fbpx

สธ. ติดตามใกล้ชิด หลังเปิดกิจการ/กิจกรรม

กทม. 10 ก.ย.-สธ. เผยเครือข่ายด้านการรักษา ติดตามสถานการณ์หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมใกล้ชิด พร้อมดูแลผู้ป่วยโควิด 19

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายด้านการรักษา ติดตามสถานการณ์หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมอย่างใกล้ชิด ยืนยันระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 มีความพร้อมทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐ เอกชน และประชาสังคม


วันนี้ (10 กันยายน 2564) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับมอบเครื่องช่วยหายใจจากรัฐบาลอินเดีย โดย ดร.สาธิตกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายการรักษาได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์โควิด 19 อย่างใกล้ชิด หลังเปิดกิจการ/กิจกรรมช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้นำบทเรียนจากครั้งที่แล้วมาปรับใช้และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายกับโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐ เอกชน ประชาชาสังคม ยืนยันว่าแม้ขณะนี้มีการลดเตียงในโรงพยาบาลสนามหรือฮอสปิเทลเนื่องจากผู้ป่วยลดลง แต่เตียงรับผู้ป่วยสีแดงในโรงพยาบาล ยังมีบุคลากรและทรัพยากรพร้อมรับมือได้ คาดว่าสถานการณ์จะแตกต่างจากการแพร่ระบาดครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งการฉีดวัคซีนเข็มแรกได้ร้อยละ 37 ในกลุ่มผู้สูงอายุฉีดได้ร้อยละ 50.6 และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังร้อยละ 49 ในกรุงเทพมหานครฉีดแล้วกว่าร้อยละ 90 ของประชากร นอกจากจะมีไวรัสสายพันธุ์ใหม่เข้ามา ยังต้องเฝ้าระวังผลในช่วงเดือนตุลาคมว่าจะกระทบต่อการแพทย์หรือไม่

ด้านนายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการ Home Isolation ที่ผ่านมาได้ผลดีมาก เฉพาะในกทม. ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวประมาณร้อยละ 90 และสีเหลืองที่ต้องใช้เครื่องออกซิเจนประมาณร้อยละ 10 ส่วนสีแดงที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจประมาณร้อยละ 0.5 อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมเตียงสีแดงไว้ร้อยละ 1 ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เตรียมเครื่องออกซิเจนไว้สำหรับฮอสปิเทลและผู้ป่วยที่รักษาพยาบาลที่บ้าน โดยได้ร่วมกับสภาวิชาชาชีพแพทยสภา ราชวิทยาลัยต่าง ๆ จัดทำแนวทางปฏิบัติไว้พร้อมแล้ว


ส่วนยาโมลนูพิราเวียร์ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองเฟสที่ 3 คาดว่าจะได้ผลการทดลองส่วนแรกประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ หากยาได้ผลในเฟสที่ 3 จะมีการขึ้นทะเบียนกับ FDA สหรัฐอเมริกาประมาณเดือนตุลาคม จากนั้นจะขึ้นทะเบียนกับอย. ประเทศไทย คาดว่าจะนำมาใช้ได้ปลายเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ได้เจรจากับบริษัทผู้ผลิตมาโดยตลอด เจรจาจองไว้สำหรับรักษาในประเทศไทยจำนวน 200,000 คน ซึ่งยาโมลนูพิราเวียร์กลไกการออกฤทธิ์จะคล้ายกับฟาวิพิราเวียร์ หากเป็นไปได้อาจจะนำมาใช้เป็นยาอันดับแรกในการรักษาโควิด 19 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

กสทช. ให้ค่ายมือถือบล็อก SMS หลอกลวง เริ่มวันนี้

กสทช. ให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาหลอกลวง ลามกอนาจาร สินเชื่อออนไลน์ และเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เริ่มวันนี้ ป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง จนอาจถูกแฮก ขโมยข้อมูล หรือสูญเสียทรัพย์

พิษแอบรัก! หนุ่มแทงสาวพิซซ่า อาการสาหัส

สาวร้านพิซซ่า ถูกคนร้ายแทงหน้าร้านอาการสาหัส ด้านไรเดอร์เผยคนร้ายนั่งรอเคลียร์ปัญหาตั้งแต่เย็นแต่สาวเมิน สุดท้ายคว้ามีดไล่แทงสาหัส

“หมอยง”เผยงานวิจัยจุฬาฯ กระตุ้นเข็ม 3 ภูมิสูงขึ้น-ขวางเดลตาได้

“หมอยง”เผยงานวิจัยศูนย์เชี่ยวชาญไวรัส จุฬาฯ การกระตุ้นเข็ม 3 ด้วย แอสตราฯ หลังจากได้รับซิโนแวคมาแล้ว 2 เข็ม ภูมิสูงขึ้น สามารถขัดขวางสายพันธุ์เดลตาได้

“อนุทิน-สาธิต” ซื้อรถพยาบาลให้ สธ.ใช้ช่วยเหลือ ปชช.

“อนุทิน-สาธิต” ควักเงินส่วนตัวซื้อรถพยาบาลบริจาคให้ สธ. หวังใช้ช่วยเหลือประชาชน และเป็นที่ระลึกครั้งหนึ่งมี 2 รมต.ทำงานสู้โควิดร่วมกับ สธ.

ข่าวแนะนำ

รู้ทันกลโกงทางออนไลน์

นับวันมิจฉาชีพก็ยิ่งพลิกแพลงวิธีหลอกลวงประชาชนผ่านทางออนไลน์มากขึ้น โดยให้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งพอชำระเงินแล้ว ไม่ได้สินค้าบ้าง หรือได้ แต่ไม่ตรงปก รวมถึงลวงให้บอกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญก็มีมาก วันนี้สำนักข่าวไทยมีข้อแนะนำที่จะใช้เป็นภูมิคุ้มกันกลโกงของมิจฉาชีพได้

ศบค.ชุดเล็ก ชงต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน เลื่อนเปิดเมืองไป 1 พ.ย.

ศบค.ชุดเล็ก เสนอต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน เลื่อนเปิดเมืองไป 1 พ.ย. แต่ยังคงเคอร์ฟิวเช่นเดิม เตรียมชง ศบค.ชุดใหญ่ 27 ก.ย.นี้

เตรียมปิด รพ.บุษราคัม พร้อมรื้อถอน 30 ก.ย.นี้

โรงพยาบาลบุษราคัม เตรียมปิดบริการ และกำหนดรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้ Impact วันที่ 1 ต.ค.นี้

มติ คกก.โรคติดต่อฯ ลดวันกักตัวผู้เดินทางเข้าไทย

อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยมติคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ลดวันกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าไทย ทั้งบก เรือ อากาศ เหลือ 7-10 -14 วัน ต้องแสดงหลักฐานฉีดวัคซีน 2 เข็ม พร้อม ตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง