fbpx

ก.แรงงาน เทรนทักษะแรงงานป้อนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ตั้งเป้า 5,000 คน

กรุงเทพฯ 30 ก.ค. – กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขานรับนโยบายฝึกทักษะแรงงานด้านการท่องเที่ยว หวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ป้อนสถานประกอบกิจการในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2565 ตั้งเป้าฝึกอบรมกว่า 5,000 คน ฝึกจบแล้ว 4,400 คน


นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มเดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยได้ประกาศผ่อนปรนมาตรการด้านการท่องเที่ยว ทำให้มีชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคใต้ ส่งผลให้สถานประกอบกิจการ เช่น กิจการด้านการโรงแรม ที่พักอาศัย ร้านอาหาร ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว มีความต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว เพื่อพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานที่สนใจทำงานในธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ให้มีความพร้อมในการทำงาน ซึ่งในปี 2565 ดำเนินการพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานด้านการท่องเที่ยวไปแล้ว จำนวน 4,400 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565) หลักสูตรที่จัดฝึกอบรมนั้น มีทั้งด้านการเพิ่มทักษะฝีมือในสาขาอาชีพเฉพาะ อาทิ บาริสต้ามืออาชีพ นักส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม สปาตะวันตก (หัตถบำบัด) นอกจากนี้ยังฝึกอบรมด้านภาษาให้แก่แรงงานที่ทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวอีกด้วย เพื่อทบทวนทักษะให้มีความมั่นใจในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังจากที่ไม่ได้ใช้ทักษะด้านภาษามาเป็นเวลานาน

นายประทีป กล่าวต่อไปว่า การฝึกทักษะให้แก่แรงงานเพื่อป้อนตลาดด้านการท่องเที่ยวนั้น ได้มอบหมายให้หน่วยงานของกรมที่มียุทธศาสตร์จังหวัดส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ดำเนินการพัฒนาทักษะให้แก่แรงงานในพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมประชาสัมพันธ์ความต้องการรับแรงงานเข้าทำงานในสถานประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้แรงงานได้รับทราบด้วย ซึ่งอาจมีแรงงงานต้องการไปทำงานในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้มีรายได้ที่สูงขึ้นด้วย เช่น แรงงานในภาคอีสาน ต้องการไปทำงานในภาคใต้ หรือภาคเหนือ เป็นต้น ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ แรงงานที่มีทักษะด้านนวดไทย หรือนวดสปา มักจะไปทำงานในจังหวัดภาคใต้เป็นส่วนมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจนวดไทยและนวดสปา มักใช้บริการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีรายได้ดี เฉลี่ยถึงเดือนละ 20,000-30,000 บาท อีกทั้งผู้ประกอบการด้านนวด-สปา มีความต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านนวดเข้ามาทำงานอีกเป็นจำนวนมาก ค่าจ้างพนักงานจึงสูงขึ้น


นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งพัฒนาทักษะในด้านดังกล่าว ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้แรงงานมีทักษะฝีมือ ก้าวสู่การมีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง สุดท้ายคือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะนั่นคือการประเมินถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศ

คุณลำไย จินดา (จิน) อายุ 45 ปี เจ้าของร้านจินดานวดเพื่อสุขภาพ เล่าว่า เป็นคนจังหวัดขอนแก่น เคยมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ชอบทะเลและธรรมชาติ และมองเห็นช่องทางประกอบอาชีพ จึงเลือกใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะภูเก็ต โดยเริ่มต้นสมัครเป็นผู้ช่วยนวดแผนไทยตามร้านทั่วไป ช่วงวันหยุดและมีเวลาว่างก็จะหาความรู้เพิ่มเติม จึงสนใจเข้าอบรมนวดแผนไทย และสมัครเข้าฝึกอบรมที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 21 ภูเก็ต ผ่านการอบรมหลายหลักสูตร เช่น นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ เทคนิคการนวดไทย การนวดหน้าเพื่อความงาม การนวดเพื่อปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย เป็นต้น ทำให้ตนได้รับความรู้ มีทักษะและเทคนิคการนวด และผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขานวดไทย ระดับ 1 แล้ว ซึ่งความรู้ในแต่ละหลักสูตรสามารถนำมาใช้ในการให้การบริการแก่ลูกค้าได้ดีมาก สร้างความประทับใจ ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน www.dsd.go.th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้