fbpx

ป.ป.ส. ประชุมร่วม 4 ประเทศ เตรียมสั่งจับ 4 ตัวการ ส่งเฮโรอีนไปออสเตรเลีย

กรุงเทพฯ 7 ส.ค.-ป.ป.ส. ประชุมร่วม 4 ประเทศ เตรียมสั่งจับกุม 4 ตัวการ ร่วมกันส่งออกเฮโรอีน 314 กก. ไปออสเตรเลีย


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดท่าเรือ ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ ศรภ หรือ Seaport Interdiction Task Force (SITF) ตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 314 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถังสีอะคริลิก จำนวน 134 ถัง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมจับกุม นางสาวตุ๊กตา บุญบรรลุ ซึ่งจากการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูล พบว่าเป็นการลักลอบลำเลียงมาจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย สปป ลาว และเวียดนาม

​นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “จากข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ความสำคัญในการทำงานเชิงรุก ทั้งการปราบปรามและการป้องปรามขบวนการค้ายาเสพติด และข้อสั่งการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นย้ำให้สำนักงาน ป.ป.ส. ประสานความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในภูมิภาค”


โดยวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2564 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เชิญผู้แทนทั้ง 3 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย สปป ลาว และเวียดนาม เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการสืบสวนเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) สำนักงานคณะกรรมาธิการควบคุมและตรวจตรายาเสพติดแห่งชาติลาว (Lao National Commission for Drug Control and Supervision: LCDC) และกรมตำรวจต่อสู้ยาเสพติดเวียดนาม (Counter Narcotics Police Department: CND) เข้าร่วมการหารือ

​“ผลของประชุมฯ ได้แลกเปลี่ยนข่าวสาร และพยานหลักฐาน เตรียมออกหมายจับตัวการที่ร่วมกันในการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนดังกล่าว 4 หมายจับ เป็นคนไทย 2 และชาวต่างชาติ 2 โดยทั้ง 4 ราย มีความผิดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. มีอำนาจสั่งจับกุมตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว และจะตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อออกคำสั่งอายัดต่อไป “เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง

“ชัชชาติ” ร่วมงานลูกเสือไทย ให้กำลังใจนักโทษลอกท่อวันแรก

ผู้ว่าฯ กทม.สวมชุดลูกเสือร่วมงานวันครบรอบสถาปนาลูกเสือไทย ย้ำพร้อมสนับสนุนชุดลูกเสือ เพราะไม่อยากให้เป็นภาระผู้ปกครอง ให้กำลังใจนักโทษวันนี้ดีเดย์ลอกท่อ ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าช่วยระบายน้ำเร็วขึ้น

แจ้งจับแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง

กลุ่มผู้เสียหายร้องตำรวจ ปคบ. ดำเนินคดีแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง หลังขายสบู่-เครื่องสำอางให้ นำไปไลฟ์สดขายต่อ โดยไม่ชำระค่าสินค้าตามที่ตกลงกัน มูลค่าความเสียหาย 8 ล้านบาท

รัสเซียถล่มตึกที่พักในยูเครน ตาย 18 คน

เคียฟ 1 ก.ค.- รัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มอาคารที่พักในเมืองโอเดสซา เมืองท่าทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนในเช้าวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 คน หนึ่งวันหลังจากรัสเซียถอนกำลังออกจากเกาะยุทธศาสตร์ในทะเลดำ นายคิริลล์ ทีโมเชนโก รองหัวหน้าทำเนียบประธานาธิบดียูเครนแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตมีเด็กรวมอยู่ด้วย 2 คน ขณะที่โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นแจ้งว่า มีคนบาดเจ็บ 30 คน สื่อยูเครนรายงาน เป้าหมายของรัสเซียครั้งนี้เป็นอาคารที่พักอาศัยหลายชั้นและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การโจมตีมีขึ้นหลังจากกองกำลังรัสเซียถอนกำลังออกจากเกาะสเนคหรือเกาะงูของยูเครนในทะเลดำเมื่อวันพฤหัสบดี เรือรบรัสเซีย 2 ลำยึดครองเกาะนี้ได้ตั้งแต่เปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และถูกยูเครนยิงถล่มอย่างหนักนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รัสเซียอ้างว่า ถอนกำลังเพื่อยื่นไมตรี ขณะที่กองทัพยูเครนอ้างว่า สามารถบีบให้กำลังพลรัสเซียต้องหนีไปด้วยเรือเร็ว 2 ลำ เพราะถูกยูเครนยิงถล่มอย่างหนักทั้งปืนใหญ่และขีปนาวุธ เกาะสเนคตั้งอยู่ในเส้นทางเดินเรือพลุกพล่าน รัสเซียหวังจะใช้เกาะนี้เป็นฐานในการโจมตีเมืองโอเดสซา ซึ่งเป็นท่าสำคัญที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของยูเครน เพื่อล้อมกรอบที่มั่นสุดท้ายของกองกำลังยูเครนที่ปักหลักต่อต้านรัสเซียในแคว้นลูฮันสก์.-สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ศาลอุทธรณ์สั่งประหารชีวิต “บรรยิน” คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้โทษ ให้ประหารชีวิต “พ.ต.ท.บรรยิน” อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 และ “ณรงค์ศักดิ์” จำเลยที่ 3 ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 4 คน จำคุกตลอดชีวิต เเละยกฟ้องในบางมาตรา

ผบ.ทอ.เผยเมียนมาขอโทษ-ล้ำน่านฟ้า

ผบ.ทอ.โต้คำวิจารณ์เอฟ-16 บินรักษาเขตแดนช้า ยันระบบป้องกันทางอากาศดีมาก ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตัดสินใจที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความเร็ว ต้องสุขุม รอบคอบ มีเหตุผล พอเหมาะพอควรกับสถานการณ์ 

ภาคเอกชนฝรั่งเศสเชื่อมั่น พร้อมร่วมมือกับไทย

ภาคเอกชนฝรั่งเศส MEDEF International หารือ นายกฯ เชื่อมั่นและพร้อมร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด และนำไปสู่การยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศภายในปี 2567

ดีเดย์นักโทษลอกท่อ กทม. แก้น้ำท่วม

วันนี้เป็นวันแรกของการปล่อยแถวนักโทษเด็ดขาดมาช่วยลอกท่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยกรมราชทัณฑ์ส่งนักโทษกว่า 300 คน จากเรือนจำ 11 แห่ง มาลอกท่อระบายน้ำ นักโทษส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ออกมาทำงานนอกเรือนจำ นอกจากจะมีรายได้ ที่สำคัญยังได้วันลดโทษด้วย