“เงินที่ถูกหลอกด้วยความกลัวอาจมีจำนวนหนึ่ง แต่เงินที่ถูกหลอกด้วยความรักนั้น ‘ไม่มีจำกัด’”
ในบรรดากับดักไซเบอร์ทั้งหมด อาจไม่มีกลลวงใดที่สร้างความเสียหายได้ลึกซึ้งและเจ็บปวดเท่า “Romance Scam” หรือการหลอกลวงด้วยความรัก เพราะมันคือภัยร้ายที่โจมตีจุดอ่อนที่สุดของมนุษย์ นั่นคือหัวใจ
Romance Scam คืออะไร ?
Romance Scam หรือที่ตำรวจไทยเรียกว่า “หลอกให้รักแล้วโอนเงิน” คือการหลอกลวงที่เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงิน การหลอกให้รักนี้ไม่จำกัดวิธีการและช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเจอตัวเป็น ๆ หรือผ่านอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ในยุคอินเทอร์เน็ตนี้ การหลอกลวงมักจะเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสามารถคุยกับคนแปลกหน้าที่อยู่ไกลกัน และยากต่อการยืนยันตัวตน
ทำไม “ความรัก” จึงเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ ?
“เมื่อความรักเข้ามาแทนที่เหตุผล เกราะป้องกันตัวที่เราเคยมีก็อาจพังทลายลงอย่างง่ายดาย นำไปสู่การสูญเสียที่ไม่ใช่แค่เงินทอง แต่ยังรวมถึงความเชื่อใจและหัวใจที่แตกสลาย”
มิจฉาชีพมักจะค้นหามุกที่ได้ผล และเรื่องของความรักเป็นหนึ่งในมุกที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน เหตุผลสำคัญคือเมื่อความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อารมณ์ความรู้สึกจะทำให้เราหลงลืมเหตุผล และทักษะการตรวจสอบข้อมูลที่เคยมีอาจถูกหลงลืมไป เงินที่เสียไปจากความกลัว (เช่น จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเรื่องฟอกเงิน) มักจะมีจำนวนจำกัด แต่เงินที่เสียไปเพราะความรักนั้น ไม่มีขีดจำกัด หากคนร้ายสามารถสร้างความรักขึ้นมาได้สำเร็จ “เขื่อนเงิน” ของเหยื่อก็จะแตกทันที
กลลวงหลากหลาย… เป้าหมายคือหัวใจ
มิจฉาชีพจะใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์อย่างยาวนาน โดยใช้โปรไฟล์ปลอมที่ขโมยรูปมาจากบุคคลอื่น และมีวิธีการที่แตกต่างกันไปตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
- เมื่อเป้าหมายคือผู้หญิง
คนร้ายมักสร้างโปรไฟล์เป็นชายชาวต่างชาติ หน้าตาดี มีอาชีพการงานที่น่าเชื่อถือ เช่น วิศวกรขุดเจาะน้ำมัน หรือนักบิน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้อ้างว่าไม่สามารถวิดีโอคอลได้สะดวก จากนั้นจะใช้กลโกงคลาสสิกอย่างการอ้างว่า “จะได้รับมรดกก้อนโตหรือของขวัญ” แต่ติดอยู่ที่ศุลกากร ขอให้เหยื่อช่วยโอนเงินค่าธรรมเนียมเล็กน้อยไปให้ก่อน หรืออ้างว่า “ประสบเหตุฉุกเฉิน” ต้องการใช้เงินด่วน และจะคืนให้ทีหลัง - เมื่อเป้าหมายคือผู้ชาย
มักจะใช้โปรไฟล์ผู้หญิงหน้าตาดีเข้ามาตีสนิท และอาจนำไปสู่การหลอกลวงที่เรียกว่า “Sextortion” โดยชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอลและบันทึกภาพลับไว้แบล็กเมล์ ในบางกรณีที่เหยื่อระวังตัวและขอเจอหน้าจริง มิจฉาชีพอาจลงทุน “จ้างพริตตี้” มาพบเพื่อสร้างความเชื่อใจอย่างเต็มที่ ก่อนจะหลอกให้ทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในภายหลัง ซึ่งเป็นวิธีที่โหดร้ายและแนบเนียนยิ่งกว่าการใช้ AI เสียอีก
โลกปลอมที่สมจริง และผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อทางอ้อม
เทคโนโลยีอย่าง AI และข้อมูลส่วนตัว (Digital Footprint) ที่เราโพสต์ไว้บนโซเชียลมีเดีย คือเครื่องมือชั้นดีที่มิจฉาชีพนำไปใช้สร้างตัวตนปลอม เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้เหยื่อที่ถูกหลอกโดยตรง แต่ยังสร้าง “เหยื่อทางอ้อม” คือเจ้าของรูปตัวจริงที่ถูกขโมยรูปไปใช้ ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้าย รวมถึงบุคคลที่สามที่ถูกจ้างให้มาพบเจอเหยื่อ ก็อาจถูกมองว่ามีส่วนรู้เห็นไม่ต่างจาก “บัญชีม้า”
จาก Romance Scam สู่ Hybrid Scam: เมื่อความรักซับซ้อนกว่าที่คิด
กลลวงความรักในปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น จาก “Romance Scam” คือหลอกให้รักแล้วโอนเงิน กลายมาเป็น “Hybrid Scam” หรือที่ตำรวจไทยเรียกว่า “หลอกรักชวนลงทุน” และในต่างประเทศขนานนามอย่างน่ากลัวว่า “โรงเชือด” (Pig Butchering) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างความสัมพันธ์กับการหลอกให้ลงทุน จนสร้างความเสียหายได้มหาศาล
พันตำรวจเอกมรกต แสงสระคู ตำรวจไซเบอร์ ได้อธิบายว่า กลโกงรูปแบบใหม่นี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนกำลังให้ความสนใจกับการลงทุนประเภทต่าง ๆ เช่น สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) หรือทองคำ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและยอมลงทุนได้ง่ายขึ้น
เกราะป้องกันใจ: วิธีรับมือ Romance และ Hybrid Scam
แม้จะเจอคนที่ “คลิก” หรือ “ถูกใจ” อย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ แต่ความรักต้องมาพร้อมกับความรอบคอบเสมอ
- อย่าเชื่อแค่รูปโปรไฟล์: ตระหนักไว้เสมอว่ารูปที่เห็นอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขา
- สืบให้ลึกแม้เจอตัวจริง: การเจอหน้ากันเพียงครั้งสองครั้งยังไม่เพียงพอ ลองพูดคุยในเรื่องอื่นนอกจากเรื่องส่วนตัว เช่น เรื่องงาน เพื่อจับพิรุธ
- อย่าเพิ่งรักถ้ายังไม่ได้พิสูจน์: ความสัมพันธ์ที่ดีควรมีการพบปะและใช้เวลาร่วมกันในโลกแห่งความเป็นจริง
- ระวังความปรารถนาดีที่เกินจริง: โดยเฉพาะการชวนลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เช่น ลงทุน 100 ได้กำไร 50 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในการลงทุนทั่วไป
หากตกเป็นเหยื่อ ควรทำอย่างไร ?
สถิติความเสียหายจากกลโกง “หลอกรักชวนลงทุน” เพียงอย่างเดียวมีมูลค่าสูงถึง 861 ล้านบาท หากคุณหรือคนใกล้ตัวตกเป็นเหยื่อ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการตั้งสติและรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเท่าที่มี เช่น URL หรือ ID ของแอปพลิเคชันที่คนร้ายใช้ติดต่อ จากนั้นสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ ThaiPoliceOnline.com ซึ่งเป็นระบบรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะ
แม้ความรักจะเป็นสิ่งสวยงาม แต่ในโลกดิจิทัลที่ใครก็เป็นอะไรก็ได้ ดังนั้น การปกป้องหัวใจและเงินในกระเป๋าของเราคือสิ่งสำคัญที่สุด การเรียนรู้ที่จะรักอย่างมีสติและตรวจสอบอย่างมีเหตุผล คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อใน “โรงเชือด” ออนไลน์แห่งนี้
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุด “Sure” Cyber Unlock ถอดสลักกับดักไซเบอร์ อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “นักสืบสายชัวร์ 404: ถอดสลักกับดักไซเบอร์”
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการได้ทาง Facebook เพจ “ชัวร์ก่อนแชร์” หรือเพจ “นักสืบสายชัวร์ ชัวร์ก่อนแชร์สโมสร”
29 สิงหาคม 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
ทีมข่าวไซเบอร์ กฤษณา กาญจนเพ็ญ
หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare
สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter