fbpx

อนามัยโพล พบคนไทยสวมหน้ากากในบ้านน้อย

กรมอนามัย 30 ก.ค.-ผลสำรวจอนามัยโพล พบสวมหน้ากากตลอดเวลาในบ้านเพียงร้อยละ 20 ขอความร่วมมือให้ทุกคนในครอบครัวสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในบ้านเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อในครอบครัว


นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้าง ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งจากเดิมมาตรการสวมหน้ากากเพื่อป้องกันโควิด-19 จะเน้นปฏิบัติเมื่อออกจากบ้านหรือเดินทางไปยังที่สาธารณะที่มีคนหนาแน่น แต่ปัจจุบันกลับพบผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสสมาชิกในครอบครัว หรือเกิดกับผู้ใกล้ชิดเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่การแพร่ระบาดได้มีการขยายเพิ่มเช่นเดียวกัน ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ดังนั้น การสวมหน้ากากในบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นเพิ่มมากขึ้นสำหรับทุกครอบครัวในช่วงเวลานี้

ซึ่งจากผลการสำรวจ Anamai Event Poll โดยกรมอนามัย ประเด็น “พฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ในบ้าน” วันที่ 19–28 ก.ค.64 จำนวน 1,324 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลว่าคนในครอบครัวจะแพร่เชื้อให้คนในบ้านร้อยละ 75 ในขณะที่พฤติกรรมการสวมหน้ากากตลอดเวลาในบ้านทำได้ทุกครั้ง เพียงร้อยละ 20 จึงจำเป็นต้องรณรงค์การสวมหน้ากากในบ้านให้เพิ่มมากขึ้น


โดยหากกรมอนามัยมีแผนจัดกิจกรรมสวมหน้ากากในบ้านลดโรคทั่วไทยเป็นเวลา 14 วัน ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด มีความเห็นที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 67 ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ 64 จังหวัด จะเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 84

นอกจากนี้ เกี่ยวกับประเด็นการสวมหน้ากาก ผลอนามัยโพลยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการ สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในบ้าน เมื่อพูดคุยกันในบ้านมากที่สุดร้อยละ 84.9 รองลงมาคือสวมตลอดเวลา ยกเว้นตอนกินอาหาร อาบน้ำ ดื่มน้ำ ร้อยละ 81.9 และสวมเมื่อทำกิจกรรมร่วมกันในบ้าน เช่น ดูทีวี ร้อยละ 38.6 ในขณะที่ประชาชนเห็นว่าไม่สามารถสวมหน้ากากได้เมื่อนอนห้องเดียวกัน ร้อยละ 30.1

“ขอความร่วมมือให้ทุกคนในครอบครัวสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในบ้านเพิ่มมากขึ้น และสวมให้ถูกวิธี ปิดจมูก ปาก คาง กระชับกับใบหน้า โดยเฉพาะต้องสวมหน้ากากเมื่อทำกิจกรรมใกล้ชิด เช่น ดูทีวีร่วมกัน พูดคุยกัน เมื่ออยู่ในห้องปรับอากาศร่วมกัน และต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน ร่วมกับพฤติกรรมการป้องกันโรคอื่นๆ ได้แก่ เว้น ระยะห่าง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกัน แยกการใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ลดการออกไปสถานที่เสี่ยงนอกบ้าน หมั่นล้างมือเป็นประจำ ทำความสะอาดอุปกรณ์และบริเวณที่จับร่วมกันบ่อย ๆ เช่น ตู้เย็น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะอาหาร และให้งดการกินอาหารร่วมกัน ไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในครอบครัว” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เผยน้ำท่วมชัยภูมิยังน่าห่วง 2 อำเภอ

สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ กับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยขณะนี้อำเภอเมือง และอำเภอจัตุรัส สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

ศบค.ลดวันกักตัวคนวัคซีนครบ เข้าไทยเหลือ 7 วัน

ศบค.เห็นชอบลดวันกักตัวต่างชาติ มีพาสปอร์ตวัคซีนเข้าไทยเหลือ 7 วัน – วัคซีนไม่ครบกักตัว 10 วัน คงเดินทางทางบกกักตัว 14 วันเหมือนเดิม เปิดออกกำลังกลางแจ้ง-ว่ายน้ำได้

ศบค.ขยายฉุกเฉิน เล่นดนตรีสดในร้านอาหารได้

ที่ประชุมศบค.ขยายระยะเวลาพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. คงเคอร์ฟิวต่ออีก 15 วันแต่ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 เปิดศูนย์การค้า-ร้านสะดวกซื้อได้ถึง 3 ทุ่ม ให้ร้านอาหารเล่นดนตรีสดได้ 1 ต.ค.นี้

ข่าวแนะนำ

ไทยฝนลดลง ภาคเหนือ-ตะวันออกยังตกหนัก ระวังน้ำท่วม-น้ำป่า

กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

BIG STORY : หลายจังหวัดผวา ห่วงน้ำท่วมปีนี้ซ้ำรอยปี 54

ชาวชัยนาทเร่งสร้างเพิงพักริมถนน ผวาน้ำท่วมหนักเหมือนปี 54 ส่วนอยุธยาเร่งตั้งบังเกอร์ป้องกันเกาะเมืองและโบราณสถาน ขณะที่ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วมมากกว่า 80 หลังคาเรือน

กรมชลฯ จับตาสถานการณ์น้ำ 24 ชม. เร่งช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่อง

กรมชลประทาน เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ระดมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

น้ำท่วมสุโขทัยยังวิกฤติ-ชาวบ้านขาดแคลนอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมตัวเมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก บางหมู่บ้านน้ำยังสูงเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น เจ้าหน้าที่ต้องลุยน้ำลึกนำสิ่งของไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน