
อุณหภูมิโลกที่สูงเป็นสถิติใหม่ปีที่แล้ว เร่งน้ำแข็งละลาย-ระดับน้ำทะเลเพิ่ม
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ ดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าววันนี้ว่า ระดับก๊าซเรือนกระจกที่สูงเป็นประวัติการณ์ทำให้อุณหภูมิของโลกในปี 2024 เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ ดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าววันนี้ว่า ระดับก๊าซเรือนกระจกที่สูงเป็นประวัติการณ์ทำให้อุณหภูมิของโลกในปี 2024 เพิ่มสูงขึ้นเป็นสถิติใหม่
เรคยาวิก 29 ก.ค.- ธารน้ำแข็งในไอซ์แลนด์ละลายส่งผลให้เกิดมวลน้ำปริมาณมหาศาลไหลเชี่ยวพัดสะพานทางหลวงแห่งหนึ่งขาด จนต้องปิดใช้งาน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาไอซ์แลนด์แจ้งว่า กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวส่งผลให้สะพานบนถนนวงแหวนสายหนึ่งพังเสียหายเป็นบางส่วน เห็นได้ชัดเจนว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าปกติ อย่างไรก็ดี ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ สถานการณ์น้ำท่วมเส้นทางและสะพานพังถล่มทำให้ต้องปิดการสัญจรอย่างไม่มีกำหนด ทางหลวงสายนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองชายฝั่งทางภาคใต้ไปยังภาคตะวันออก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะเพิ่มจนถึงระดับสูงสุดเมื่อใด.-816(814).-สำนักข่าวไทย
ลิมา 10 ก.ค.- ตำรวจและทีมกู้ภัยของเปรูพบร่างนักปีนเขาชาวอเมริกันจมอยู่ใต้ธารน้ำแข็งบนภูเขาสูงในสภาพศพที่ไม่เน่าเปื่อย หลังจากหายตัวไปเมื่อ 22 ปีก่อน ร่างของนักปีนเขารายดังกล่าวอยู่ในสภาพกลายเป็นมัมมี่ เนื่องจากร่างกายไม่เน่าเปื่อย เพราะจมอยู่ในธารน้ำแข็งมาตลอด สภาพศพยังคงอยู่ในชุดปีนเขาอย่างครบถ้วนมีทั้งเสื้อผ้า รองเท้าบู๊ท และตะขอเหล็กสำหรับเจาะน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังพบเอกสารสำคัญหลายอย่าง ทั้งใบอนุญาตขับขี่และหนังสือเดินทาง ซึ่งระบุชื่อนายวิลเลียม สแตมป์เฟิล เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เขาน่าจะเสียชีวิตจากเหตุการณ์หิมะถล่มเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว จุดที่พบร่างของนายสแตมป์เฟิลอยู่บนภูเขาฮัวซ์การัน ที่ระดับความสูง 5,200 เมตร เป็นภูเขาในเทือกเขาแอนดีสที่มียอดเขาสูงที่สุดในเปรูที่ 6,768 เมตร ภูเขาลูกนี้มีธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดทั้งปี แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฮัวซการันเผยว่า ในช่วง 10 ปีมานี้ธารน้ำแข็งเกิดการละลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก.-816(814).-สำนักข่าวไทย
จำนวนธารน้ำแข็งไม่ใช่สิ่งวัดปริมาณน้ำแข็งของขั้วโลก เพราะในฤดูร้อนที่ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ละลาย จะก่อให้เกิดธารน้ำแข็งขนาดเล็กจำนวนมากเช่นกัน
แม้น้ำแข็งขั้วโลกเหนือจะไม่หมดไปในปี 2013 แต่มวลน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือลดลงไปแล้วถึงทศวรรษละ 12.6%
นับตั้งแต่ปี 2002 ขั้วโลกเหนือสูญเสียมวลน้ำแข็งไปแล้ว 5.2 ล้านล้านเมตริกตัน หรือเฉลี่ย 2.7 แสนล้านเมตริกตันต่อปี
แม้ตอนในของทวีปแอนตาร์กติกาจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย -60 °C แต่บริเวณชายฝั่งจะมีอุณหภูมิเพียง -10 °C ในช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิบางวันจะสูงกว่าจุดเยือกแข็งซึ่งน้ำแข็งละลายได้
เป็นการนำภาพดอกไม้จากขั้วโลกเหนือ มาประกอบรายงานข่าวเกี่ยวกับขั้วโลกใต้ ผู้วิจัยพบว่า สภาวะโลกร้อนส่งผลให้พันธุ์พืชในขั้วโลกใต้ขยายพันธุ์มากขึ้นในปัจจุบัน
กลุ่มสังเกตการณ์สภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) เตือนว่า ภัยแล้งรุนแรงที่ทำให้ธารน้ำแข็งละลายในช่วงฤดูร้อนปี 2565 ซึ่งเป็นฤดูร้อนที่ร้อนเป็นประวัติการณ์ของยุโรป อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกในปีนี้ เนื่องจากอุณหภูมิของยุโรปสูงขึ้นเร็วกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก
ทีมนักวิจัยนานาชาติ พบว่าธารน้ำแข็งเกือบครึ่งโลกจะละลายภายในปี 2643 แม้ว่าทั่วโลกจะรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ
วอชิงตัน 6 ม.ค.- ผลการศึกษาใหม่พบว่า ธารน้ำแข็งครึ่งโลกจะละลายหายไปหมดภายในสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 คือสิ้นปี พ.ศ.2643 อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหากช่วยกันจำกัดภาวะโลกร้อนก็จะช่วยรักษาธารน้ำแข็งที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่งไว้ได้ ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารไซเอินซ์ฉบับวันที่ 5 มกราคมวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธารน้ำแข็งจากฉากทัศน์ที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นในองศาเซลเซียสที่แตกต่างกัน 4 ฉากทัศน์ ได้แก่ 1.5, 2, 3 และ 4 องศาเซลเซียส ผลการศึกษาพบว่า ยิ่งองศาเพิ่มขึ้นยิ่งทำให้ธารน้ำแข็งละลายมากขึ้น แม้แต่ฉากทัศน์ที่อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด 1.5 องศาเซลเซียสจากยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายในข้อตกลงปารีส ปี 2558 ธารน้ำแข็งร้อยละ 49 จากที่มีอยู่ทั้งหมด 215,000 แห่งในเวลานี้จะละลายหายไปภายในปี 2643 คิดเป็นร้อยละ 26 ของปริมาณธารน้ำแข็งทั้งหมด เพราะธารน้ำแข็งขนาดเล็กที่สุดจะละลายก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่อยู่ตามเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาคอเคซัสในยุโรป เทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ แต่หากอุณหภูมิโลกสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียส ธารน้ำแข็งทั่วโลกจะละลายหายไปมากถึงร้อยละ 83 ภายในสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นคริสต์ศตวรรษนี้ อย่างไรก็ดี ประเมินกันว่าอุณหภูมิโลกในขณะนี้จะเพิ่มขึ้น 2.7 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ธารน้ำแข็งในยุโรปกลาง […]
อุตตราขัณฑ์ 10 ก.พ. – เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินเดียใช้โดรนบินสำรวจด้านในอุโมงค์ในพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย เพื่อค้นหาเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอีก 35 คน ที่เชื่อว่าติดอยู่ด้านใน นับตั้งแต่ธารน้ำแข็งไหลลงมาชนเขื่อนแตก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 32 คนแล้ว รัฐอุตตราขัณฑ์ ทางตอนเหนือของอินเดีย แจ้งว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้สูญหายอีกราว 204 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่โครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กที่ถูกธารน้ำแข็งแถบเทือกเขาหิมาลัยแตกหักไหลลงมาพุ่งชนเขื่อนจนราบเป็นหน้ากลอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยอินเดียมุ่งเน้นไปที่การช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งหนึ่ง โดยใช้รถขุดเจาะขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำและโคลน หัวหน้าตำรวจของรัฐอุตตราขัณฑ์ กล่าวว่า หน่วยกู้ภัยเข้าไปในอุโมงค์ได้เพียงแค่ 120 เมตร เนื่องจากยังคงมีน้ำขังอยู่ข้างในสูงถึงเพดานอุโมงค์ อีกทั้งยังวิตกกังวลว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอุโมงค์อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำจากสภาพอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ หน่วยกู้ภัยยังได้ส่งโดรนที่ติดตั้งกล้อง 5 ตัว บินเข้าไปในอุโมงค์ขนาดสั้น เมื่อวานนี้ แต่ไม่พบสัญญาณของผู้รอดชีวิต ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งของอินเดีย อธิบายถึงสาเหตุที่ธารน้ำแข็งแตกหักจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันว่า อาจเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว จนทำให้หิมะบนเทือกเขาละลายและเลื่อนไถลลงมา เนื่องจากอุณหภูมิโดยรอบที่สูงขึ้น ขณะที่ทางการอินเดียได้ส่งคณะนักวิทยาศาสตร์เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อค้นหาสาเหตุของการเกิดน้ำท่วมในเทือกเขาที่มีความอ่อนไหวต่อระบบนิเวศแล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า.-สำนักข่าวไทย