ชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST : 5 เรื่องฮิต สารพัดคำเตือนอันตรายจากการขยี้ตา จริงหรือ ?

บทความนี้เรียบเรียงโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) โดยมีเนื้อหาหลักจากคลิปวิดีโอ


16 กรกฎาคม 2568

แค่ขยี้ตา…อาจนำพาสู่สารพัดโรคตาที่คุณคาดไม่ถึง


“การขยี้ตา” เป็นพฤติกรรมที่เราทำกันจนเป็นนิสัย เวลาที่รู้สึกคันตา ง่วงนอน หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา แต่คุณเคยรู้หรือไม่ว่าการกระทำที่ดูเหมือนไม่มีอะไรนี้ แท้จริงแล้วแฝงไปด้วยอันตรายที่อาจส่งผลเสียต่อดวงตาคู่สวยของเราได้อย่างคาดไม่ถึง บทความนี้จะพาไปไขข้อเท็จจริงจากความเชื่อยอดนิยมเกี่ยวกับการขยี้ตาและการดูแลดวงตา เพื่อให้คุณตระหนักถึงภัยร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

1. น้ำเกลือ สามารถล้างตาได้ จริงหรือ ?

ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : จริง แชร์ต่อได้

น้ำเกลือที่สามารถใช้กับดวงตาได้อย่างปลอดภัยนั้น ไม่ใช่เกลือชนิดใดก็ได้ แต่ต้องเป็นน้ำเกลือทางการแพทย์ (Normal Saline Solution) ที่มีคุณสมบัติเฉพาะเจาะจง ดังนี้


  1. ความเข้มข้นที่เหมาะสม : ต้องมีความเข้มข้นของเกลือโซเดียมคลอไรด์อยู่ที่ 0.9% ซึ่งเป็นระดับความเข้มข้นที่ใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกายและน้ำตาของเรา ทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองต่อเซลล์ที่บอบบางของดวงตา
  2. ผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterile) : ต้องเป็นน้ำเกลือที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคมาแล้วอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตา ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงได้

ดังนั้น การนำเกลือแกงมาผสมกับน้ำต้มสุกเพื่อใช้ล้างตาเองที่บ้านจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเราไม่สามารถควบคุมความเข้มข้นและความสะอาดได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่เยื่อบุตา หรือร้ายแรงจนถึงขั้นตาบอดได้

ควรใช้น้ำเกลือล้างตาเมื่อไหร่ ?

แม้ว่าน้ำเกลือทางการแพทย์จะปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรใช้ล้างตาเป็นประจำทุกวัน โดยปกติแล้ว ร่างกายของเรามีกลไกการทำความสะอาดดวงตาที่ดีที่สุดอยู่แล้ว นั่นคือ “น้ำตา” ที่จะคอยชะล้างสิ่งแปลกปลอมเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกไปเองตามธรรมชาติ

2. น้ำยาล้างตา ใช้ทุกวันอันตราย จริงหรือ ?

ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ

แม้ว่าน้ำยาล้างตาบางชนิดจะไม่ได้เป็นอันตรายหากใช้ทุกวัน แต่โดยปกติแล้วจักษุแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้บ่อย ๆ เพราะร่างกายของเรามีกลไกการทำความสะอาดที่ดีที่สุดอยู่แล้ว นั่นคือ “น้ำตา” ซึ่งจะถูกผลิตออกมาเพื่อชะล้างฝุ่นผงและสิ่งแปลกปลอมออกจากดวงตาตลอดทั้งวันโดยอัตโนมัติ

จักษุแพทย์แนะนำว่าควรใช้น้ำยาล้างตาในกรณีที่มีความจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น เช่น เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาอย่างชัดเจน และการล้างด้วยน้ำสะอาดหรือการกะพริบตาไม่สามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ การใช้น้ำยาล้างตาในถ้วยครอบตาแล้วกรอกตาไปมา อาจช่วยให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกได้ง่ายขึ้น

3. ขยี้ตาบ่อย เสี่ยงตาบอด จริงหรือ ?

ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : จริง แชร์ต่อได้

การขยี้ตาอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน สามารถทำลายความแข็งแรงของกระจกตาดำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการมองเห็น จนอาจนำไปสู่ภาวะ “กระจกตาย้วย” ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจากจักษุแพทย์อย่างทันท่วงที ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือตาบอดได้ในที่สุด

ทำไมการขยี้ตาจึงอันตราย ?

ดวงตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กระจกตา” ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา มีความบอบบางอย่างมาก การออกแรงขยี้ตาอย่างรุนแรงและทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างของกระจกตา ทำให้ความแข็งแรงของเนื้อเยื่อกระจกตาลดลง และนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า กระจกตาย้วย (Keratoconus) ได้ในที่สุด

ทำความรู้จัก กระจกตาย้วย ภาวะร้ายจากปลายนิ้ว

กระจกตาย้วย คือภาวะที่กระจกตาซึ่งปกติควรมีลักษณะโค้งมนเหมือนโดม เกิดการสูญเสียความแข็งแรง ทำให้รูปร่างผิดเพี้ยนไป โดยจะบางลงและโป่งนูนออกมาคล้ายรูปกรวย การเปลี่ยนแปลงรูปร่างนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการหักเหของแสง ทำให้การมองเห็นผิดเพี้ยนไปอย่างมาก

ใครคือกลุ่มเสี่ยง ?

  • คนที่ชอบขยี้ตา : เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด
  • ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ : โดยเฉพาะภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาหรือเปลือกตาอักเสบ ซึ่งมักมีอาการคันตาเรื้อรัง ทำให้ต้องขยี้ตาเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรม : เช่น ผู้ป่วยกลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome) หรือผู้ที่มียีนผิดปกติที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกระจกตา

4. ขยี้ตาบ่อย ทำให้หน้าแก่ก่อนวัย จริงหรือ ?

ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : จริง แชร์ต่อได้

ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกาย การขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหนังสูญเสียความกระชับ เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยตามมา ไม่เพียงเท่านั้น การขยี้ยังกระตุ้นให้หลอดเลือดฝอยรอบดวงตารั่วซึม ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาที่ยากจะแก้ไขให้หายขาดได้

5. “ขยี้ตาบ่อย” เสี่ยงโรคเพียบ จริงหรือ ?

ตรวจสอบกับ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ : จริง แชร์ได้

มือของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี การขยี้ตาจึงเป็นการเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาโดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรง เช่น กระจกตาถลอก หรือการติดเชื้อเป็นหนองที่กระจกตาดำ

5 ภัยร้ายที่มาพร้อมกับการขยี้ตา

  1. เสี่ยงติดเชื้อรุนแรง : การขยี้ตาอาจทำให้เกิดรอยถลอกเล็ก ๆ บนกระจกตา ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดทางให้เชื้อโรคจากมือเข้าสู่ดวงตาได้โดยง่าย และอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อเป็นหนองที่กระจกตาดำ ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง
  2. กระจกตาโก่งหรือย้วย (Keratoconus) : นี่คือหนึ่งในผลกระทบระยะยาวที่น่ากังวลที่สุด การขยี้ตาบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ที่ตา จะเป็นการสร้างแรงกดที่ทำให้โครงสร้างของกระจกตาอ่อนแอลงและค่อย ๆ โป่งนูนออกมาผิดรูป ส่งผลให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสายตาเอียงที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติ
  3. เลนส์ตาเคลื่อนและจอประสาทตาฉีกขาด : ในผู้ที่มีเอ็นยึดเลนส์ตาไม่แข็งแรง หรือผู้ที่ขยี้ตาอย่างรุนแรงมาก ๆ แรงกดจากการขยี้อาจมากพอที่จะทำให้เลนส์ตาเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติได้ และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นคืออาจกระตุ้นให้เกิดการฉีกขาดหรือหลุดลอกของจอประสาทตา ซึ่งสามารถนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
  4. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและหนังตาตก : การขยี้ตาบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จะยิ่งไปเร่งให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงเปลือกตาเกิดการยืดและอ่อนแรงลง ทำให้ภาวะหนังตาตกที่เป็นอยู่แล้วรุนแรงขึ้น จนอาจบดบังการมองเห็นได้
  5. ทำให้อาการแย่ลง : หากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษฝุ่นหรือเศษเหล็กเข้าตา การขยี้ตาคือสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้สิ่งแปลกปลอมนั้นฝังลึกลงไปในเนื้อกระจกตา ทำให้เกิดแผล และยากต่อการรักษา

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว การขยี้ตาเป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะผลเสียที่ตามมานั้นร้ายแรงกว่าที่คิด ตั้งแต่ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาไปจนถึงความเสี่ยงที่จะตาบอด การดูแลดวงตาที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้กลไกธรรมชาติของร่างกายทำงาน และเมื่อเกิดความผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ทันที เพื่อรักษาดวงตาอันมีค่าให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ค่ะ

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
ตรวจสอบบทความโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ติดตามชัวร์ก่อนแชร์ CHECK-LIST :  5 เรื่องฮิต สารพัดคำเตือนอันตรายจากการขยี้ตา จริงหรือ ?

ดูข่าวเพิ่มเติม

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter

หมายเหตุ : โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์นี้ แสดงผลโดยอัตโนมัติจากบริษัทผู้ให้บริการโฆษณา ไม่ใช่การสนับสนุนหรือส่งเสริมจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แต่อย่างใด

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

เพื่อไทยเดินสายลุยจัดตั้งรัฐบาล จับตาถก “ปชน.” บ่ายสอง

31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

ม็อบทยอยร่วมชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 31 ส.ค.- ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เอานายกฯเพื่อไทย บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการจัดตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงเตรียมปราศรัย ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ “คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” กันอย่างต่อเนื่อง หลังแกนนำ ซึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอีกต่อไป ส่วนใครจะมาบริหารประเทศต่อนั้น ต้องเป็นบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ประกาศ 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว -สำนักข่าวไทย

เร่งเปิดการจราจร เหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2

31 ส.ค.- กรมทางหลวงเร่งเปิดการจราจร พร้อมสั่งหยุดงานก่อสร้าง 3 วัน หลังเกิดเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ย้ำดูแลทั้งหมดเต็มที่ กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 27 (ขาเข้ากรุงเทพฯ) จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานยกท่อนเหล็กของบริษัทผู้รับจ้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ตอน 4 สาเหตุเบื้องต้นมาจากการที่รถเครนเสียการทรงตัวระหว่างทำงาน ทำให้บูมและท่อนเหล็กหล่นลงมาในช่องทางคู่ขนาน และกระทบกับรถกระบะที่ขับผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างปลอดภัยแล้ว ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ทันทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากพื้นที่ และสามารถคืนผิวจราจรในช่องทางหลักฝั่งขาเข้าได้ภายในเวลา 09.30 น. ทำให้การจราจรกลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กรมทางหลวงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินงานก่อสร้างเป็นเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งหมดอย่างละเอียด […]

อุตุฯ เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง

กทม. 31 ส.ค.- กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กับมีลมแรง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 […]