fbpx

การท่าเรือยื่นอุทธรณ์กรณีถูกปรับแพ้ เหตุหม้อแปลงระเบิด

กรุงเทพฯ 7 ต.ค.- “มาดามแป้ง” ยื่นอุทธรณ์ต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ที่สั่งปรับการท่าเรือแพ้ในฐานะเจ้าบ้าน ในการแข่งขันวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา


นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ยื่นอุทธรณ์โทษ หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีมติลงโทษปรับการท่าเรือ เอฟซี แพ้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
หลังจาก พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แถลงกรณีเหตุการณ์หม้อแปลงระเบิด ที่สนามแพท สเตเดียม ก่อนเกมฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 ระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ทำให้ไม่สามารถจ่ายไฟเข้าสนามได้ จนต้องยุติการแข่งขัน โดยระบุว่า จากการสอบสวนเหตุหม้อแปลงระเบิด ไม่ใช่ระเบิดจากภายนอก หรือเหตุก่อวินาศกรรม แต่เป็นเหตุไฟฟ้าลัดวงจร จากตู้จ่ายกระแสไฟแรงต่ำของสนาม ซึ่งเป็นความบกพร่องของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย คณะกรรรมการฯ มีมติยึดตามระเบียบ ข้อ 5.1.7 และ 5.1.9 ปรับให้สโมสรการท่าเรือ เอฟซี แพ้ 0-2 พร้อมปรับเงิน 50,000 บาท และชดใช้ค่าใช้จ่ายตามจริง อย่างไรก็ตาม เปิดให้ทีมการท่าเรืออุทธรณ์โทษได้

ล่าสุด “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท ที่สั่งปรับการท่าเรือแพ้ในฐานะเจ้าบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขันเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีการระเบิดถึง 3-4 ครั้ง และเกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยในขณะนั้นยังไม่สามารถจะตรวจสอบได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ และเจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด EOD ได้ขอไม่ให้ใช้เครื่อง generator และเครื่องดับเพลิง เนื่องจากยังมีความเสี่ยง โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของแฟนบอลจำนวนกว่า 1,500 คน รวมถึงนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ของทั้งสองสโมสรเป็นสำคัญ


นอกจากนี้ แมทช์คอมหรือผู้ควบคุมการแข่งขันได้เรียกผู้แทนทั้งสองทีม ผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในห้อง ซึ่งตำรวจทั้ง สน.ท่าเรือ และหน่วย EOD ก็ได้แนะนำว่า ไม่ควรให้มีการแข่งขัน เนื่องจากอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชมหรือแฟนบอลได้ จึงได้มีการเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายว่าควรเลื่อนการแข่งขันออกไป ทางตำรวจเองก็มีหนังสือออกมาแล้วว่าได้สั่งไม่ให้แข่งขันกัน ดังนั้น หากจะตัดสินว่าสโมสรการท่าเรือมีความบกพร่องและจะต้องถูกปรับแพ้ เนื่องจากความไม่พร้อมของเครื่องปั่นไฟหรือเครื่อง generator จึงไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากในขณะนั้น สโมสรยึดเอาความเห็นของตำรวจ ซึ่งคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ดังนั้น คำตัดสินจึงน่าผิดหวัง

นอกจากนี้ สโมสร “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี เตรียมทำเรื่องไปยัง สมาคมฯ เพื่อขอเปลี่ยนสนามเหย้าเป็นสนามกลางจนจบเลกแรก ในฤดูกาล 2020-21 โดยคาดว่าเตรียมไปใช้สนามจุ๊บ หรือสนามกีฬาจุฬาลงกรณ์ ซึ่งอยู่ห่างจาก แพท สเตเดียม เพียง 5.8 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีมาตรฐานไฟฟ้า เป็นสนามที่ปลอดภัยสามารถควบคุมได้ง่าย ไม่ต้องปรับปรุงอะไรเยอะมาก และแฟนบอลท่าเรือก็เดินทางสะดวกด้วย โดยมีทีม จามจุรี ยูไนเต็ด ใช้งานอยู่ในตอนนี้.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา