fbpx

“ไบเดน” ร่วมไว้อาลัยเหตุกราดยิงที่โรงเรียนในรัฐเทกซัส

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ เดินทางไปยังโรงเรียนประถมศึกษาร็อบบ์ในเมืองอูวัลเดของรัฐเทกซัส เมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อร่วมไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุกราดยิงครั้งใหญ่ในรอบสิบปี

“จิล ไบเดน” เยือนยูเครนในวันแม่สหรัฐ

เคียฟ 9 พ.ค. – นางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ เดินทางเยือนยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งตรงกับวันแม่แห่งชาติของสหรัฐ และได้พบกับนางโอเลนา เซเลนสกา ภริยาของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ใช้เป็นศูนย์พักพิงให้แก่พลเรือนพลัดถิ่นจากสงครามยูเครน นางไบเดน วัย 70 ปี เผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างเดินทางเยือนยูเครนว่า เธอต้องการเดินทางเยือนยูเครนในวันแม่แห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม เธอคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแสดงให้เห็นว่า ประชาชนอเมริกันพร้อมยืนหยัดเคียงข้างชาวยูเครน และขอเรียกร้องให้ยุติการก่อสงครามอันโหดร้ายทารุณในครั้งนี้ ขณะที่นางเซเลนสกา วัย 44 ปี ได้กล่าวขอบคุณนางไบเดนสำหรับการเดินทางเยือนยูเครนท่ามกลางสงคราม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญอย่างยิ่งและเป็นสัญลักษณ์แทนความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกเนื่องในวันแม่แห่งชาติของสหรัฐ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของสหรัฐที่เดินทางมาพร้อมกับนางไบเดนเผยว่า การพบปะกันในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นางเซเลนสกาปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ หลังจากที่นางไบเดนและนางเซเลนสกาเสร็จสิ้นการหารือร่วมกัน ทั้งสองคนได้ทำกิจกรรมประดิษฐ์ตุ๊กตาหมีจากกระดาษทิชชู่ร่วมกับเด็ก ๆ ชาวยูเครนในห้องเรียนเพื่อนำไปมอบให้มารดา นางไบเดนและนางเซเลนสกาได้ประดิษฐ์ตุ๊กตาหมีโดยใช้กระดาษทิชชู่สีขาวและสีเหลือง นอกจากนี้ นางไบเดนยังได้ถามนางเซเลนสกาเกี่ยวกับการดูแลลูกสาววัย 17 ปี และลูกชายวัย 9 ปีของเธอในช่วงเกิดสงคราม นางเซเลนสการะบุว่า เธอโชคดีที่มีโอกาสได้อยู่กับลูก ๆ ทุกคืน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่กับประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ตาม […]

สตรีหมายเลข 1 สหรัฐนำทีมประเทศร่วมโอลิมปิกโตเกียว

นางจิล ไบเดน สตรีหมายเลข 1 สหรัฐนำคณะตัวแทนประเทศมาร่วมการแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว 2020 แล้วในวันนี้ เป็นการแสดงความสนับสนุนพันธมิตรสำคัญอย่างญี่ปุ่น ท่ามกลางความกังวลเรื่องการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19