ประกันสังคม เผยคนปล่อย fake news มีความผิดตามกฎหมาย

กทม. 12 ส.ค.-ประกันสังคม เผยคนปล่อย fake news สร้างความเข้าใจผิด บิดเบือนข้อมูล มีความผิดตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564 เรืออากาศเอกหญิง ศุภพร อยู่วัฒนา รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึง กรณีที่ปรากฏข่าวปลอม หรือ fake news ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกันตนมาตรา 40 เผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีบุคคลได้กระทำการโพสต์คลิปวิดีโอเข้าสู่ระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ tik tok ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาตามโครงการผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 สัญชาติไทย จะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน โดยในคลิปมีเนื้อหากล่าวถึงผู้ประกันตนมาตรา 40 ว่า การสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จะทำให้ถูกตัดสิทธิการรักษาพยาบาลจากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง รวมถึงทำให้ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้เกิดความใจผิดและมีการแชร์ต่อ ๆ กันไป ซึ่งสำนักงานประกันสังคมขอชี้แจงให้ทราบว่า การสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ไม่ได้ทำให้เสียสิทธิดังกล่าว นอกจากนี้ การสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 และนำส่งเงินสมทบอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน ยังทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ เงินสงเคราะห์บุตรรายเดือน เงินบำเหน็จชราภาพ และเงินค่าทำศพ อีกด้วย


รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ สำนักงานประกันสังคมไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้สั่งการให้ทีมกฎหมายของสำนักงานประกันสังคม ดำเนินการตรวจสอบและเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารพระชนมพรรษา 60 พรรษา จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด จากพฤติการณ์อันเป็นการกระทำกรณีนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชนหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ได้รับช่วยเหลือเยียวยา จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนเท่านั้น ขอให้ท่านที่มีสิทธิ ดำเนินการ ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการโอนเงินผิดพลาด หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.