุดแล้วในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรีย เพราะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ 20,324 คน และ 13,091 คนตามลำดับ ออสเตรเลียมียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 2 ล้าน 1 แสน 9 หมื่นคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,100 คน นายโดมินิก เพอร์โรเทต์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์เผยว่า ในภาคการศึกษาที่จะเปิดในสัปดาห์หน้าหลังจากปิดภาคฤดูร้อน จะขอให้ผู้ปกครองใช้ชุดตรวจหาเชื้อที่เป็นการตรวจแอนติเจนให้ผลรวดเร็วหรือเอทีเค (ATK) ตรวจลูกหลานสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากมีผลเป็นบวกต้องแจ้งโรงเรียนและทางการทราบ ทางการกำลังแจกจ่ายเอทีเคให้โรงเรียนทั้งหมด 3,000 แห่งในสัปดาห์นี้ […]

รัฐนิวเซาท์เวลส์มีผู้เสียชีวิตจากโควิดสูงสุด

รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรสูงสุดของออสเตรเลีย มียอดผู้เสียชีวิตรายวันจากการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่สายพันธุ์โอไมครอนกำลังระบาดครอบคลุมไปทั่วประเทศ

อดีตนายกฯออสเตรเลียติดโควิด ขณะยอดทั่วประเทศพุ่ง

ซิดนีย์ 8 ม.ค.- นายมัลคอล์ม เทิร์นบูล อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียมีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นบวกในวันนี้ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศยังคงทำสถิติสูงสุดทั่วประเทศ นายเทิร์นบูลวัย 67 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2558-2561 เขายืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่า กำลังกักตัวที่บ้านหลังจากมีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวก และมีอาการปานกลาง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระบาดตลอด 2 ปี โดยเฉพาะระลอกล่าสุดนี้ทำให้บุคลากรทางการแพทย์เผชิญแรงกดดันใหญ่หลวง ดังนั้นขอให้ทุกคนสุภาพและเห็นใจบุคลากรแนวหน้าเหล่านี้ ก่อนหน้านี้นายจอช ฟรายเดนเบิร์ก รัฐมนตรีคลังออสเตรเลีย วัย 50 ปี เพิ่งแจ้งผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ว่า กำลังกักโรคที่บ้านพักในนครเมลเบิร์น เนื่องจากเขาและภรรยามีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวก หลังจากมีอาการเจ็บคอ ไอ และเป็นไข้เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี ออสเตรเลียมีผู้ติดโควิดเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 45,098 คน เพิ่มขึ้นจาก 38,625 คนเมื่อวันศุกร์ ทางการคาดว่า ยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเพราะสายพันธุ์โอไมครอนจะถึงระดับสูงสุดราวสัปดาห์ที่ 3 ถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม ผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งหนึ่งในขณะนี้เป็นกลุ่มอายุ 20-39 ปี ส่วนใหญ่ติดในครอบครัวและการรวมกลุ่มตามสถานบันเทิง ส่วนรัฐวิกตอเรียที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 51,356 คนในวันนี้ […]

โอไมครอนทำออสเตรเลียติดโควิดสูงสุดครั้งใหม่

ซิดนีย์ 29 ธ.ค.- ออสเตรเลียมีผู้ติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในวันนี้ เป็นผลจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนที่แพร่อย่างรวดเร็ว ออสเตรเลียแจ้งพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16,500 คนในวันนี้ สูงกว่าสถิติเดิม 11,300 คนเมื่อวันอังคาร รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจาก 6,062 คน เป็น 11,201 คน รัฐวิกตอเรียที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คนเป็น 3,776 คน รัฐเซาท์ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ 1,471 คน ส่วนรัฐอื่น ๆ ยังไม่แจ้งตัวเลขของวันนี้ อย่างไรก็ดี ทางการยังไม่ประกาศล็อกดาวน์ และขอให้สนใจเรื่องยอดผู้ติดเชื้อเข้าโรงพยาบาลมากกว่ายอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น โดยจะร่นระยะห่างการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันลงเหลือ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม และนำมาตรการจำกัดบางอย่างกลับมาใช้อีกครั้ง เช่น บังคับสวมหน้ากากอนามัยในที่ร่ม ขณะเดียวกันศูนย์ตรวจหาเชื้อในรัฐนิวเซาท์เวลส์มีผู้ไปขอรับบริการอย่างล้นหลาม จนทำให้ผลตรวจล่าช้าหลายวัน ส่วนหนึ่งเพราะรัฐควีนสแลนด์กำหนดให้นักท่องเที่ยวเดินทางข้ามรัฐจะต้องมีตรวจหาเชื้อแบบพีซีอาร์ (PCR) เป็นลบก่อนเดินทางเข้ามา มุขมนตรีรัฐควีนสแลนด์แจ้งวันนี้ว่า จะผ่อนคลายมาตรการด้วยการให้แสดงผลตรวจแบบแอนติเจนที่ให้ผลรวดเร็วแทนการตรวจแบบพีซีอาร์นับตั้งแต่วันที่ 1 […]

รพ.ในซิดนีย์ยอมรับแจ้งผลโควิดผิดถึง 400 คน

ซิดนีย์ 26 ธ.ค.- โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครซิดนีย์ของออสเตรเลียยอมรับว่า แจ้งผลตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับประชาชนผิดพลาดถึง 400 คน โดยแจ้งผลลบทั้งที่จริงแล้วเป็นผลบวก ขณะที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ตั้งของนครซิดนีย์มีผู้ติดโควิดรายใหม่ทำสถิติสูงสุดในวันนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์วินเซนต์แถลงว่า เป็นการตรวจที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคม หน่วยฉุกเฉินกำลังตรวจสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของคน ขณะเดียวกันรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอกแจ้งในวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,394 คน เป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และเพิ่มขึ้นจาก 6,288 คนเมื่อวันก่อน ยอดผู้ติดเชื้อในรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศแห่งนี้เพิ่มขึ้นมากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อัตราการเข้าโรงพยาบาลยังต่ำอยู่ เนื่องจากผู้ติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อส่วนใหญ่กักตัวดูอาการที่บ้าน โดยมีคนกำลังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 458 คน เพิ่มขึ้นจาก 388 คนเมื่อวันก่อน และมีผู้ติดเชื้อในหอผู้ป่วยหนัก 52 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์คาดว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนกำลังระบาดในรัฐนี้ แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด เนื่องจากไม่มีการตรวจสารพันธุกรรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาสายพันธุ์ ขณะที่แพทย์และร้านขายยาแจ้งว่า เหลือวัคซีนน้อยลงทุกทีเพราะคนรีบเร่งมารับการฉีดวัคซีนด้วยความกลัวสายพันธุ์โอไมครอน.-สำนักข่าวไทย

ออสเตรเลียเร่งตรวจโควิดคนเข้าประเทศ

รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลียเร่งตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กับคนเดินทางเข้าประเทศในวันนี้ หลังจากพบคนเดินทางมาจากตอนใต้ของทวีปแอฟริกามีผลตรวจเป็นบวก 2 คน

ออสเตรเลียพร้อมผ่อนคลายแม้ยังคงมีโควิดรายใหม่

ซิดนีย์ 26 ก.ย.- 2 รัฐใหญ่ของออสเตรเลียยังคงมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายใหม่ แต่ทางการพร้อมผ่อนคลายมาตรการจำกัดทันทีที่คนฉีดวัคซีนครบตามเป้าหมาย รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลียแจ้งวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อในชุมชนรายใหม่ 961 คน ลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และมีผู้เสียชีวิต 9 คน ทางการพร้อมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน หากประชากรฉีดวัคซีนร้อยละ 80 ตามเป้าหมาย คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ขณะนี้คนวัย 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วร้อยละ 85.2 และได้รับครบ 2 เข็มแล้วร้อยละ 59.1 ด้านรัฐวิกตอเรียที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 แจ้งวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 779 คน ลดลงจากวันเสาร์ที่ทำสถิติสูงสุดที่ 847 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 คน นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ในประเทศระหว่างร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มควอดกับสหรัฐ ญี่ปุ่น และอินเดียที่กรุงวอชิงตันของสหรัฐว่า หวังว่าแต่ละรัฐในออสเตรเลียจะเปิดพรมแดนและผ่อนคลายมาตรการจำกัด ทันทีที่ประชากรฉีดวัคซีนร้อยละ 80 ตามเป้าหมาย ประชาชนแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบสุขภาพของตนเอง เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าได้ และเพื่อให้กลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้ในช่วงคริสต์มาส […]

ยอดโควิดในออสเตรเลียพุ่งทำลายสถิติอีกครั้ง

ออสเตรเลียรายงานวันนี้ว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 1,126 ราย ซึ่งสูงเป็นสถิติใหม่อีกครั้ง ส่วนใหญ่พบผู้ติดเชื้อมาจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา

ออสเตรเลียหวั่นระบาดระลอกใหม่หลังประท้วงล็อกดาวน์

ซิดนีย์ 25 ก.ค.- รัฐนิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลียมีผู้ติดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในชุมชนรายวันสูงสุดเป็นอันดับสองในวันนี้ ท่ามกลางกระแสวิตกว่า ออสเตรเลียอาจเกิดการระบาดระลอกใหม่ หลังจากคนจำนวนมากชุมนุมประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ นางแกลดีส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกแย่มากที่คนจำนวนมากออกมาชุมนุมเมื่อวานนี้ หวังว่าจะไม่ทำให้การควบคุมการระบาดถอยหลัง แม้ว่าอาจเป็นไปได้ ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้อยู่ที่ 141 คน ลดลงเล็กน้อยจาก 163 คนเมื่อวันเสาร์ และมีผู้ติดเชื้อในหอผู้ป่วยวิกฤต 43 คน เพิ่มขึ้นจาก 37 คนเมื่อวันก่อน การระบาดระลอกล่าสุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน เป็นไวรัสสายพันธุ์เดลตา ยอดติดเชื้อสะสมระลอกนี้อยู่ที่ 2,081 คน ด้านนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันกล่าวระหว่างประชุมทางไกลกับสื่อว่า การจัดสรรวัคซีนให้เพิ่มเติมไม่ใช่หลักประกันว่ารัฐนิวเซาท์เวลส์จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องเป็นมาตรการล็อกดาวน์ที่มีประสิทธิภาพและใช้อย่างเหมาะสม พร้อมกับตำหนิการประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ในนครซิดนีย์ว่า ไร้ความยั้งคิดและทำร้ายตัวเอง ผู้นำออสเตรเลียเผยด้วยว่า สั่งซื้อวัคซีนของไฟเซอร์เพิ่มอีก 85 ล้านโดส แต่จะได้รับในปี 2565 และ 2566 มุขมนตรีรัฐต่าง ๆ กล่าวโทษรัฐบาลกลางว่า จัดสรรวัคซีนล่าช้า แต่มีหลายเสียงตำหนิรัฐนิวเซาท์เวลส์ว่าไม่ได้บังคับใข้มาตรการล็อกดาวน์อย่างจริงจัง เป็นเหตุให้ไวรัสสายพันธุ์เดลตาระบาดไปยังรัฐอื่น […]

1 2 3 6