fbpx

สธ.ประกาศ Move on จากโควิด กลางเดือน มิ.ย.

รร.มิราเคิล 8 มิ.ย.-สธ.ประกาศ Move on จากโควิด กลางเดือน มิ.ย. รอประเมินสถานการณ์โควิดลดระดับเตือนภัยหรือไม่หลังเปิดผับบาร์ “อนุทิน” เผยวัคซีนเหมือนทองคำไม่ใช่ขยะไม่มีทิ้ง ส่วนการถอดหน้ากาก ให้เป็นวิจารณญาณเฉพาะบุคคลประเมินเอง ไม่บังคับ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดสธ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สธ. จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชน และแถลง “Move on จากโควิด ใช้ชีวิตแบบมั่นใจ” พร้อมอ่านสารจาก รมว.สธ.ถึงบุคลากรสาธารณสุข สถานพยาบาลทั้งประเทศ ร่วมมือกันเตรียมความพร้อมทางสาธารณสุข ทั้งเรื่องการดูแลรักษาพยาบาล เตียงดูแลรักษา การจัดหาเวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และวัคซีนให้มีความเพียงพอ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และขอให้ทุกจังหวัดเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้แผนยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมในเข้าสู่การเป็นโรคประจําถิ่น และเชิญชวนให้ประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นตามเกณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด 19


นายอนุทิน กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์โควิดดีขึ้นแล้ว แนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ยอดติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 3,000 คน ต่อวัน เสียชีวิตต่ำกว่า 30 คนต่อวัน เป็นระยะเวลา 2-3 สัปดาห์แล้ว ยืนยันถึงประสิทธิภาพในการควบคุมโรค และความร่วมมือของประชาชน ในการปฏิบัติตามคำแนะนำในการควบคุม ป้องกันโรค วันนี้เป็นเวลาที่เราจะต้องมีการสื่อสารเพิ่มเติมเพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนและประเทศไทยในการปรับวิถีชีวิตไปสู่การเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งการเป็นโรคประจำถิ่นไม่ได้หมายความว่าความรุนแรงลดลง แต่เป็นโรคที่จะต้องอยู่กับเรา และเราต้องอยู่กับมัน แต่การเป็นโรคประจำถิ่นจะทำให้เรามีความคุ้นชินและเข้าใจในการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย เลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อ แต่ยังมีปัญหาคนจำนวนมากยังไม่ฉีดวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเร่งรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น พร้อมระบุว่า  ตอนนี้ยังไม่อยากพูดว่าสำเร็จแล้ว แต่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่วางไว้ เรื่องที่ต้องปฏิบัติต่อไปคือมาตรการ 2 U สวมหน้ากากอนามัยป้องกันโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ โรคระบบทางเดินอาหาร  ส่วนเรื่องการถอดหน้ากากอนามัย คงไม่มีการประกาศว่าจะต้องถอดหรือว่าใส่หน้ากากครจะใส่ก็ใส่ ใครจะถอดก็ถอดอยู่ที่การประเมินสถานการณ์ของแต่ละคน

นายอนุทิน ยังกล่าวยืนยันว่า วัคซีนเปรียบเหมือนทองคำไม่ใช่ขยะ เหมือนที่มีการถูกโจมตีโดยแพทย์ชนบท  วัคซีนมีไว้เพื่อบริการประชาชน ไม่มีใครปัญญาอ่อนพอที่จะทิ้งวัคซีน การที่ไม่มีคนเสียชีวิต หรือเจ็บหนักก็เพราะการรับวัคซีน  ทั้งนี้ขอให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขทำความเข้าใจเรื่องนี้แก่ผู้ปฏิบัติงานภายใต้บังคับบัญชาให้เข้าใจ ใครยังไม่เข้าใจขอให้เชิญตัวมาอธิบายให้ฟังจากคนที่มีความรู้ทางด้านวิชาการ ด้าน นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สธ.แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตามสธ.ได้เสนอเข้าที่ประชุม ศบค.เพื่อพิจารณาแล้ว ทั้งกรณีกลุ่มเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง ทั้งนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโควิด -19 หรืออีโอซี มีการพิจารณาสถานการณ์ดีขึ้นเป็นไปตามแผน โรคนี้น่าจะเข้าสู่ระยะท้าย ๆ แล้ว ทุกจังหวัดเข้าสู่ระยะ ไม่มีการระบาดใหญ่ เปิดเทอมก็ไม่พบปัญหา เปิดสถานบันเทิงก็ยังไม่พบปัญหา แต่เฝ้าระวังต่อว่าจะมีปัญหาในอนาคตหรือไม่ ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไทยผ่านระยะการระบาดใหญ่มาแล้ว สามารถเข้าสู่การดูแล เฝ้าระวังตามสมควร ส่วนจะประกาศลดระดับการเตือนภัยโควิดหรือไม่นั้น รอดูสถานการณ์หลังเปิดผับบาร์ก่อน คาดว่ากลางเดือน มิ.ย. นี้ .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ชวนคนกรุงดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 ก.ค.นี้

“ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ชวนดูหนังกลางแปลง เริ่ม 7 กรกฎาคมนี้ ในเทศกาล “กรุงเทพฯ กลางแปลง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประเดิมเรื่องแรก “2499 อันธพาลครองเมือง” ณ ลานคนเมือง

อุตุฯ เตือนทั่วไทยฝนตกหนักบางพื้นที่-กทม.ฟ้าคะนอง 60%

กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่วน กทม.-ปริมณฑล ฟ้าคะนอง 60% ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

นักตบสาวไทย เผยเป็นไปตามเป้า ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต ศึกเนชั่นส์ลีก

วอลเลย์บอลหญิง “เนชั่นส์ ลีก 2022” สนามที่ 3 ที่ประเทศบัลแกเรีย ทีมชาติไทยประเดิมสนามนัดแรก ชนะเกาหลีใต้ 3-0 เซต 25-11, 25-22, 25-17 ทำสถิติชนะเพิ่ม 5 นัด แพ้ 4 นัด

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย