fbpx

กสร.แจงนายจ้างเลิกจ้าง เพราะมีครรภ์ ผิด กม.

ก.แรงงาน 17 ก.ย.-กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงข้อสงสัยกรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง เพราะเหตุมีครรภ์ ถือว่านายจ้างมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นางโสภา เกียรตินิรชา โฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า ตามที่มีข่าวกรณีลูกจ้างหญิงร้องเรียนว่า นายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์ และนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมนั้น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ได้มอบหมายให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี (สสค.นนทบุรี) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าลูกจ้างได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (สรพ.5) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ว่าบริษัทเลิกจ้างเพราะเหตุมีการตั้งครรภ์ และลูกจ้างผู้ร้องมีความประสงค์เรียกร้องเงินตามกฎหมาย ได้แก่ ค่าจ้างจากการทำงาน ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

โดยสรพ.5 ได้ส่งคำร้องให้ สสค.นนทบุรี ดำเนินการเนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานประกอบกิจการ โดยพนักงานตรวจแรงงานได้สอบข้อเท็จจริงในส่วนของลูกจ้างและรวบรวมหลักฐานเอกสารและจะเรียกนายจ้างมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการต่อไป หากปรากฏว่านายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุมีครรภ์จริง ถือว่านายจ้างกระทำความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 43 ที่ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ พนักงานตรวจแรงงานจะมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามและไม่นำคดีขึ้นสู่ศาล ถือว่านายจ้างได้กระทำความผิดอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย


โฆษก กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างหญิงมีครรภ์เป็นพิเศษ ได้แก่ การกำหนดลักษณะงานบางประเภทที่ห้ามมิให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงาน เช่น งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลากหรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม หรืองานที่ทำในเรือ เป็นต้น รวมไปถึงการกำหนดห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างหญิง ซึ่งมีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น.เนื่องจากหญิงมีครรภ์ต้องได้รับการพักผ่อนในเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอ และต้องไม่ให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรืองานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชีนายจ้างอาจจะให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่ไม่กระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างหญิงมีครรภ์โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตร.ค้นบ้านพักชุมชนวัดม่วง 9 จุด หลังโพสต์ข่มขู่ “บาส มีดคู่”

ตำรวจ สน.เพชรเกษม นำกำลังเข้าไปตรวจค้นภายในชุมชนวัดม่วง หลังมีการโพสต์ข่มขู่ผู้ต้องหาคดีแทงวัยรุ่นย่านเพชรเกษมเสียชีวิต 2 คน เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

โควิดเมืองคอนน่าห่วง บุคลากรการแพทย์ติดเชื้อกว่า 50 คน-ปิด 5 ตึก

สถานการณ์โควิด จ.นครศรีธรรมราช ยังน่าห่วง โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช มีผลตรวจยืนยันติดเชื้อแล้วกว่า 50 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ล่าสุด ผอ.โรงพยาบาล สั่งปิดหอผู้ป่วย 5 ตึก

ธปท.-สมาคมธนาคารไทย แจงปมแฮกเกอร์ตัดเงิน ส่วนใหญ่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ

ธปท. และสมาคมธนาคารไทย แจงแฮกเกอร์ตัดเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้า ส่วนใหญ่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ แบงก์เจ้าของบัตร พร้อมดูแลความเสียหายรายการผิดปกติ

บัญชีธนาคารป่วน หลายคนระบุถูกแฮกพร้อมกัน

เจ้าของบัญชีธนาคารจำนวนมากร้องเรียนโดนตัดเงินหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินค้าบริการผ่านบัตรเดบิตและตัดเงินจากบัญชีธนาคาร

ข่าวแนะนำ

เตือนภัยโจรไซเบอร์ดูดเงินผ่านบัตรเดบิต-เครดิต

หน่วยงานประสานเสียงระบบธนาคารยังมั่นคงปลอดภัย ไม่ได้ถูกแฮก หลังเกิดกรณีเจ้าของบัญชีธนาคารจำนวนมากถูกดูดเงินออกจากบัญชีแบบไม่มีแจ้งเตือน รมว.ดีอีเอส เชื่อมีคนไทยร่วมขบวนการ เตือนอย่าให้ข้อมูลทางการเงินหากไม่แน่ใจ เร่งผลักดันกฎหมายคุมธุรกิจดิจิทัล

ศาลให้ประกัน 4 โจ๋แก๊งวัดม่วง คดีทำร้าย “บาส”

ศาลให้ประกัน 4 วัยรุ่นแก๊งวัดม่วง คดีรุมทำร้าย “บาส มีดคู่” หลังญาติขอวางเงิน 30,000 บาท และขอติดกำไล EM ข้อเท้า ทั้งหมดจึงรอดนอนคุก และเดินทางกลับบ้านทันที