Lee Je Myong's first meeting with Trump

“ทรัมป์” อยากพบผู้นำเกาหลีเหนือ

วอชิงตัน 26 ส.ค.- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวกับประธานาธิบดีอี แจ มยองของเกาหลีใต้ว่า เขาต้องการพบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือในปีนี้ และเปิดกว้างเรื่องหารือการค้าต่อไปกับเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเรื่องนี้ต่อหน้าผู้สื่อข่าวขณะให้การต้อนรับประธานาธิบดีอีที่มาเยือนทำเนียบขาวเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวเชิญนายทรัมป์ไปร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกหรือเอเปค (APEC) ที่เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมปีนี้ และอาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการพบปะกับนายคิม ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้คาดหวังว่า ผู้นำสหรัฐจะช่วยสร้างสันติภาพระหว่างสองเกาหลีที่ยังถูกแบ่งแยกกันอยู่ นับตั้งแต่นายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ เขาได้เรียกร้องหลายครั้งเรื่องฟื้นฟูการติดต่อโดยตรงกับเกาหลีเหนือ หลังจากที่เคยพบกับนายคิมมาแล้วถึง 3 ครั้งเมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรก ก่อนหน้านี้เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายคิมเป็นไปอย่างดีมาก อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือยังไม่แสดงความเห็นต่อท่าทีล่าสุดของผู้นำสหรัฐ แต่ในเวลาต่อมาสื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้พิสูจน์ให้เห็นถึงเจตนาของสหรัฐที่จะยึดครองคาบสมุทรเกาหลีและโจมตีประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค นายทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังเสร็จสิ้นการหารือกับนายอีว่า เชื่อว่าเกาหลีใต้จะทำข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับสหรัฐตามที่ได้ตกลงไว้ ด้านผู้นำเกาหลีใต้เปิดเผยในภายหลังว่า ได้หารือกับผู้นำสหรัฐเรื่องปรับปรุงความเป็นพันธมิตรทวิภาคีให้เป็นการต่างตอบแทนมากขึ้น และมุ่งสู่อนาคตมากขึ้นตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลง และว่าเกาหลีใต้จะเพิ่มงบกลาโหมเพื่อปรับเปลี่ยนกองทัพให้เป็นกองทัพอัจฉริยะ ซึ่งจะได้เปรียบหากเกิดความขัดแย้งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้แม้ว่าสหรัฐและเกาหลีใต้บรรลุข้อตกลงการค้าในการเจรจาเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า สหรัฐจะเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ในอัตราร้อยละ 15 แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ การใช้จ่ายด้านกลาโหม และรายละเอียดของข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุมเรื่องเกาหลีใต้รับปากจะลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11.35 ล้านล้านบาท) ในสหรัฐ.-816(814).-สำนักข่าวไทย

คาดนายกฯ อินเดียจะพบ ‘ทรัมป์’ ที่สหรัฐเดือนหน้า

นิวเดลี 13 ส.ค. (รอยเตอร์) – หนังสือพิมพ์อินเดียน เอ็กซ์เพรส (Indian Express) ของอินเดียรายงานวันนี้อ้างแหล่งข่าวว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย มีแนวโน้มที่จะเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในระหว่างการเยือนสหรัฐในเดือนหน้า เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ อินเดียน เอ็กซ์เพรส รายงานว่า แม้เหตุผลหลักของการเยือนครั้งนี้ของนายโมดี คือการเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก แต่ยังมีเป้าหมายสำคัญคือการเจรจากับนายทรัมป์ เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าและภาษีที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มตึงเครียด รายงานข่าวเรื่องความเป็นไปได้ในการเยือนสหรัฐของนายโมดีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นายทรัมป์ประกาศเก็บภาษีอินเดียเพิ่มเติมร้อยละ 25 เพื่อลงโทษรัฐบาลนิวเดลีที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย การเก็บภาษีเพิ่มเติมนี้ทำให้ภาษีรวมของสินค้าอินเดียที่ส่งออกไปยังสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในบรรดาคู่ค้าของสหรัฐ การเจรจาการค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐมีอันต้องล่มลง หลังจากเจรจากันมา 5 รอบ เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นการเปิดตลาดภาคการเกษตรและปศุสัตว์ขนาดใหญ่ของอินเดีย และการยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย.-813.-สำนักข่าวไทย

ไต้หวันชี้อัตราภาษี 20% ของสหรัฐเป็นเพียงชั่วคราว

ไทเป 1 ส.ค. – ประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ ของไต้หวัน กล่าววันนี้ว่า อัตราภาษีใหม่ 20% ที่รัฐบาลประธานานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากไต้หวันนั้นเป็นเพียง “ชั่วคราว” และรัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถเจรจาให้ได้อัตราที่ต่ำลงกว่านี้ นายไล่ กล่าวว่า อัตราภาษี 20% ไม่เคยเป็นเป้าหมายของไต้หวันเลย โดยจะมีการเจรจาต่อไปและมุ่งมั่นเพื่อให้ได้อัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับไต้หวันมากกว่านี้ เขายังกล่าวอีกว่า อัตราภาษีสำหรับสินค้าเฉพาะอย่าง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์, และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไต้หวัน ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา สินค้าเหล่านี้ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของเศรษฐกิจไต้หวัน และมีความสำคัญต่อความพยายามของสหรัฐ ในการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเหนือจีน คาดว่าจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างจากอัตราภาษีโดยรวมของไต้หวัน อัตราภาษีสำหรับสินค้าเหล่านี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้าปี 1962 ประธานาธิบดีไล่กล่าวว่า เมื่อผลการสอบสวนได้ข้อยุติ ทีมเจรจาของไต้หวันจะเข้าสู่การเจรจาในขั้นต่อไป ทางด้านฮาวเวิร์ด ลุทนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐ มีแผนจะประกาศผลการสอบสวนภายในสองสัปดาห์ คำสั่งพิเศษจากประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าตั้งแต่ 10% ถึง 41% สำหรับสินค้าจากประเทศคู่ค้าหลายสิบประเทศ แม้ว่าอัตรา 20% สำหรับไต้หวันจะน้อยกว่าอัตรา […]

สื่อสหรัฐรายงานสหรัฐบรรลุข้อตกลงไทย-กัมพูชา

วอชิงตัน 31 ก.ค. – สื่อของสหรัฐรายงานว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับไทยและกัมพูชาแล้ว หลังจากที่ไทย-กัมพูชา ทำข้อตกลงหยุดยิงไปเมื่อสองวันก่อน สื่อของสหรัฐรายงานว่า นายโฮเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อคืนนี้ว่าสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับไทยและกัมพูชาแล้ว หลังจากที่ไทยและกัมพูชาทำข้อตกลงหยุดยิงกันไปเมื่อสองวันก่อน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดใดๆ ขณะที่ทางทำเนียบขาว และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ ยังไม่ได้แสดงความเห็นหรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาหยุดยิงทันทีโดยขู่ทั้งสองประเทศว่าสหรัฐจะไม่เจรจาข้อตกลงการค้าด้วยหากยังไม่มีการหยุดยิง และหลังจากที่ไทยกับกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในการเจรจาที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นายทรัมป์ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำทั้งสองประเทศ และได้สั่งการให้คณะเจรจาการค้าของสหรัฐเริ่มการเจรจากับไทยและกัมพูชาได้ การเปิดเผยข้อมูลของรัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐมีขึ้นก่อนที่จะถึงเส้นตายใช้มาตรกำแพงภาษีของภาษีของสหรัฐในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง สหรัฐเพิ่งประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้แล้ว โดยทรัมป์จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ 15% และบอกด้วยว่าจะเก็บภาษีสินค้าจากอินเดีย 25% นอกจากนี้ยังขู่จะเพิ่มโทษหากอินเดียซื้อพลังงานจากรัสเซีย.-816.-สำนักข่าวไทย

‘ทรัมป์’ ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้

วอชิงตัน 30 ก.ค. – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวในวันพุธว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ ลดลงจากอัตรา 25% ที่เคยขู่ไว้ นายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทางแอปพลิเคชัน “ทรูธ โซเชียล” ว่าเขายินดีที่จะประกาศว่าสหรัฐได้ตกลงข้อตกลงทางการค้าที่สมบูรณ์และครบถ้วนกับสาธารณรัฐเกาหลีแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า เกาหลีใต้ตกลงที่จะลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์ ในสหรัฐ ในโครงการที่นายทรัมป์เลือก และจะซื้อผลิตภัณฑ์พลังงานมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ เขายังกล่าวอีกว่าเกาหลีใต้จะยอมรับผลิตภัณฑ์สหรัฐเข้าสู่ตลาด รวมถึงรถยนต์และสินค้าเกษตร และจะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าใดๆ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้กล่าวว่า ตลาดข้าวและเนื้อวัวของประเทศจะไม่ถูกเปิดเพิ่มเติม และการเจรจาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของสหรัฐเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านอาหารยังคงดำเนินต่อไป ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนในทันทีว่าข้อตกลงการลงทุนจะมีโครงสร้างอย่างไร, แหล่งเงินทุนมาจากไหน, จะดำเนินการภายในกรอบเวลาใด และเงื่อนไขจะมีผลผูกพันมากน้อยเพียงใด นายทรัมป์กล่าวว่าจะมีการประกาศการลงทุนเพิ่มเติมจากเกาหลีใต้ในภายหลัง การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบแรกๆ ของประธานาธิบดีอี แจ-มย็อง ของเกาหลีใต้ ที่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน หลังจากการเลือกตั้งอย่างกะทันหัน เขาโพสต์บนเฟซบุ๊กว่าข้อตกลงนี้ได้ขจัดความไม่แน่นอนในสภาพแวดล้อมการส่งออก และทำให้อัตราภาษีของสหรัฐอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าหรือเท่ากับคู่แข่งรายสำคัญ นายอี กล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้เกาหลีใต้ได้ข้ามผ่านอุปสรรคสำคัญไปได้แล้ว ส่วนนายทรัมป์กล่าวว่า นายอีจะเดินทางเยือนทำเนียบขาวภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อประชุมกับประธานาธิบดีสหรัฐเป็นครั้งแรก.-813.-สำนักข่าวไทย

red zone in Surin

สื่อจีนสำรวจสถานการณ์เหตุปะทะใน จ.สุรินทร์

สุรินทร์ 27 ก.ค.- สื่อทางการจีนลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ในจังหวัดสุรินทร์ของไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็น (CGTN) ของจีนรายงานว่า เหตุปะทะที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ได้ทำให้กิจกรรมทางการค้าในจังหวัดสุรินทร์ที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ยุติลงอย่างสิ้นเชิง และทำให้ชาวบ้านต้องไปหลบภัยในบังเกอร์ ทีมข่าวของซีจีทีเอ็นตระเวนสำรวจและบันทึกสภาพบ้านเมืองที่เงียบเหงาเมื่อวันเสาร์ และรายงานว่า ยังคงได้ยินเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง จุดผ่านแดนที่ปกติเต็มไปด้วยผู้คนและรถบรรทุกสินค้าในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะนี้กลายเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งหมายถึงพื้นที่เสี่ยงอันตราย พร้อมกับสัมภาษณ์ชาวบ้านที่หลบภัยในบังเกอร์แห่งหนึ่งว่า กินนอนในบังเกอร์มา 4 วัน 3 คืนแล้วนับจนถึงวันเสาร์ สื่อทางการจีนอ้างการเปิดเผยของนายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ว่า การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาในจังหวัดนี้มีมูลค่าเดือนละ 300 ล้านบาท การค้าเหล่านี้หายไปตั้งแต่มีการปิดด่านเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม หลายคนยังชีพด้วยการค้าข้ามพรมแดน  จึงไม่มีงานและไม่มีรายได้.-814.-สำนักข่าวไทย  

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมหารือการค้ากับ ‘ทรัมป์’

สกอตแลนด์ 26 ก.ค. – นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะพบกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐในวันอาทิตย์ ที่สกอตแลนด์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่และนักการทูตของสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU) ระบุว่าพวกเขาคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงการค้ากรอบหลักระหว่างสหรัฐกับอียูได้ในสุดสัปดาห์นี้ จ้าหน้าที่และนักการทูตของสหภาพยุโรปกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะรวมถึง ภาษีพื้นฐานร้อยละ 15 สำหรับสินค้าจากอียูทั้งหมดที่ส่งไปยังสหรัฐและอาจรวมถึง ภาษีร้อยละ 50 สำหรับเหล็กและอลูมิเนียมจากยุโรป นางฟ็อน แดร์ ไลเอิน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า หลังจากได้พูดคุยทางโทรศัพท์ที่ดีกับประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพบกันที่สกอตแลนด์ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และวิธีการที่จะรักษาความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์นี้เอาไว้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายทรัมป์กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ 50-50 หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ที่สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป โดยเสริมว่าอียูต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก นายทรัมป์มีกำหนดการไปเล่นกอล์ฟที่สนามกอล์ฟของเขาในสกอตแลนด์ จากนั้นจะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษในวันจันทร์.-813.-สำนักข่าวไทย

ญี่ปุ่นชื่นชมข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

โตเกียว 23 ก.ค. – นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่นกล่าวชื่นชมข้อตกลงการค้ากับสหรัฐหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลดภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นลงมาอยู่ที่ร้อยละ 15 ซึ่งรวมถึงยานยนต์ ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของญี่ปุ่นที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกเก็บภาษีร้อยละ 25 นายอิชิบะกล่าวว่าอัตราภาษีนำเข้าที่ญี่ปุ่นถูกสหรัฐเรียกเก็บถือว่าต่ำที่สุดในบรรดาประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ และแสดงความมั่นใจว่าข้อตกลงนี้จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของชาติ กระตุ้นการจ้างงานทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังช่วยให้ทั้งสองประเทศมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก นายเรียวเซ อากาซาวะ หัวหน้าผู้เจรจาของญี่ปุ่น กล่าวที่กรุงวอชิงตันในวันอังคารว่า การเจรจากับสหรัฐไม่ใช่การเจรจาที่ง่าย แต่ก็สามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ ญี่ปุ่นและสหรัฐบรรลุข้อตกลงกันหลังมีการเจรจากันมาถึง 8 รอบ โดยอัตราภาษีใหม่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้.-816.-813.-สำนักข่าวไทย

‘ทรัมป์’ ประกาศข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น

วอชิงตัน 23 ก.ค. – สหรัฐและญี่ปุ่นได้บรรลุข้อตกลงเพื่อลดอัตราภาษีที่สูงลิ่ว ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บจากสินค้าจากญี่ปุ่น โดยข้อตกลงนี้รวมถึงแพ็คเกจการลงทุนและเงินกู้จากญี่ปุ่นมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ ข้อตกลงนี้จะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีความสำคัญของญี่ปุ่นรู้สึกโล่งอกไปได้ โดยภาษีที่มีอยู่จะถูกลดลงจากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 15 และภาษีสำหรับสินค้าญี่ปุ่นอื่น ๆ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม ก็จะถูกลดลงเป็นอัตราที่เท่ากัน รถยนต์คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ของการส่งออกทั้งหมดของญี่ปุ่นไปยังสหรัฐ นายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล (Truth Social) ของเขาในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐว่า เขาเพิ่งลงนามข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กับญี่ปุ่น และว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับสหรัฐและโดยเฉพาะอย่างยิ่งความจริงที่ว่า สหรัฐจะยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับประเทศญี่ปุ่นตลอดไป ทางด้านนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ซึ่งสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานว่าจะเขาลาออกในเร็ว ๆ นี้ หลังพรรครัฐบาลพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งอย่างยับเยินเมื่อวันอาทิตย์ ได้ชื่นชมข้อตกลงนี้ว่าเป็น ตัวเลขอัตราภาษีที่ต่ำที่สุดในบรรดาประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐ เขากล่าวด้วยว่า แพ็คเกจการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐ จะประกอบด้วยเงินกู้และหลักประกันจากสถาบันที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลญี่ปุ่นสูงถึง 550,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้บริษัทญี่ปุ่นสามารถสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นในภาคส่วนสำคัญ เช่น ยารักษาโรคและเซมิคอนดักเตอร์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นจะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐ เช่น ข้าว ซึ่งนายอิชิบะกล่าวว่าส่วนแบ่งการนำเข้าข้าวจากสหรัฐ อาจเพิ่มขึ้นภายใต้กรอบการทำงานที่มีอยู่ แต่ข้อตกลงนี้จะ ไม่ทำให้เกษตรกรรมญี่ปุ่นต้องได้รับผลกระทบ […]

เกาหลีใต้-ไทย หารือเอฟทีเอนอกรอบที่กรุงเทพฯ

โซล 22 ก.ค. – กระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีใต้และไทยมีกำหนดเริ่มต้นการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ หรือ อีพีเอ (EPA) ระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังที่จะขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการค้าทั่วโลก สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ข้อมูลของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ระบุว่า การเจรจานอกรอบดังกล่าวจะมีขึ้นเป็นเวลา 4 วัน จนถึงวันศุกร์ ที่กรุงเทพฯ การประชุมจะมุ่งเน้นความคืบหน้าใน 7 ภาคส่วน รวมถึงด้านสินค้า บริการ การลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัล เกาหลีใต้และประเทศไทยจัดการเจรจาอีพีเออย่างเป็นทางการรอบที่ 6 ที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าการเจรจารอบที่ 7 จะจัดขึ้นหลังเดือนสิงหาคม อีพีเอเป็นความตกลงการค้าเสรีประเภทหนึ่ง ซึ่งมักจะครอบคลุมถึงบทบัญญัติว่าด้วยความช่วยเหลือด้านการพัฒนาและความร่วมมือ นายโนห์ กอน-กี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการเจรจาการค้า กล่าวว่า รัฐบาลเกาหลีจะแสวงหาข้อตกลงทางการค้าที่ยืดหยุ่นและหลากหลายกับประเทศโลกใต้ (Global South) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและมีคุณค่าทางยุทธศาสตร์ด้วยทรัพยากรแร่ที่สำคัญ เช่น ประเทศไทย บังกลาเทศ และปากีสถาน เขากล่าวด้วยว่า รัฐบาลวางแผนที่จะช่วยให้บริษัทเกาหลีใต้ขยายธุรกิจในต่างประเทศ เพิ่มการส่งออก และกระจายจุดหมายปลายทางการค้า ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในสภาพแวดล้อมการค้าโลก […]

จีนต้องการทำการค้ากับสหรัฐอย่างยั่งยืน

ปักกิ่ง 18 ก.ค. – นายหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีพาณิชย์ของจีน กล่าววันนี้ว่า จีนต้องการนำความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐกลับคืนสู่สภาวะของการพัฒนาที่ดีและยั่งยืน พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐประพฤติตนในลักษณะที่เหมาะสมกับสถานะของประเทศมหาอำนาจ นายหวัง กล่าวถึงช่วงขาขึ้นและขาลงในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐว่าเรื่องนี้สอนให้ทั้งสองฝ่ายตระหนักรู้ว่าต่างก็ต้องการกันและกัน เขากล่าวว่าสหรัฐและจีนต่างก็เป็นทั้งหุ้นส่วนทางการลงทุนและคู่ค้าที่สำคัญของอีกฝ่ายหนึ่ง นายหวังกล่าวด้วยว่า เขาได้พบกับนายเจนเซ่น หวง ซีอีโอของเอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐ ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดี จีนมีเวลาจนถึงวันที่ 12 สิงหาคมในการบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการเข้มงวดทางการค้าที่รัฐบาลสหรัฐอาจนำกลับมาใช้กับจีนเหมือนเมื่อช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมที่ต่างก็ขึ้นภาษีตอบโต้กันไปมาอยู่หลายรอบ ปัจจุบันสหรัฐกำหนดภาษีสินค้านำเข้าจากไว้ที่ร้อยละ 53.6 ซึ่งนายหวังบอกว่ายังถือว่าอยู่ในระดับที่สูง.-816.-813.-สำนักข่าวไทย

สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซีย

วอชิงตัน 16 ก.ค. – สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซียเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ โดยจะไม่ต้องจ่ายภาษีส่งออกไปอินโดนีเซียเลย ขณะที่อินโดนีเซียต้องจ่ายภาษีส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ ที่ร้อยละ 19 เพื่อลดยอดขาดดุลการค้ามหาศาลที่สหรัฐมีต่ออินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศข้อตกลงการค้ากับอินโดนีเซียในวันอังคาร เป็นข้อตกลงล่าสุดที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับประเทศคู่ค้า และลดยอดขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาลของสหรัฐ โดยทรัมป์ระบุว่า สหรัฐจะไม่จ่ายภาษีนำเข้า-ส่งออกไปยังอินโดนีเซีย เราจะเข้าถึงอินโดนีเซียอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าครั้งนี้ ขณะที่อินโดนีเซียจะจ่ายภาษีสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐที่ร้อยละ 19 ด้านเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย แจ้งกับรอยเตอร์ผ่านข้อความว่า กำลังเตรียมแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐและอินโดนีเซีย ซึ่งจะอธิบายขนาดของภาษีศุลกากรสำหรับอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงข้อตกลงด้านภาษีศุลกากร ข้อตกลงที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร และข้อตกลงทางการค้า โดยจะแจ้งให้สาธารณชนทราบในเร็วๆ นี้ ตัวเลขการค้าทั้งหมดของอินโดนีเซียกับสหรัฐ มีมูลค่าเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2567 แม้จะไม่ติดอยู่ใน 15 อันดับแรก แต่ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การส่งออกของสหรัฐไปยังอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ในปีที่แล้ว ขณะที่การนำเข้าจากอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้าเกือบ 18,000 ล้านดอลลาร์ สินค้านำเข้าจากอินโดนีเซียอันดับต้นๆ ของสหรัฐ ได้แก่ น้ำมันปาล์ม […]

1 2 3 21
...