fbpx

จีนเผยแผนกระตุ้นความต้องการรถยนต์ในประเทศ

จีนประกาศแผนการเพื่อกระตุ้นความต้องของผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์ โดยระบุว่า จะพิจารณาขยายการยกเว้นภาษีสำหรับรถยนต์ใช้ไฟฟ้าและกำหนดแนวทางในการสร้างสถานีชาร์จไฟเพิ่มเติมและลดค่าธรรมเนียมในการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์

ออสเตรเลียขยายแผนการฉีดวัคซีนโควิดเข็มที่ 4

ออสเตรเลียกล่าววันนี้ว่า ได้ขยายแผนการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 เข็มที่ 4 ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ในขณะที่ต้องรับมือกับจำนวนคนไข้ที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นที่เป็นผลมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน สายพันธุ์ย่อย บีเอ 4 และ บีเอ 5

จีนเปิดเผยรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปักกิ่ง 31 พ.ค.- คณะรัฐมนตรีจีนเปิดเผยรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 33 มาตรการ ครอบคลุมนโยบายการเงิน การคลัง การลงทุน และอุตสาหกรรม เพื่อฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และจะตรวจสอบรัฐบาลท้องถิ่นว่าดำเนินการตามนโยบายอย่างไร มาตรการที่คณะรัฐมนตรีกำหนดในการประชุมตามปกติเมื่อสัปดาห์ก่อนย้ำเรื่องการปรับเปลี่ยนนโยบายมุ่งให้ไปสู่การเติบโต หลังจากมาตรการควบคุมโควิดเข้มงวดทำให้เศรษฐกิจจีนปีนี้มีโอกาสที่จะโตไม่ถึงร้อยละ 5.5 ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทางการจะฟื้นการลงทุนและการบริโภคด้วยการส่งเสริมให้บริษัทแพลตฟอร์มพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะมีบทบาทสำคัญต่อการทำให้การจ้างงานมีเสถียรภาพ และจะส่งเสริมให้บริษัทเหล่านี้มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีบล็อกเชน ขณะเดียวกันจะขยายการลงทุนภาคเอกชน เร่งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นการซื้อยานยนต์และเครื่องใช้ภายในบ้านเพื่อให้การลงทุนมีเสถียรภาพ ด้านนโยบายการเงินและการคลังนั้น รัฐบาลจะส่งเสริมประสิทธิภาพทางการเงินผ่านตลาดทุน ด้วยการส่งเสริมให้บริษัทในประเทศจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และส่งเสริมให้บริษัทแพลตฟอร์มมีคุณภาพจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ จะลดต้นทุนการกู้ยืมและเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการใหญ่ ๆ จะเร่งการออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลท้องถิ่นและให้เงินสดสนับสนุนบริษัทที่จ้างงานเด็กจบใหม่ จะให้ส่วนลดเครดิตภาษีแก่ภาคธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติม และจะอนุญาตให้บริษัทที่ได้รับผลกระทบหนักจากมาตรการจำกัดการระบาดเลื่อนการจ่ายเงินประกันสังคม ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ จะมีเรื่องสร้างความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานด้วย.-สำนักข่าวไทย

โมเดอร์นาขอเอฟดีเออนุมัติใช้เป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 2

โมเดอร์นา อิงค์ ยื่นหนังสือหน่วยงานกำกับดูแลการใช้ยาของสหรัฐ วานนี้ ขออนุญาตให้มีการใช้เป็นกรณีฉุกเฉินของวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 เพื่อป้องกันโควิด-19 ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่บางส่วนของโลกทำให้เกิดความกังวลว่าอาจเกิดการระบาดระลอกใหม่ในสหรัฐ

ศบค.ปรับลดเงินประกันนักท่องเที่ยวเหลือ 2 หมื่นดอลลาร์

ศบค. ปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยวจาก 50,000 ดอลลาร์ เหลือ 20,000 ดอลลาร์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการท่องเที่ยว เริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มี.ค.นี้

เดนมาร์กยกเลิกมาตรการจำกัดโควิดเป็นประเทศแรกในอียู

โคเปนเฮเกน 1 ก.พ.- เดนมาร์กประกาศยกเลิกมาตรการทั้งหมดที่ใช้จำกัดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 นับเป็นประเทศแรกในสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) แม้ยังคงมีผู้ติดเชื้อรายวันจำนวนมาก เดนมาร์กเคยยกเลิกมาตรการที่เป็นข้อจำกัดทั้งหมดครั้งแรกช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนปีก่อน ล่าสุดกลับมายกเลิกอีกครั้งตั้งแต่วันนี้ ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การใช้บัตรผ่านโควิด การจำกัดเวลาเปิดบาร์และร้านอาหาร และการจำกัดจำนวนคนรวมกลุ่มในที่ปิด แต่ยังคงมาตรการจำกัดกับผู้ยังไม่ฉีดวัคซีนที่เดินทางมาจากประเทศนอกเขตเชงเกน เดนมาร์กยกเลิกมาตรการจำกัดทั้งหมด แม้ว่ายอดติดเชื้อรายใหม่สูงถึงวันละ 40,000-50,000 คน คิดเป็นเกือบร้อยละ 1 ของประชากร 5 ล้าน 8 แสนคน มียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 1 ล้าน 6 แสน 6 หมื่นคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,700 คน นักระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยรอสกิลด์ในเดนมาร์กเผยว่า เดนมาร์กมีผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันในอัตราสูงมาก โดยฉีดไปแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เร็วกว่าเป้าหมายที่ทางการกำหนดไว้ถึง 1 เดือน และมากกว่าอัตราเฉลี่ยของอียูที่มีไม่ถึงร้อยละ 45 ประกอบกับสาธารณสุขคาดว่า หากรวมกับผู้ที่เพิ่งติดเชื้อแล้ว เดนมาร์กจะมีผู้มีภูมิคุ้มกันโรคโควิดที่มีอาการรุนแรงรวมกันราวร้อยละ 80 ดังนั้นในเมื่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนไม่ทำให้ผู้ฉีดวัคซีนแล้วมีอาการรุนแรง จึงมองว่าเป็นเรื่องสมเหตุผลที่จะยกเลิกมาตรการจำกัดทั้งหมด นอกจากนี้การที่เชื้อโอไมครอนแพร่ไปในวงกว้างน่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่อยู่ได้นาน ช่วยให้เดนมาร์กสกัดการระบาดระลอกใหม่ได้ […]

ออสเตรเลียจะเปิดเทอมขณะโอไมครอนยังระบาดหนัก

ซิดนีย์ 30 ม.ค.- นักเรียนในออสเตรเลียเตรียมตัวกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งในวันจันทร์นี้ หลังจากปิดภาคการศึกษาฤดูร้อนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน ขณะที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ยังระบาดหนักเพราะสายพันธุ์โอไมครอน โรงเรียนบางแห่งในออสเตรเลียเปิดตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ส่วนใหญ่จะเปิดในวันพรุ่งนี้ และหลายแห่งกำหนดให้นักเรียนต้องตรวจหาเชื้อสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ยอดติดเชื้อในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เดือนธันวาคม จนขณะนี้มียอดสะสมเกิน 2 ล้านคนแล้ว ทั้งที่ตั้งแต่พบการระบาดเมื่อ 2 ปีก่อนจนถึงช่วงก่อนเดือนธันวาคมพบเพียง 40,000 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็นกว่า 3,700 คนแล้ว เฉพาะวันนี้วันเดียวมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 88 คน สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย 8 ล้านคนจากทั้งหมด 25 ล้านเรียกร้องให้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อลดการเสียชีวิต ชาวออสเตรเลียวัยผู้ใหญ่ฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้วมากกว่าร้อยละ 93 แต่ฉีดเข็มกระตุ้นเพียง 8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 30 เท่านั้น.-สำนักข่าวไทย

อินโดนีเซียเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้คนสูงอายุ

จาการ์ตา 12 ม.ค.- อินโดนีเซียเริ่มฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้สูงอายุและผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอตั้งแต่วันนี้ อินโดนีเซียฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีก่อน และเมื่อวันจันทร์สำนักงานอาหารและยาได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนของซิโนแวค ไฟเซอร์ แอสตราเซนเนกา โมเดอร์นา และซิฟิแว็กซ์ของจีนเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ทั้งหมดสามารถนำมาใช้เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้ รัฐบาลตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจำนวน 21 ล้านโดสในเดือนนี้ให้แก่ผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 6 เดือนเป็นอย่างน้อย ปัจจุบันอินโดนีเซียมีคนฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วประมาณ 117 ล้านคน ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดกล่าวเมื่อวานนี้ว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันมีความสำคัญต่อการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ชุมชน เนื่องจากเชื้อไวรัสยังคงกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายบูดี กูนาดี ซาดิกิน รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า รัฐบาลจะพิจารณาจากวัคซีนที่มีอยู่ว่าจะนำยี่ห้อใดมาฉีดเป็นเข็มกระตุ้น ซึ่งอาจแตกต่างจาก 2 เข็มแรกที่ประชาชนได้รับแล้ว ผู้ที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวคไปแล้วจะได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์หรือแอสตราเซเนกาปริมาณครึ่งโดสเป็นเข็มกระตุ้น ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกาไปแล้วจะได้ฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาปริมาณครึ่งโดสเป็นเข็มกระตุ้น ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดการระบาดเมื่อปี 2563 อินโดนีเซียมียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 4 ล้าน 2 แสนคน เสียชีวิตมากกว่า 144,000 คน.-สำนักข่าวไทย

CDC แนะฉีดไฟเซอร์เป็นเข็มกระตุ้นให้กลุ่ม 12-15 ปี

วอชิงตัน 6 ม.ค.- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐหรือซีดีซี (CDC) ขยายเกณฑ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบออนเทคเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ครอบคลุมถึงกลุ่มอายุ 12-15 ปี นางโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการซีดีซีแถลงว่า ซีดีซีแนะนำให้กลุ่มอายุ 12-17 ปี รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังจากฉีดวัคซีนของไฟเซอร์/ไบออนเทคครบโดสไปแล้วอย่างน้อย 5 เดือน เพื่อเพิ่มการป้องกันโรคโควิด-19 และสายพันธุ์โอไมครอน หลังจากคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันของซีดีซีออกเสียง 13 ต่อ 1 เสียง แนะนำให้ซีดีซีสนับสนุนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่กลุ่มอายุ 12-15 ปี หลังจากฉีดเข็ม 2 ไปแล้วอย่างน้อย 5 เดือน และขอให้ซีดีซีสนับสนุนอย่างแข็งขันมากขึ้นให้กลุ่มอายุ 16-17 ปีรับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เนื่องจากซีดีซีอนุญาตกลุ่มอายุ 16-17 ปีแล้ว แต่ไม่ได้แนะนำว่าควรฉีดทุกคน ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันของซีดีซีได้พิจารณาข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลที่ระบุว่า เด็กวัย 12-15 ปีที่ฉีดวัคซีนครบโดสไปแล้ว 5-6 เดือน มีอัตราการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนเท่ากับเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ส่วนเด็กที่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมีอัตราการติดเชื้อลดลงมาก ก่อนหน้านี้สำนักงานอาหารและยาสหรัฐหรือเอฟดีเอ (FDA) ได้อนุมัติเมื่อวันจันทร์ให้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์/ไบออนเทคเป็นเข็มกระตุ้นสำหรับกลุ่มอายุ 12-15 ปี […]

ญี่ปุ่นอนุมัติให้ใช้วัคซีนของโมเดอร์นาเป็นเข็มกระตุ้น

ญี่ปุ่นให้การอนุมัติอย่างเป็นทางการในวันนี้ที่ให้ใช้วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ สำหรับโครงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของญี่ปุ่น ในขณะที่บริษัทโนวาแวกซ์ อิงค์ เพิ่งยื่นขออนุมัติวัคซีนของบริษัทให้ใช้ในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

กระตุ้นวัคซีนเข็ม 3 สำคัญอย่างไร

ความจำเป็นที่ ศบค. มีมติร่นระยะเวลาการรับวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น หรือเข็ม 3 ให้เร็วขึ้น จากเดิม 6 เดือน เป็น 3-6 เดือน มาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับ “โอไมครอน” ที่สามารถแพร่เร็วกว่าเดิม 2-5 เท่า พบผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

1 2 3 4