กทม. ร่วมภาคีภาครัฐ-เอกชน ประกาศความร่วมมือ “ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย”

กรุงเทพฯ 17 ม.ค. – กทม. ร่วมกับ 14 องค์กรภาคีภาครัฐ เอกชน ประกาศความร่วมมือโครงการ “ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย”


วันนี้ (17 ม.ค 65) เวลา 10.00 น. นายวิรัตน์ มนัสสนิทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการความร่วมมือการจัดการขยะติดเชื้อ “ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย” เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันในการกำจัดขยะติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันคัดแยกขยะติดเชื้อออกจากขยะทั่วไป เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 โดยมีพลเรือเอก พิเชฐ ตานะเศรษฐ หัวหน้าคณะทำงานกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขต 16 ของรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) เป็นประธานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย 8 องค์กรภาคี ประกอบด้วย สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-กรุงเทพฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, กรมอนามัย, กรมควบคุมมลพิษ, คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และ 6 องค์กรสนับสนุน ได้แก่ บมจ.บีจีที คอร์ปอเรชั่น, บจก.ซิลเวอร์ ซี เอ็กโซติก เลเธอร์, บจก.วินเนอร์ เอสเตท, สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 10, สโมสรโรตารีกรุงเทพไชน่าทาวน์ และมูลนิธิเอิร์ธ อะเจนด้า ร่วมลงนาม ณ บริเวณโถงกลาง อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบัน ทำให้มีขยะติดเชื้อจากโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น กรุงเทพมหานครตระหนักถึงปัญหาการแพร่ระบาดดังกล่าว จึงได้จัดให้มีระบบเก็บรวบรวมขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสนาม Hospitel ศูนย์พักคอย และจากผู้รักษาตัวที่บ้าน หรือ Home isolation รวมถึงระบบรวบรวมขยะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ อาทิ หน้ากากอนามัยและชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 และนำไปกำจัดโดยการเผาที่อุณหภูมิสูง 1,200 องศาเซลเซียส เพื่อให้มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งความร่วมมือในการดำเนินโครงการจัดการขยะติดเชื้อ “ทิ้งถูก ผูกโบแดง โควิดไม่กระจาย” เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครโดยสำนักสิ่งแวดล้อม และ 14 องค์กรเครือข่าย เป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ทุกหน่วยงานจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะ ซึ่งจะก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการคัดแยกขยะติดเชื้อ เพื่อกรุงเทพมหานครจะได้นำไปกำจัดให้ถูกวิธีแยกจากขยะประเภทอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


กรุงเทพมหานครจึงขอความร่วมมือประชาชนคัดแยกขยะติดเชื้อ อาทิ หน้ากากอนามัยและชุดทดสอบแอนติเจนใช้แล้วออกจากขยะทั่วไป ไม่ทิ้งปะปนกับมูลฝอยทั่วไปในครัวเรือน โดยทิ้งใส่ถุงขยะสีแดง หรือถุงขยะทั่วไป เขียนติดหน้าถุงว่าขยะติดเชื้อ หรือผูกถุงขยะติดเชื้อด้วยโบว์สีแดง แยกทิ้งในสถานที่ที่กรุงเทพมหานครซึ่งจัดไว้ในที่สาธารณะ อาทิ สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัด กทม. ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ชุมชน หมู่บ้านจัดสรร โรงเรียนสังกัด กทม. ศูนย์กีฬา กทม. ศูนย์เยาวชน กทม. สวนสาธารณะ สถานที่สาธารณะที่เหมาะสม เช่น ตลาด วัด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานเคหะชุมชนต่างๆ เพื่อการจัดการขยะติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหาย 18 จังหวัด

บกปภ.ช. รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหว เสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 18 จังหวัด เฉพาะกรุงเทพฯ เสียชีวิต 9 ราย สูญหาย 79 ราย ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากอาคารถล่ม ขณะที่กรมบัญชีกลางขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 200 ล้านบาท

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่ม

ยังไม่หมดหวัง กทม. เดินหน้าเต็มที่กู้ชีพตึกถล่มจตุจักร เข้าสู่ 48 ชม. นานาชาติร่วมส่งเครื่องมือช่วยเหลือ พร้อมเร่งจัดการจราจรให้ทันวันพรุ่งนี้

หุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot สแกนตึกถล่มหนุนภารกิจกู้ภัย

มจพ. นำหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot เข้าพื้นที่สแกนตรวจสอบโครงสร้างตึกถล่ม ประเมินความปลอดภัย ก่อนให้กู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ด้านครอบครัวยังเฝ้ารออย่างมีความหวัง