หวานอมขมกลืน: ถอดสลัก Romance Scam และ “โรงเชือด” ที่ชื่อว่า Hybrid Scam l “Sure” Cyber Unlock ถอดสลักกับดักไซเบอร์

“เงินที่ถูกหลอกด้วยความกลัวอาจมีจำนวนหนึ่ง แต่เงินที่ถูกหลอกด้วยความรักนั้น ‘ไม่มีจำกัด’”


ในบรรดากับดักไซเบอร์ทั้งหมด อาจไม่มีกลลวงใดที่สร้างความเสียหายได้ลึกซึ้งและเจ็บปวดเท่า “Romance Scam” หรือการหลอกลวงด้วยความรัก เพราะมันคือภัยร้ายที่โจมตีจุดอ่อนที่สุดของมนุษย์ นั่นคือหัวใจ

Romance Scam คืออะไร ?


Romance Scam หรือที่ตำรวจไทยเรียกว่า “หลอกให้รักแล้วโอนเงิน” คือการหลอกลวงที่เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงิน การหลอกให้รักนี้ไม่จำกัดวิธีการและช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเจอตัวเป็น ๆ หรือผ่านอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ในยุคอินเทอร์เน็ตนี้ การหลอกลวงมักจะเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสามารถคุยกับคนแปลกหน้าที่อยู่ไกลกัน และยากต่อการยืนยันตัวตน

ทำไม “ความรัก” จึงเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ?

“เมื่อความรักเข้ามาแทนที่เหตุผล เกราะป้องกันตัวที่เราเคยมีก็อาจพังทลายลงอย่างง่ายดาย นำไปสู่การสูญเสียที่ไม่ใช่แค่เงินทอง แต่ยังรวมถึงความเชื่อใจและหัวใจที่แตกสลาย”


มิจฉาชีพมักจะค้นหามุกที่ได้ผล และเรื่องของความรักเป็นหนึ่งในมุกที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน เหตุผลสำคัญคือเมื่อความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อารมณ์ความรู้สึกจะทำให้เราหลงลืมเหตุผล และทักษะการตรวจสอบข้อมูลที่เคยมีอาจถูกหลงลืมไป เงินที่เสียไปจากความกลัว (เช่น จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเรื่องฟอกเงิน) มักจะมีจำนวนจำกัด แต่เงินที่เสียไปเพราะความรักนั้น ไม่มีขีดจำกัด หากคนร้ายสามารถสร้างความรักขึ้นมาได้สำเร็จ “เขื่อนเงิน” ของเหยื่อก็จะแตกทันที

กลลวงหลากหลาย… เป้าหมายคือหัวใจ

มิจฉาชีพจะใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์อย่างยาวนาน โดยใช้โปรไฟล์ปลอมที่ขโมยรูปมาจากบุคคลอื่น และมีวิธีการที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

  • เมื่อเป้าหมายคือผู้หญิง
    คนร้ายมักสร้างโปรไฟล์เป็นชายชาวต่างชาติ หน้าตาดี มีอาชีพการงานที่น่าเชื่อถือ เช่น วิศวกรขุดเจาะน้ำมัน หรือนักบิน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้อ้างว่าไม่สามารถวิดีโอคอลได้สะดวก จากนั้นจะใช้กลโกงคลาสสิกอย่างการอ้างว่า “จะได้รับมรดกก้อนโตหรือของขวัญ” แต่ติดอยู่ที่ศุลกากร ขอให้เหยื่อช่วยโอนเงินค่าธรรมเนียมเล็กน้อยไปให้ก่อน หรืออ้างว่า “ประสบเหตุฉุกเฉิน” ต้องการใช้เงินด่วน และจะคืนให้ทีหลัง
  • เมื่อเป้าหมายคือผู้ชาย
    มักจะใช้โปรไฟล์ผู้หญิงหน้าตาดีเข้ามาตีสนิท และอาจนำไปสู่การหลอกลวงที่เรียกว่า “Sextortion” โดยชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอลและบันทึกภาพลับไว้แบล็กเมล์ ในบางกรณีที่เหยื่อระวังตัวและขอเจอหน้าจริง มิจฉาชีพอาจลงทุน “จ้างพริตตี้” มาพบเพื่อสร้างความเชื่อใจอย่างเต็มที่ ก่อนจะหลอกให้ทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในภายหลัง ซึ่งเป็นวิธีที่โหดร้ายและแนบเนียนยิ่งกว่าการใช้ AI เสียอีก

โลกปลอมที่สมจริง และผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อทางอ้อม

เทคโนโลยีอย่าง AI และข้อมูลส่วนตัว (Digital Footprint) ที่เราโพสต์ไว้บนโซเชียลมีเดีย คือเครื่องมือชั้นดีที่มิจฉาชีพนำไปใช้สร้างตัวตนปลอม เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้เหยื่อที่ถูกหลอกโดยตรง แต่ยังสร้าง “เหยื่อทางอ้อม” คือเจ้าของรูปตัวจริงที่ถูกขโมยรูปไปใช้ ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้าย รวมถึงบุคคลที่สามที่ถูกจ้างให้มาพบเจอเหยื่อ ก็อาจถูกมองว่ามีส่วนรู้เห็นไม่ต่างจาก “บัญชีม้า”

จาก Romance Scam สู่ Hybrid Scam: เมื่อความรักซับซ้อนกว่าที่คิด

กลลวงความรักในปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น จาก “Romance Scam” คือหลอกให้รักแล้วโอนเงิน กลายมาเป็น “Hybrid Scam” หรือที่ตำรวจไทยเรียกว่า “หลอกรักชวนลงทุน” และในต่างประเทศขนานนามอย่างน่ากลัวว่า “โรงเชือด” (Pig Butchering)  ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างความสัมพันธ์กับการหลอกให้ลงทุน จนสร้างความเสียหายได้มหาศาล

พันตำรวจเอกมรกต แสงสระคู ตำรวจไซเบอร์ ได้อธิบายว่า กลโกงรูปแบบใหม่นี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนกำลังให้ความสนใจกับการลงทุนประเภทต่าง ๆ เช่น สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) หรือทองคำ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมลงทุนได้ง่ายขึ้น

เกราะป้องกันใจ: วิธีรับมือ Romance และ Hybrid Scam

แม้จะเจอคนที่ “คลิก” หรือ “ถูกใจ” อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ แต่ความรักต้องมาพร้อมกับความรอบคอบเสมอ

  • อย่าเชื่อแค่รูปโปรไฟล์: ตระหนักไว้เสมอว่ารูปที่เห็นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา
  • สืบให้ลึกแม้เจอตัวจริง: การเจอหน้ากันเพียงครั้งสองครั้งยังไม่เพียงพอ ลองพูดคุยในเรื่องอื่นนอกจากเรื่องส่วนตัว เช่น เรื่องงาน เพื่อจับพิรุธ
  • อย่าเพิ่งรักถ้ายังไม่ได้พิสูจน์: ความสัมพันธ์ที่ดีควรมีการพบปะและใช้เวลาร่วมกันในโลกแห่งความเป็นจริง
  • ระวังความปรารถนาดีที่เกินจริง: โดยเฉพาะการชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เช่น ลงทุน 100 ได้กำไร 50 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในการลงทุนทั่วไป

หากตกเป็นเหยื่อ ควรทำอย่างไร ?

สถิติความเสียหายจากกลโกง “หลอกรักชวนลงทุน” เพียงอย่างเดียวมีมูลค่าสูงถึง 861 ล้านบาท หากคุณหรือคนใกล้ตัวตกเป็นเหยื่อ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการตั้งสติและรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเท่าที่มี เช่น URL หรือ ID ของแอปพลิเคชันที่คนร้ายใช้ติดต่อ จากนั้นสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ ThaiPoliceOnline.com ซึ่งเป็นระบบรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ

แม้ความรักจะเป็นสิ่งสวยงาม แต่ในโลกดิจิทัลที่ใครก็เป็นอะไรก็ได้ ดังนั้น การปกป้องหัวใจและเงินในกระเป๋าของเราคือสิ่งสำคัญที่สุด การเรียนรู้ที่จะรักอย่างมีสติและตรวจสอบอย่างมีเหตุผล คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อใน “โรงเชือด” ออนไลน์แห่งนี้

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุด “Sure” Cyber Unlock ถอดสลักกับดักไซเบอร์ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “นักสืบสายชัวร์ 404: ถอดสลักกับดักไซเบอร์”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการได้ทาง Facebook เพจ “ชัวร์ก่อนแชร์” หรือเพจ “นักสืบสายชัวร์ ชัวร์ก่อนแชร์สโมสร” 

29 สิงหาคม 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
ทีมข่าวไซเบอร์ กฤษณา กาญจนเพ็ญ

ดูข่าวเพิ่มเติม

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter

หมายเหตุ : โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์นี้ แสดงผลโดยอัตโนมัติจากบริษัทผู้ให้บริการโฆษณา ไม่ใช่การสนับสนุนหรือส่งเสริมจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แต่อย่างใด

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมกรรมการบริหาร และ สส.พรรค​ นัดหมายรวมกันที่พรรคประชาชน เพื่อ​เกาะติดฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง​ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางของพรรคต่อไป จากนั้นเวลา 16.30 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นับตั้งแต่คลิปเสียงถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พรรคประชาชนได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้นายกรัฐมนตรี ทำการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ใช้อำนาจของประชาชนในการตัดสินรัฐบาลชุดใหม่ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ในเรื่องของการเมืองและความขัดแย้ง และปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่ตอนนี้ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี กลับเลือกที่จะรักษาอำนาจของตัวเอง ให้คงต่อไป จนกระทั่งวันนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่ง ตนและพรรคประชาชนได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า […]

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]