fbpx

ทั่วโลกห่วงเหตุกราดยิงกระทบภาพประเทศต้นแบบของสหรัฐ

วอชิงตัน 26 พ.ค. – ทั่วโลกต่างประณามเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในรัฐเทกซัสของสหรัฐที่ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 19 ราย และครูเสียชีวิต 2 ราย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการชูภาพลักษณ์ความเป็นประเทศต้นแบบของสหรัฐว่ายังคงมีประสิทธิภาพหรือไม่ ชาติพันธมิตรของสหรัฐ รวมถึงนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่ของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ซึ่งไม่ค่อยกล่าวถึงปัญหาในสหรัฐมากนัก ต่างแสดงความวิตกกังวลหลังมือปืน วัย 18 ปี ก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมศึกษาในเมืองอูวัลเดของรัฐเทกซัส จนทำให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 19 รายและครูเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งได้รับอาวุธจากสหรัฐเพื่อนำมาใช้ป้องกันการบุกรุกของรัสเซีย มองว่า เหตุกราดยิงดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากลัว ส่วนประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า เขาขอมีส่วนร่วมกับผู้ที่ต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรง ในขณะเดียวกัน ชาติพันธมิตรบางส่วนของสหรัฐได้ตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐจึงไม่สามารถแก้ปัญหาเหตุกราดยิงในประเทศได้ ทั้งที่รัฐธรรมนูญสหรัฐมีสิทธิที่จะแก้กฎหมายครอบครองอาวุธและจัดการกลุ่มนักล็อบบี้ทางการเมืองที่ไม่ต้องการให้ออกกฎหมายควบคุมการซื้อปืนได้ ในขณะที่สหรัฐมีสถิติผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงโดยเฉลี่ยมากถึงวันละ 111 ราย นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนสหรัฐ เผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสของสหรัฐว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้แก้กฎหมายควบคุมปืนให้เข้มงวดยิ่งขึ้นหลังมือปืนที่เชื่อเรื่องคนผิวขาวเป็นใหญ่ก่อเหตุกราดยิงที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 รายเมื่อปี […]

นิวซีแลนด์จ่อเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส.ค.นี้

เวลลิงตัน 11 พ.ค.-นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ เผยวันนี้ว่า นิวซีแลนด์จะเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในเดือนสิงหาคมนี้ หลังใช้มาตรการคุมเข้มพรมแดนเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นระบุว่า นิวซีแลนด์จะเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบและยกเลิกการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่เวลา 23.59 น. ของวันที่ 31 กรกฎาคม โดยได้เลื่อนเร็วขึ้นจากเดิมกว่า 2 เดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งยังระบุว่า การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบถือเป็นข่าวดีสำหรับครอบครัว ผู้ประกอบการธุรกิจ และผู้ย้ายถิ่นฐาน รวมถึงสายการบินและบริษัทเดินเรือที่ต้องวางแผนเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่นิวซีแลนด์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักเดินทางหนาแน่น ก่อนหน้านี้ นิวซีแลนด์ได้ประกาศใช้มาตรการคุมเข้มพรมแดนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด โดยที่นิวซีแลนด์จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดต่ำสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการดังกล่าวไม่มีความยืดหยุ่น ขาดความเห็นอกเห็นใจ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะนี้ นิวซีแลนด์มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 1 ล้านคน และผู้เสียชีวิต 855 คน. -สำนักข่าวไทย

นิวซีแลนด์จะไม่บังคับฉีดวัคซีนถ้าโอไมครอนพ้นจุดสูงสุด

เวลลิงตัน 21 ก.พ.- นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์เผยว่า จะยกเลิกมาตรการบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม หากการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า ทุกคนล้วนอยากกลับไปมีชีวิตตามปกติ เธอเชื่อว่าสิ่งนี้จะมาเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่ขอกำหนดวันที่ชัดเจน การยกเลิกมาตรการบังคับฉีดวัคซีนจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนมีนาคม ผู้นำนิวซีแลนด์ถือโอกาสนี้ส่งสารไปยังผู้ประท้วงมาตรการบังคับฉีดวัคซีนที่นำยวดยานมาปิดกั้นถนนรอบอาคารรัฐสภาในกรุงเวลลิงตันมานานกว่า 2 สัปดาห์ว่า การยกเลิกมาตรการบังคับฉีดวัคซีนจะเป็นไปโดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตประชาชน ไม่ใช่เพราะการประท้วง การประท้วงเริ่มต้นจากการต่อต้านการบังคับฉีดวัคซีน ต่อมาขยายวงเป็นการต่อต้านนางอาร์เดิร์นและรัฐบาล ตำรวจจับกุมผู้ประท้วง 8 คนในวันนี้ข้อหาก่อความวุ่นวาย ซึ่งเป็นความผิดอาญา เนื่องจากขว้างปาสิ่งขับถ่ายใส่ตำรวจ ด้านหัวหน้าพรรคเนชันนัลที่เป็นฝ่ายค้านระบุว่า การเผชิญหน้าที่หน้ารัฐสภาเกิดจากปัญหาในประเทศที่สะสมมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โควิดและมาตรการจำกัดทำให้คนไม่พอใจก็จริง แต่สิ่งที่คนไม่พอใจร่วมกันคือรัฐบาลที่ดูเหมือนจะเตะถ่วงการยกเลิกมาตรการทั้งเรื่องบังคับฉีดวัคซีนและการเปิดประเทศ นิวซีแลนด์มียอดติดเชื้อสะสมเพียง 16,000 คน เสียชีวิต 53 คน เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนทำให้ยอดติดเชื้อเฉลี่ยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาสูงเกินวันละ 1,600 คน ขณะที่ผู้เข้าเกณฑ์ฉีดวัคซีนฉีดครบโดสแล้วร้อยละ 94 บางส่วนเป็นการบังคับฉีดกับผู้ทำงานแนวหน้า.-สำนักข่าวไทย

นิวซีแลนด์จะเปลี่ยนมาใช้ระบบอยู่ร่วมกับโควิด

เวลลิงตัน 22 พ.ย.- นิวซีแลนด์จะเปลี่ยนมาใช้ระบบการมีชีวิตอยู่ร่วมกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมนี้ ยุติการใช้มาตรการจำกัดเคร่งครัด และให้ธุรกิจในเมืองใหญ่ที่สุดเปิดทำการอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์แถลงวันนี้ว่า ความจริงอันโหดร้ายคือ เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตายังคงอยู่และไม่จากไปไหน แต่นิวซีแลนด์ได้เตรียมพร้อมรับมืออย่างดี เพราะมีอัตราการฉีดวัคซีนสูง และมีมาตรการความปลอดภัยล่าสุด โดยนำสัญญาณไฟจราจรมาจัดลำดับความปลอดภัยของแต่ละพื้นที่ แบ่งเป็นสีแดง ส้ม หรือเขียว ตามระดับการติดเชื้อและการฉีดวัคซีน และการใช้บัตรผ่านโควิด โอ๊คแลนด์ เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา จะเริ่มด้วยสีแดง ซึ่งต้องบังคับใส่หน้ากากอนามัยและจำกัดจำนวนคนรวมตัวตามสถานที่สาธารณะ เมืองนี้ถูกล็อกดาวน์มานานกว่า 90 วัน และเพิ่งผ่อนคลายมาตรการบางอย่างเมื่อไม่นานมานี้ ผู้นำนิวซีแลนด์เผยด้วยว่า ขณะนี้ชาวนิวซีแลนด์ที่เข้าเกณฑ์ฉีดวัคซีนฉีดครบโดสแล้วร้อยละ 83 และฉีดเข็มแรกแล้วร้อยละ 88 ก่อนหน้านี้รัฐบาลนิวซีแลนด์เผยว่า จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรเพื่อควบคุมการระบาด เมื่อผู้เข้าเกณฑ์ฉีดวัคซีนฉีดครบโดสแล้วร้อยละ 90 นิวซีแลนด์สามารถควบคุมการระบาดได้ดี จนกระทั่งเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาระบาดในเดือนสิงหาคม ทำให้นายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นต้องยกเลิกยุทธศาสตร์กำจัดโควิด และถือว่าเป็นโรคประจำถิ่น (endemic).-สำนักข่าวไทย

ชาวนิวซีแลนด์หลายพันชุมนุมประท้วงมาตรการคุมโควิด

ชาวนิวซีแลนด์หลายพันคนเดินขบวนมาชุมนุมกันที่หน้ารัฐสภานิวซีแลนด์ เพื่อประท้วงมาตรการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในวันนี้

ผู้นำนิวซีแลนด์จะออก กม.ต้านก่อการร้ายฉบับใหม่เดือนนี้

นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์เผยว่าจะออกกฎหมายใหม่ภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อจะอุดช่องโหว่ทางกฎหมายที่เปิดทางให้ผู้ฝักใฝ่กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส (IS) ไม่ถูกจับกุม และไปก่อเหตุทำร้ายคนที่ซูเปอร์มาร์เก็ต

นิวซีแลนด์จะเลิกล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ยกเว้นออกแลนด์

นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์นของนิวซีแลนด์จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์จำกัดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทั่วประเทศ เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาได้แล้ว ยกเว้นเมืองออกแลนด์ที่เป็นศูนย์กลางการระบาด

นิวซีแลนด์คลายล็อกดาวน์ทั่วประเทศ-เว้นเมืองออกแลนด์

นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดทั่วประเทศในวันนี้ แต่ยังคงสั่งปิดภาคธุรกิจและโรงเรียน รวมถึงปิดเมืองออกแลนด์ต่อไป

นิวซีแลนด์พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่สูงสุดในรอบกว่า 1 ปี

เวลลิงตัน 24 ส.ค. – นิวซีแลนด์พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รายใหม่ 41 คน ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน แต่ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ และยังคงพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดส่วนใหญ่ในเมืองออคแลนด์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดครั้งล่าสุด นายแอชลีย์ บลูมฟิลด์ ผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขของนิวซีแลนด์ แถลงวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่ 41 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจากการระบาดครั้งล่าสุด 148 คน และทำสถิติผู้ป่วยติดเชื้อรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีก่อน ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ของวันนี้แบ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่เมืองออคแลนด์มากถึง 38 คน และที่กรุงเวลลิงตัน 3 คน ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า ทางการมั่นใจว่าสถานการณ์ระบาดตอนนี้ยังไม่พบยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เนื่องจากยังคงพบตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อส่วนใหญ่ในเมืองออคแลนด์ที่ยังไม่แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ขณะที่นายแกรนต์ โรเบิร์ตสัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอในการรับมือกับการระบาดครั้งล่าสุด และเศรษฐกิจก็ฟื้นตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า นิวซีแลนด์จะไม่พบยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้จนเทียบเท่ากับยอดผู้ป่วยติดเชื้อสูงสุดของปีก่อนที่มี 89 คน ขณะที่เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ได้ประกาศขยายการใช้มาตรการล็อกดาวน์ระดับสี่ทั่วประเทศออกไปอีก 3 วันจนถึงช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 27 สิงหาคม และเมืองออคแลนด์จะอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 31 […]

นิวซีแลนด์ขยายล็อกดาวน์ต่ออีก 3 วัน

นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ ประกาศขยายการใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดทั่วประเทศออกไปอีก 3 วัน หลังพบยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 สะสมจากการระบาดครั้งล่าสุดทะลุ 100 คน

นิวซีแลนด์จะเผยวันเปิดประเทศกับออสเตรเลียอีก 2 สัปดาห์

เวลลิงตัน 22 มี.ค. – นิวซีแลนด์จะประกาศวันเปิดการเดินทางระหว่างประเทศกับออสเตรเลียโดยไม่ต้องกักตัวในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่าทางการกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคธุรกิจที่ต้องการให้เปิดพรมแดนกับออสเตรเลียทันที นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์กล่าวว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์คาดว่าจะประกาศวันเปิดการเดินทางโดยไม่ต้องกักตัวกับออสเตรเลียในวันที่ 6 เมษายนนี้ แม้การเปิดพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็มีข้อกังวลบางอย่างที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขก่อน  รัฐบาลรู้ดีว่ามีชาวนิวซีแลนด์หลายคนที่กำลังวิตกกังวล และต้องการให้ใช้นโยบายที่สอดคล้องกับมาตรการรับมือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยรวม แต่แนวทางดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ นางอาร์เดิร์นยังระบุถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อทำให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เช่น มาตรการติดตามผู้สัมผัสโรคและการจัดเตรียมศูนย์กักตัว ก่อนที่จะเปิดพรมแดนรับชาวออสเตรเลีย ในขณะเดียวกัน พรรคแห่งชาตินิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้เปิดการเดินทางระหว่างประเทศกับออสเตรเลียโดยไม่ต้องกักตัวในทันที นางจูดิท คอลลินส์ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านนิวซีแลนด์ระบุในแถลงการณ์ว่า ภาคธุรกิจไม่ต้องการคำประกาศที่บอกว่าจะประกาศวันเปิดการเดินทางอีกครั้งเมื่อไหร่ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 และนายกรัฐมนตรีอาร์เดิร์นควรบอกวันที่แน่นอนของนโยบายดังกล่าวในวันนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก และมีบางรายที่ระบุว่า ธุรกิจของพวกเขาอาจต้องปิดตัวในเร็ววัน หากทางการยังไม่ยอมเปิดพรมแดนระหว่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐส่วนใหญ่ของออสเตรเลียได้เปิดพรมแดนกับนิวซีแลนด์ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และมีคำสั่งระงับการเดินทางเป็นเวลาสั้น ๆ ในช่วงที่พบการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อนเล็ก ๆ ในเมืองออกแลนด์ แต่นิวซีแลนด์ก็ยังคงเลื่อนการกลับไปเปิดพรมแดนกับออสเตรเลียดังเดิม. -สำนักข่าวไทย

ผู้นำนิวซีแลนด์ชี้ทั่วโลกต้องหารือปัญหาเหยียดเชื้อชาติ

เวลลิงตัน 15 มี.ค. – นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์ระบุว่า ทั่วโลกยังคงจำเป็นต้องพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเหยียดเชื้อชาติและแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว เนื่องในวันครบรอบ 2 ปีจากเหตุชายออสเตรเลียที่มีแนวคิดดังกล่าวโจมตีมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช นายเบรนตัน ทาร์แรนต์ ชาวออสเตรเลียวัย 30 ปีใช้อาวุธปืนอานุภาพสูงกราดยิงใส่ชาวมุสลิมที่มัสยิดในนิวซีแลนด์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 คน และผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบรายเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2562 โดยที่เขาได้ประกาศอุดมการณ์เหยียดเชื้อชาติก่อนก่อเหตุกราดยิงที่ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก การก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวได้จุดประกายให้ทั่วโลกถกเถียงกันเรื่องภัยคุกคามของแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว นางอาร์เดิร์นกล่าวในงานแถลงข่าววันนี้รำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า ทั่วโลกจำเป็นต้องหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และผลพวงจากเหตุโจมตีมัสยิดทำให้นิวซีแลนด์ต้องแก้ปัญหาในประเทศเช่นกัน เธอคิดว่าไม่ยุติธรรมหากจะกล่าวว่าผู้ก่อการร้ายเป็นชาวออสเตรเลีย แล้วนิวซีแลนด์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ชาวมุสลิมในนิวซีแลนด์ต้องประสบพบเจอกับการเหยียดเชื้อชาติที่น่ากลัวมาก่อนเกิดเหตุโจมตีมัสยิด ดังนั้น ผู้นำทั่วโลกจึงมีหน้าที่รับผิดชอบเป็นกระบอกเสียงเพื่อยับยั้งปัญหาเหยียดเชื้อชาติและแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว นอกจากนี้ นางอาร์เดิร์นยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า เธอไม่อาจบอกได้ว่าตอนนี้นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับชาวมุสลิมเมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน เพราะมีเพียงชาวมุสลิมในนิวซีแลนด์ที่จะบอกได้ แต่เธอระบุว่ายังมีงานที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้สำเร็จ.-สำนักข่าวไทย  

1 2 3