fbpx

รูเบิลรัสเซียแข็งค่าที่สุดในรอบ 7 ปี

มอสโก 29 มิ.ย.- เงินรูเบิลของรัสเซียเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ปรากฏว่า แข็งค่าที่สุดในรอบ 7 ปี กระทบต่อรายได้ที่รัสเซียได้จากการส่งออกสินค้าเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร รยเตอร์รายงานว่า เมื่อเวลา 07:24 น.วันนี้ตามเวลามาตรฐานสากล ตรงกับเวลา 14:24 น.วันนี้ตามเวลาในไทย รูเบิลรัสเซียแข็งค่าขึ้นมากกว่าร้อยละ 3 ไปเคลื่อนไหวที่ 50.22 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐในตลาดแลกเปลี่ยนมอสโก หลังจากทดสอบระดับ 50.01 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558 นอกจากนี้ยังแข็งค่าขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับยูโร ไปเคลื่อนไหวที่ 52.89 รูเบิลต่อยูโร แข็งค่าที่สุดนับจากเดือนเมษายน 2558 ทั้งนี้ช่วงไม่นานก่อนที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ รูเบิลรัสเซียยังซื้อขายที่ราว 80 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ และ 90 รูเบิลต่อยูโร เพราะทางการรัสเซียยังไม่ควบคุมเงินทุน ประกอบกับมีกระแสวิตกเรื่องรัสเซียจะถูกคว่ำบาตร รูเบิลรัสเซียที่แข็งค่าขึ้นจะทำให้รายได้ที่รัสเซียได้จากการส่งออกสินค้าเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโรมีมูลค่าลดลง รองนายกรัฐมนตรีอันเดร เบเลาซอฟของรัสเซียกล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า อุตสาหกรรมในรัสเซียจะอุ่นใจมากขึ้น หากรูเบิลอ่อนค่าลงมาอยู่ระหว่าง 70-80 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ รอยเตอร์ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้รูเบิลรัสเซียแข็งค่าขึ้นได้แก่ ทางการรัสเซียห้ามครัวเรือนถอนเงินฝากที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ รายได้จากการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น และยอดการนำเข้าสินค้าลดลง.-สำนักข่าวไทย

หุ้นเกาหลีใต้ร่วงต่ำสุดในรอบ 19 เดือน

โซล 13 มิ.ย.- ตลาดหลักทรัพย์ในเกาหลีใต้ร่วงลงแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 19 เดือนในวันนี้ เช่นเดียวกับเงินวอนที่อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เพราะตลาดกังวลว่าสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมากเพื่อชะลอเงินเฟ้อสูง และเศรษฐกิจโลกจะชะลอการเติบโต ดัชนีคอสปิ (KOSPI) ปิดที่ 2,504.51 จุด ลดลง 91.36 จุด หรือร้อยละ 3.52 เป็นการลดลง 5 วันติดต่อกัน และต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ที่ปิดที่ 2,493.97 จุด นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งชี้ว่า นักลงทุนกังวลเรื่องดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อของสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคมแย่กว่าที่คาด จุดกระแสวิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอย ส่วนค่าเงินวอนของเกาหลีใต้ปิดที่ 1,284 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 15.10 วอนจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ นักวิเคราะห์คาดว่า ความผันผวนนี้จะต่อเนื่องต่อไปในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะเริ่มการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันอังคารนี้ตามเวลาสหรัฐ บางความเห็นคาดว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าร้อยละ 0.50 ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้และเอเชียพากันร่วงหนักในวันนี้ หลังจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐร่วงลงอย่างมากเมื่อวันศุกร์ เมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 จากเดือนพฤษภาคมปีก่อน ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524.-สำนักข่าวไทย

เยนแตะ 135 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว

โตเกียว 13 มิ.ย.- เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงแตะ 135 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเช้าวันนี้ เป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ เพราะตลาดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นและสหรัฐจะยิ่งห่างกันมากยิ่งขึ้น เว็บไซต์เกียวโดนิวส์รายงานว่า เงินเยนลงไปทดสอบระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 ในเช้าวันนี้ ก่อนขึ้นมาเคลื่อนไหวที่ 134.82-134.83 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเที่ยง เทียบกับ 133.59-133.62 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อเวลา 17:00 น. วันศุกร์ ตามเวลาญี่ปุ่น เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกมาก หลังจากเผยแพร่ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 ต่อปี สูงกว่าที่ตลาดคาดหมายไว้ที่ร้อยละ 8.3 และสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) ย้ำเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะคงนโยบายทำให้เงินเฟ้อแตะร้อยละ 2 ตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน นักยุทธศาสตร์ด้านการปริวรรตเงินตราของบริษัทหลักทรัพย์ไดวาเผยว่า นักลงทุนอาจมองอัตราแลกเปลี่ยนว่าจะอ่อนค่าลงไปถึง 140 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดสามารถชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้แล้วในขณะนี้ เงินเยนที่อ่อนค่าเป็นผลดีต่อผู้ส่งออกเมื่อแลกดอลลาร์สหรัฐกลับมาเป็นเยน แต่อาจชะลอการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศเพราะทำให้ราคาอาหารและน้ำมันนำเข้าแพงขึ้น.-สำนักข่าวไทย

เยนร่วงอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่

โตเกียว 7 มิ.ย.- เงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยลงไปทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ที่ 132.70 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะตลาดคาดว่าช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่นและสหรัฐจะห่างกันมากยิ่งขึ้นไปอีก เงินเยนญี่ปุ่นซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเช้าวันนี้อ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2545 เพราะตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะเดินหน้าเข้มงวดนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวต่อไป สวนทางกับธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) ที่นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จะยึดนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป เพื่อให้อัตราเงินเฟ้อถึงร้อยละ 2 ตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังย้ำเรื่องนี้ระหว่างการแถลงต่อรัฐสภาในเช้าวันนี้ด้วย เว็บไซต์เกียวโดนิวส์รายงานว่า เงินเยนซื้อขายที่ 132.59-132.60 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐช่วงเที่ยงวันนี้ในตลาดโตเกียว อ่อนค่าลงจาก 130.76-130.78 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐเมื่อเวลา 17:00 น.ของวันจันทร์ตามเวลาญี่ปุ่น นายชูนิจิ ซูซึกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวกับสื่อในวันนี้ว่า กำลังติดตามสถานการณ์ในตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด และผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น เกียวโดนิวส์ระบุว่า เงินเยนที่อ่อนค่าได้ทำให้ราคาสินค้านำเข้าแพงขึ้น ทั้งราคาน้ำมันและสินค้าต่าง ๆ.-605

IMF ชี้เยนอ่อนค่าเร็วอาจกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัว

วอชิงตัน 25 เม.ย.- กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) เตือนว่า เงินเยนญี่ปุ่นที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นอุปสรรคต่อการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นตัวอย่างมั่นคงจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 นายรานิล ซัลกาโด หัวหน้าคณะทำงานด้านญี่ปุ่นของไอเอ็มเอฟให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ของญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้ว่า เยนที่อ่อนค่าที่สุดในรอบ 20 ปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสะท้อนภาพธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) ที่ยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย สวนทางกับธนาคารกลางเศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ ที่พากันดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด เขามองว่า บีโอเจควรคงนโยบายนี้ต่อไปจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะบรรลุเป้าหมายที่ร้อยละ 2 เพราะอัตราเงินเฟ้อจะลดลงทันทีที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์นำเข้าเริ่มลดลง อัตราเงินฟ้อญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากปีก่อน เร็วที่สุดในช่วง 2 ปี แต่ยังคงห่างจากเป้าหมายอยู่มาก อย่างไรก็ดี เยนที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็วอาจทำให้ความต้องการในประเทศลดลง และสินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแล้วเกือบร้อยละ 15 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม โดยหลุดแนวรับที่ 129 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อวันพุธที่แล้ว ปกติแล้วเยนที่อ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออก เพราะจะทำให้ได้กำไรมากขึ้นเมื่อแลกเงินต่างประเทศกลับเป็นเงินเยน และทำให้สินค้าญี่ปุ่นมีราคาถูกเมื่อเทียบกับสินค้าประเทศอื่น แต่ขณะเดียวกันจะเป็นผลเสียต่อญี่ปุ่นที่ต้องนำเข้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะต้องจ่ายแพงขึ้น คาดว่าบีโอเจจะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปในการประชุมวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้.-สำนักข่าวไทย

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติญี่ปุ่นชี้ต้องใช้การเงินผ่อนคลายต่อไป

นิวยอร์ก 23 เม.ย.- ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ (BOJ) ชี้ว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป หลังจากเกิดกระแสวิตกมากขึ้นว่า นโยบายนี้ทำให้เงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระหว่างไปร่วมการประชุมการเงินสากลหลายแห่งในนครนิวยอร์กของสหรัฐว่า สภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและสหรัฐมีความแตกต่างกันอย่างมาก บีโอเจจำเป็นต้องเดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไป เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเกิดจากวัตถุดิบขึ้นราคาและการขาดความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายนโยบายระยะยาวให้อัตราเงินเฟ้อทรงตัวที่ร้อยละ 2 นายคุโรดะกล่าวว่า เศรษฐกิจและตลาดแรงงานของญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัวช้ามากเมื่อเทียบกับสหรัฐ ญี่ปุ่นขาดแคลนทรัพยากรจึงมีความอ่อนไหวมากกว่าประเทศอื่นเมื่อวัตถุดิบขึ้นราคาและเกิดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเรื่องรุกรานยูเครน การคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายจึงช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นวงจรเศรษฐกิจเชิงบวกได้ อย่างไรก็ดี เขายืนยันว่า จะไม่ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากไปกว่าปัจจุบัน เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ได้เปราะบางมากขนาดนั้น และไม่ได้พูดเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนแต่อย่างใด แนวทางของบีโอเจที่แตกต่างอย่างมากจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) ที่ส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งจนถึงสิ้นปีนี้เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อสูง ส่งผลให้เยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าที่สุดในรอบ 20 ปีครั้งใหม่ ด้วยการหลุดแนวต้านที่ 129 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา.-สำนักข่าวไทย

เยนอ่อนค่าต่อเนื่อง หลุด 129 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

โตเกียว 20 เม.ย.- เงินเยนญี่ปุ่นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องในวันนี้ โดยหลุดแนวรับที่ 129 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศซื้อพันธบัตรฉุกเฉิน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลใกล้แตะเพดาน เยนลงไปทดสอบระดับ 129.40 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดโตเกียวเช้าวันนี้ อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2545 ก่อนดีดตัวขึ้นมาที่ 128.76-128.77 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงเที่ยง เทียบกับ 128.86-128.96 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐที่ตลาดนิวยอร์กและ 128.06-128.08 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐที่ตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17:00 น.วันอังคาร เยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอีก หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทะยานขึ้นไปทดสอบระดับร้อยละ 2.94 เมื่อวันอังคาร สูงที่สุดนับจากเดือนธันวาคม 2551 เพราะตลาดคาดหมายมากยิ่งขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างมากเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ยังคงใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ประกาศวันนี้เรื่องการซื้อพันธบัตรฉุกเฉิน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปรับขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 0.25 ในการซื้อขายหลังปิดตลาดเมื่อวานนี้ ใกล้แตะเพดานที่ธนาคารกลางคาดหมายไว้ นักยุทธศาสตร์ด้านการปริวรรตเงินตราของบริษัทหลักทรัพย์ไดวาเผยว่า นักลงทุนส่วนใหญ่มองข้ามไปถึงเยนที่อ่อนค่ากว่า 130 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว โดยตั้งเป้าที่ 135.15 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่เยนอ่อนค่าที่สุดเมื่อปี 2545.-สำนักข่าวไทย

ดอลลาร์สหรัฐต่อเยนแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง

ดอลลาร์สหรัฐต่อเยนญี่ปุ่นแข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่งในวันนี้ หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด (FED) ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2

รัฐบาลทหารเมียนมาจะรับผิดชอบวิกฤติเศรษฐกิจ

นายซอ มิน ตัน โฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าววันนี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ของเมียนมาเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกหลาย ๆ เรื่องและการระบาด 2 ระลอกของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่รัฐบาลทหารเมียนมาจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่และจะทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

กรุงศรี ชี้ปี 64 บาทยังแข็ง มองกรอบ 29.25-30 บาท/ดอลลาร์ฯ

กรุงศรีคาดการณ์ กรอบเงินบาทปี 64 ที่ 29.25 – 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยให้น้ำหนักหลักอยู่ที่นโยบายสหรัฐฯที่มีผลทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า ซึ่งจะเป็นตัวชี้นำค่าเงินบาท ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นคาดยังอยู่ในระดับต่ำตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าทั้งปี 64 กนง. จะตรึงไว้ที่ 0.5%

ตลาดเก็งไบเดนชนะ พาหุ้นทองขึ้น ดอลลาร์อ่อน

นิวยอร์ก 4 พ.ย.- ตลาดเงินและตลาดทุนเก็งว่า โจ ไบเดน จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐพาให้หุ้นและทองขึ้น ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดตราสารทุนทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดเก็งว่า จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น หากไบเดนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น คาดกันว่า หากไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ จะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าจะลดลง ซึ่งจะช่วยประคองสกุลเงินอื่นๆ ให้แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ผลการสำรวจความนิยมพบว่า ไบเดนยังคงมีคะแนนนิยมนำห่าง อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน เริ่มมีคะแนนนิยมตีตื้นในหลายรัฐที่กระแสยังกลับไปกลับมา หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งจากรัฐต่างๆ รวม 270 เสียงขึ้นไป ก็จะได้รับเลือกเป็นผู้นำสหรัฐ ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในตลาดวอลล์สตรีทและตลาดหุ้นยุโรป ด้วยความหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะเดียวกันนักลงทุนก็หันไปให้ความสนใจในทองคำมากขึ้นเช่นกัน โดยเก็งกันว่าทองคำจะมีราคาสูงขึ้น จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ราคาทองล่วงหน้าโกลด์ฟิวเจอร์สของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นร้อยละ 0.9 ไปอยู่ที่ 1,910.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์.-สำนักข่าวไทย

ดอลลาร์แข็งขณะที่หุ้นสหรัฐอ่อนหลังระงับการศึกษาวัคซีน

เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นวอลสตรีทปรับตัวลดลง หลังมีการระงับการศึกษาเรื่องวัคซีนโควิด

1 2