ชัวร์ก่อนแชร์ : HIFU รักษามะเร็งระยะสุดท้าย จริงหรือ?

จากกรณีมีการแชร์และส่งต่อข้อความต่อๆ กันกรณีเครื่องมือ HIFU ใช้อัลตราซาวนด์ให้ความร้อนเฉพาะจุดสามารถรักษามะเร็งได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้นั้น


บทสรุป : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ ❌

ข้อความที่แชร์ต่อๆ กันมานั้นเป็นข้อความเก่าที่วนมาแชร์ใหม่ ตรวจสอบข้อมูล พบว่า แพทย์ไม่แนะนำถึงการใช้วิธีการรักษา ของ HIFU ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย


ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบข้อมูลกับ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ (โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ)  กล่าวว่า เครื่อง HIFU ไม่สามารถรักษามะเร็งระยะสุดท้ายได้ เป็นเพียงงานวิจัยเท่านั้น หลักการของ HIFU คือ การใช้ความร้อนไปทำลายก้อนมะเร็งในร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ข้อมูลและประสิทธิภาพการรักษายังไม่ชัดเจน

ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า ข้อความเรื่องศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ นำเครื่อง HIFU เข้ามาใช้ในการรักษามะเร็ง จริง ๆ แล้วเป็นโครงการวิจัย ที่นำเครื่อง HIFU มาทดสอบ ซึ่งในปัจจุบันโครงการได้ยกเลิกไปแล้ว

ช่วงปี พ.ศ. 2556-2558 ทางศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ ที่ มศว วิทยาเขตองครักษ์ ได้เคยนำเอาเครื่อง HIFU ซึ่งรักษามะเร็งด้วยคลื่นความถี่สูง มาทดลองวิจัย เพื่อหาทางรักษาโรคมะเร็งตับ มะเร็งทางเดินน้ำดี มะเร็งตับอ่อน ไปจนถึงมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งอื่น ๆ


โดยข้อดีของการใช้เครื่อง HIFU คือ เป็นการทำลายก้อนมะเร็งในร่างกายโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัว ผลข้างเคียงต่ำ ทำซ้ำได้หลายครั้ง แต่มันก็มีข้อจำกัดคือ มันไม่ได้มีไว้รักษามะเร็งทุกแบบทุกชนิด และไม่ได้รักษามะเร็งระยะสุดท้ายด้วย… อย่างที่มีการแชร์โพสต์กันผิด ๆ

ราคาในการรักษาด้วยเครื่อง HIFU นี้ก็สูงถึงประมาณ 58,000บ./ครั้ง (ไม่รวมค่าห้อง) และต้องผ่านการคัดกรองจากแพทย์เป็นรายๆ ไปถึงจะทำให้ได้ ที่สำคัญคือโครงการวิจัยนี้ได้เลิกไปแล้ว หลายคนที่โทรศัพท์ไปติดต่อ ก็ได้คำตอบว่าไม่มีการให้บริการนี้แล้ว

ดังนั้น จึงไม่ควรแชร์ข้อความดังกล่าวนี้ อาจทำให้คนไข้และญาติพี่น้องเข้าใจผิด และผิดหวังได้

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย : พีรพล อนุตรโสตถิ์
เรียบเรียงโดย : ชยานิษฐ์ ผ่องใส

ดูข่าวเพิ่มเติม

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter

หมายเหตุ : โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์นี้ แสดงผลโดยอัตโนมัติจากบริษัทผู้ให้บริการโฆษณา ไม่ใช่การสนับสนุนหรือส่งเสริมจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แต่อย่างใด

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.