fbpx

ชัวร์ก่อนแชร์: นอนคว่ำ-นอนตะแคง เพิ่มออกซิเจนในปอด ให้ผู้ป่วยโควิด-19 จริงหรือ?

14 กรกฎาคม 2564 ตรวจสอบข้อเท็จจริง/เรียบเรียง โดย : ภริตพร สุธีพิเชฐภัณฑ์/พีรพล อนุตรโสตถิ์


บนสังคมออนไลน์ มีการแชร์คำแนะนำให้ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เตียงในการรักษา ให้นอนคว่ำ นอนตะแคง นอนหงาย สลับกันไปทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดเกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น และช่วยในการขับเสมหะ ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วพบว่า แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม ในกรณีที่พบการอักเสบของปอดทั้ง 2 ข้าง การนอนคว่ำจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในปอดให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น

บทสรุป แชร์ได้ อธิบายเพิ่ม เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง         


  • ในกรณีที่พบการอักเสบของปอดทั้ง 2 ข้าง การนอนคว่ำจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในปอดให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น
  • สำหรับคนที่ร่างกายปกติ สุขภาพแข็งแรง การนอนคว่ำ ไม่ได้ช่วยเพิ่มประโยชน์แต่อย่างใด

ข้อมูลที่ถูกแชร์

 “สำหรับคนที่ยังไม่ได้เตียง เริ่มเหนื่อยๆ ไม่รู้ระดับอ็อกซิเจนปลายนิ้ว ให้นอนคว่ำ ตะแคง หงาย หัวสูงวนไปนะคะ สลับทุก 2 ชม. หาหมอนมารองตามข้อต่อ เอาให้นอนแล้วสบายตัว ปกติถ้าอ็อกต่ำกว่า 94 จะเริ่มหายใจเร็ว หรือถ้าเดินในบ้านจะเริ่มเหนื่อยๆ ละ….บางคนงง อธิบายง่ายๆว่า ส่วนของปอดที่โดนกดทับจะขยายตัวไม่ดี แลกเปลี่ยนแก๊สไม่ดี ปอดแฟ่บได้ เสมหะค้างอีก ยิ่งเวลาเราป่วย เราจะนอนนาน นอนทั้งวัน การนอนแบบนี้จะทำให้ส่วนที่โดนกดทับได้ออกมาขยับขยายบ้าง สลับๆกัน”
              
นอกจากนี้ยังมีการแชร์ข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมภาพประกอบท่านอนในอิริยาบถต่างๆ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในปอด โดยข้อมูลดังกล่าวได้ถูกส่งเข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงกับศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์

Fact Check : ตรวจสอบข้อมูล  


     ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ตรวจสอบข้อมูลกับ พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้คำตอบดังนี้ 

Q: มีการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโควิดที่ยังไม่ได้เตียง โดยให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ นอนตะแคง นอนหงาย ยกหัวให้สูง สลับกันไปทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงหาหมอนมารองตามข้อต่อเพื่อไม่ให้ปอดถูกกดทับ เป็นคำแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร 
A: ข้อมูลที่ถูกแชร์ ไม่ใช่การกล่าวอ้างที่ถูกต้องทั้งหมด คำแนะนำที่ถูกต้องคือ การนอนคว่ำจะมีประโยชน์กับคนไข้ที่พบการอักเสบของปอดทั้งสองข้าง ในกรณีที่ไม่ใส่ท่อหรือให้ยาสำหรับการช่วยหายใจ ในกรณีนี้มีคำแนะนำให้นอนคว่ำได้ 2 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงก็อาจจะมีทั้งผู้ที่นอนได้และนอนไม่ได้ หากพบอาการปอดอักเสบทั้งสองข้างและมีระดับออกซิเจนตก การนอนคว่ำจะช่วยให้เนื้อปอดมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหัวใจจะถูกสลับตำแหน่งให้อยู่บริเวณด้านล่างของร่างกายแทน เนื้อปอดก็จะมีพื้นที่มากขึ้น มากกว่าการที่เรานอนหงาย และทำให้ออกซิเจนไม่ตก อย่างไรก็ตามไม่ได้แนะนำว่าให้นอนคว่ำแล้วอาการของโรค จะหายไปในทันที แต่วิธีการดังกล่าวเป็นการช่วยประทังให้คนไข้ลดอาการเหนื่อยและภาวะที่มีออกซิเจนต่ำได้ เพราะฉะนั้นการนอนคว่ำจะแนะนำในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะปอดอักเสบแล้ว แต่ไม่แนะนำในผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับเชื้อโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีอาการปอดอักเสบหรือออกซิเจนตก

Q : หากภาวะปอดอักเสบข้างเดียว การนอนคว่ำสามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนได้หรือไม่
A :
หากเป็นผู้ติดเชื้อด้วยโรคโควิด-19 จะเกิดการอักเสบของปอดทั้งสองข้างเท่าๆ กัน เพราะฉะนั้นการนอนคว่ำจะเป็นกระบวนการที่ดีที่สุด แต่หากบางคนเกิดอาการปอดอักเสบข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งพบได้น้อย แพทย์จะแนะนำให้นอนตะแคงในข้างที่ไม่ได้เกิดการอักเสบของปอด การนอนคว่ำจะเกิดประโยชน์ในกรณีที่ออกซิเจนต่ำ โดยคนปกติจะมีออกซิเจนจะอยู่ที่ 98-100 ถ้าออกซิเจนต่ำกว่านั้น การนอนคว่ำจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้นและช่วยลดภาวะอาการเหนื่อยหอบได้

Q : การนอนหงาย ช่วยให้ปอดขยายดีขึ้นหรือไม่ 
A:
หากสุขภาพร่างกายดีอยู่แล้ว การนอนคว่ำไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรให้ดีขึ้น เพราะร่างกายเราดี และมีออกซิเจนที่ปกติดีอยู่แล้ว

Q : มีการแชร์ข้อมูลว่า ถ้าออกซิเจนในร่างกายต่ำกว่า 94 เราจะเริ่มหายใจเร็วและมีอาการเหนื่อย จริงหรือไม่ และในผู้ป่วยโควิด-19 ระดับออกซิเจนควรจะอยู่ประมาณเท่าใด
A: ความเหนื่อยขึ้นอยู่กับการรับรู้ของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งความรู้สึกจากการเหนื่อยของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ถ้าถามว่าระดับออกซิเจนที่ 94 จะทำให้ทุกคนเหนื่อยได้หรือไม่ สามารถตอบได้ว่าอาจจะทำให้บางคนมีอาการเหนื่อยมาก บางคนมีอาการเหนื่อยน้อย เพราะการรับรู้ความเหนื่อยของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ถ้าถามว่าต้องมีระดับออกซิเจนเท่าไหร่ถึงจะทำให้รู้สึกเหนื่อยนั้น พบว่าจะเกิดขึ้นในกรณีที่มีออกซิเจนต่ำกว่า 90 สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับค่าออกซิเจนจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนตอบสนองได้ดี ได้ยาดี ออกซิเจนไม่ตกเลยก็มี ซึ่งต้องดูเป็นกรณีๆ ไป 

Q : ท่านอนที่ถูกต้อง และดีสำหรับปอด ควรนอนท่าใด
A : ยังไม่พบว่าการนอนท่าใดแล้วจะทำให้ปอดแข็งแรง และการนอนท่าไหน ไม่ได้มีผลทำให้ปอดแข็งแรง แต่จะมีการพูดเพียงว่าการนอนคว่ำทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น เนื่องจากเนื้อปอดมีการขยายตัวขึ้น และหัวใจตกไปอยู่ด้านล่างของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ถุงลมขยายตัวได้เต็มที่ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องออกซิเจนต่ำและเกิดอาการปอดอักเสบทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตามหากเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย และออกซิเจนไม่ต่ำ ยังสามารถนอนท่าที่ถนัดได้ตามปกติ

Q : คำแนะนำในการปฏิบัติตัวช่วงป่วยโควิด-19
A : ผู้ป่วยโควิด-19 ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่เหมาะสม ทั้งนี้หากยังไม่พบอาการเหนื่อย และยังเป็นเหมือนคนปกติ ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ ก็สามารถทำได้ตามขีดจำกัดที่เรามี เพราะจะเป็นตัวช่วยที่ทำภูมิของเราดีขึ้น

Q: สรุปแล้วข้อความที่มีการแชร์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และสามารถแชร์ต่อได้หรือไม่
A : ถามว่าแชร์ได้หรือไม่ ก็สามารถบอกได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี แต่ดีที่สุดคือต้องเข้าใจว่า ทำไมเราถึงต้องทำแบบนี้ และเรามีคุณสมบัติที่จะต้องทำตามหรือไม่ จำเป็นต้องนอนคว่ำหรือเปล่า หากคุณเป็นคนปกติและระดับออกซิเจนก็อยู่ในระดับปกติก็ไม่ได้มีประโยชน์ในการนอนคว่ำหรือทำตามที่โซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลกัน ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นข้อมูลเชิงลบว่าไม่ถูกต้อง แต่การที่เราเปลี่ยนอิริยาบถและขยับร่างกายก็จะช่วยในเรื่องการขับเสมหะได้ ฉะนั้นเรื่องนี้สามารถแชร์ต่อได้ แต่ต้องอธิบายเพิ่มว่าใครที่ทำแล้วได้ประโยชน์ ทำเพื่ออะไร เข้าใจวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติตามคำแนะนำ ส่วนการขยับร่างกายบ่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์สำหรับทุกคนอยู่แล้ว 

ข้อมูลอ้างอิง
การสัมภาษณ์พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย