ถนนสายเอเชีย-มิตรภาพหนาแน่น ประชาชนเดินทางกลับกรุง

17 เม.ย. – วันสุดท้ายของวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนแห่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ทำให้การจราจรถนนสายหลักหนาแน่น โดยเฉพาะถนนสายเอเชีย ถนนมิตรภาพ ปริมาณรถมาก หลายจุดเคลื่อนตัวช้า


บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ในวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ การจราจรบนถนนสายเอเชียฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท ปริมาณรถหนาแน่น ตั้งแต่สามแยกหลวงพ่อโอ ไปจนถึงสี่แยกหางน้ำสาคร อำเภอมโนรมย์ ใช้ความเร็วประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดสี่แยกหางน้ำสาครชั่วคราว เพื่อให้รถทางตรงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เคลื่อนตัวสะดวกขึ้น ไม่ต้องรอสัญญาณไฟจราจร ทำให้ไม่เกิดปัญหารถติดขัดสะสม สามารถเคลื่อนตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงทางต่างระดับชัยนาท กิโลเมตรที่ 131-132 สามารถใช้ความเร็วได้ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นไปตลอดทั้งคืน ส่วนถนนทางหลวง 340 ชัยนาท-สุพรรณบุรี เส้นทางเลี่ยงถนนเอเชียฝั่งขาล่อง ปริมาณรถหนาแน่นเช่นกัน แต่ยังคล่องตัว

ประชาชนจาก 18 จังหวัดภาคเหนือเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ทำให้ประตูจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง ช่วงจังหวัดนครสวรรค์คึกคักทั้งวัน เส้นทางสายหลักอย่างถนนพหลโยธินสาย 112 และถนนสาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ก่อนถึงตัวเมืองนครสวรรค์ รถหนาแน่น คาดว่าในช่วงค่ำนี้การจราจรทุกสายในตัวเมืองนครสวรรค์จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกรวยจราจรมาปิดกั้นจุดตัดทางแยกสัญญาณไฟจราจร เปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่เลยตัวเมืองนครสวรรค์ เรื่อยไปจนถึงอำเภอพยุหะคีรี เพื่อรองรับและเร่งระบายรถให้วิ่งตรงเป็นทางยาวเข้าสู่กรุงเทพฯ สะดวกยิ่งขึ้น คาดว่าสภาพการจราจรจะหนาแน่นจนถึงพรุ่งนี้เช้า


ส่วนถนนมิตรภาพ เขตจังหวัดนครราชสีมา เริ่มตั้งแต่อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา อำเภอคง และอำเภอโนนสูง จุดรองรับรถจากหลายจังหวัดทางภาคอีสานตอนบน พบว่ามีประชาชนเดินทางกลับไปทำงานกรุงเทพฯ อย่างคึกคัก ปริมาณรถเต็มทุกช่องทาง ขาเข้าตัวเมืองโคราชมีรถติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะช่วงบริเวณแยกบ้านวัด อำเภอคง มีรถแออัดหนาแน่น ชะลอตัว ทำความเร็วได้แค่ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางจุดหยุดนิ่งนานหลายนาที เจ้าหน้าที่ต้องเปิดช่องทางพิเศษ ตั้งแต่แยกบ้านใหม่เกษม ตำบลธารปราสาท ไปจนถึงหน้าตู้ยามทางหลวงบ้านส้ม ตำบลดอนชมพู อำเภอโนนสูง ระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อให้รถวิ่งสวนทางกัน และต้องปิดสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกแบบอัตโนมัติ เปลี่ยนมาใช้วิธีควบคุมด้วยมือ เพื่อเปิดทางให้รถวิ่งทางตรงสะดวกคล่องตัวมากขึ้น

ประเมินรถเข้ากรุงเทพฯ วันนี้ 559,000 คัน
พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า การเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ของประชาชนช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2565 เมื่อวานนี้ (16 เม.ย.) มีปริมาณรถมากกว่า 550,000 คัน เกินกว่าประเมินการณ์เล็กน้อย ส่วนวันนี้ (17 เม.ย.) คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ มากที่สุด เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว โดยกรมทางหลวงประเมินไว้ที่ 559,000 คัน จากการประเมินจากปริมาณรถแต่ละจุดพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ออกเดินทางกันตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น.เป็นต้นมา โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ระบุว่าปีนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีทั้งเกิดจากสภาพผู้ขับขี่เอง เช่น หลับใน พบมากที่สุด คือ รถชนท้ายกัน เนื่องจากรถใช้ความเร็วได้ในบางช่วง แล้วก็ทิ้งระยห่างไม่เพียงพอ เมื่อถึงจุดที่รถชะลอ ทำให้รถคันหลังไม่สามารถเบรกได้ทันจึงชนกันครั้งละ 4-5 คัน จึงฝากพี่น้องประชาชนในเรื่องการใช้ความเร็ว การทิ้งระยะห่างจากคันหน้า ให้คนที่นั่งโดยสารมาด้วยช่วยดูแผนที่เส้นทางจีพีเอส เมื่อเห็นจุดที่รถชะลอตัวจะได้ลดความเร็วได้ทันท่วงที ลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยตลอดเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กองบังคับการตำรวจทางหลวง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมความพร้อมกำลังพล 80,000 นาย เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกลาลไปจนถึงวันที่ 19 เม.ย. เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังเดินทาง ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัย ก่อนความเร็วและความสะดวก


บขส.จัดรถ 3,700 เที่ยว รับเข้ากรุงวันนี้
ส่วนภาพรวมการเดินทาง ประชาชนใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเข้ากรุง ทั้งรถทัวร์โดยสาร รถไฟ และผ่านสนามบิน คาดว่าจะเป็นวันที่มีผู้เดินทางมากที่สุดในเที่ยวขากลับ เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันทำงาน บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. คาดการณ์วันนี้มีผู้โดยสารใช้บริการรถ บขส., รถร่วมบริการ, รถตู้ กลับจากเทศกาลสงกรานต์เข้ากรุงเทพฯ 38,000 คน พร้อมจัดรถ 3,700 เที่ยวรองรับ พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. หมุนเวียนรับผู้โดยสารบริเวณชานชาลาขาเข้า เพื่อระบายผู้โดยสารไปยังสถานีรถไฟฟ้า BTS และเส้นทางอื่นๆ ส่วนตัวเลขการเดินทางวานนี้ มีผู้โดยสารใช้บริการรถโดยสารขาเข้าและออกกรุงเทพฯ รวม 58,813 คน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารทางไกลจำนวน 4 ขบวน คือ ขบวนรถพิเศษที่ 6 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ เวลาออก, ขบวนรถพิเศษที่ 934 อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ, ขบวนรถพิเศษที่ 962 ศิลาอาสน์-กรุงเทพฯ และขบวนรถพิเศษที่ 936 อุดรธานี-กรุงเทพฯ

สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ คนแน่น
ส่วนบรรยากาศการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสำคัญ ทั้งสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้บริหารท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง คาดการณ์คนเดินทางกลับ โดยท่าอากาศยานดอนเมืองวันนี้คาดจะมีผู้เดินทางประมาณ 35,000 คน เป็นผู้โดยสารขาเข้าประมาณเกือบ 30,000 คน ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันนี้คนจะเดินทางมากเช่นกัน มีการประมาณการวันนี้จะมีผู้โดยสารขาเข้า 36,569 คน เพิ่มขึ้น 145% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ขณะที่นักท่องเที่ยวยังทะลักเข้าไทย โดยตัวเลขผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศเดินทางเข้าไทยวันนี้ 14,795 คน เพิ่มขึ้น 762% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า