fbpx

มีผลแล้ว ยกระดับคุมเข้มโควิด-19 โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จว.

กทม. 1 พ.ค. – หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา มาตรการยกระดับคุมโควิดมีผลบังคับใช้แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด งดกินอาหารในร้าน งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น


หลังจากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในฐานะ ผอ.ศบค. เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอให้ยกระดับมาตรการควบคุมโควิด-19

โดยได้เห็นชอบปรับระดับให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ


พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จากเดิมมีอยู่ 18 จังหวัด เพิ่มเป็น 45 จังหวัด คือ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ เชียงราย ตรัง ตาก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นราธิวาส น่าน ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ภูเก็ต มหาสารคาม ยะลา ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สระแก้ว สงขลา สมุทรสาคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี อ่างทอง อุดรธานี อุบลราชธานี

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) เดิมมี 59 จังหวัด เหลือ 26 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ กาฬสินธุ์ ชัยนาท ชุมพร ตราด นครนายก นครพนม หนองคาย บึงกาฬ บุรีรัมย์ พังงา พะเยา แพร่ มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร เลย สกลนคร สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อำนาจเจริญ

ในพื้นที่ที่ถูกปรับระดับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นพื้นที่จำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่ง เพื่อให้การสกัดและยับยั้งการระบาดของโรคเป็นไปโดยรวดเร็วและเด็ดขาด จึงมีมาตรการที่เข้มงวดกว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ซึ่งมาตรการที่ต้องปฏิบัติตามหลังเที่ยงคืนนี้ มีดังนี้


การจัดกิจกรรม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 20 คน

ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น โดยงดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.

สนามกีฬา สถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดให้บริการ ส่วนสนามกีฬา หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้งหรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม

ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยให้จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการและงดเว้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ยกเว้นส่วนที่เป็น ตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม และสวนสนุก ที่งดการให้บริการ

ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ เวลา 04.00-23.00 น. สำหรับร้านหรือสถานที่ซึ่งตามปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้เริ่มเปิดดำเนินการได้ใน เวลา 04.00 น.

ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค

ขณะที่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการเอกชน พิจารณาทำงานที่บ้านตามมาตรการขั้นสูงสุดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน

ย้ำว่ามาตรการที่ออกมานี้ เป็นการขอความร่วมมือ ไม่ใช่การล็อกดาวน์แต่อย่างใด. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สุดสลด! หนูน้อยวัย 1 ขวบนั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่

สุดสลด! หนูน้อยวัยขวบเศษ นั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่ในพงหญ้านานกว่า 8 ชม. ก่อนจะมีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

3 หมอใหญ่ แนะร่วมฉีดวัคซีนหยุดโควิด

คณบดี 3 สถาบันแพทย์ ศิริราช-จุฬาฯ-รามาฯ วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์โควิด แจงรายงานรับภาระงานแพทย์ล้นมือ แนวโน้มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ใน4 ของผู้ป่วยหนักหรือประมาณ 80-100 คน พร้อมรับอัตราการติดเชื้อรุนแรง 15 เท่า ย้ำการฉีดวัคซีนเป็นอาวุธหยุดโรค

ข่าวแนะนำ

รวบคาคอนโด “เด่นภูมิ” โมเดลลิ่งเก๊ลวงพริตตี้

จับได้เเล้วคาคอนโดย่านสายไหม “เด่นภูมิ” โมเดลลิ่งเก๊ที่ล่อลวงพริตตี้ให้บังคับเสพยา ชิงทรัพย์ ขืนใจ และถ่ายคลิปเเบล็กเมล์

“อนุทิน” ป้อง อภ.ไม่หักหัวคิวเอกชน

“อนุทิน” ป้อง อภ.ไม่หักหัวคิวเอกชน แจงระเบียบการจัดซื้อเหมือนกับการสั่งซื้อของกรมควบคุมโรคที่สั่งซิโนแวคจากจีน แจงค่าดำเนินการ มีค่าตรวจแล็บ ค่าจัดส่งปกติ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ชี้ อภ.ทำตามคำขอเอกชน เป็นสะพานเชื่อมจัดวัคซีน ทั้งที่ไม่ใช่ภารกิจ