fbpx

สปสช.เปิดเว็บไซต์ให้ผู้ป่วยโควิด ลงทะเบียนกลับไปรักษาภูมิลำเนา

กทม. 22 ก.ค.-สปสช.ผนึก สธ.-สพฉ. วางระบบส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียวในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล เดินทางกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาได้ เปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/ ลดการรอคอยสายเป็นเวลานาน

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ที่มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ทำให้ศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยนั้นมีความแออัด ขณะเดียวกันได้มีหลายจังหวัดทั้งโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ประกาศรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษาให้กลับมารักษาตามภูมิลำเนาของตนหรือต่างพื้นที่ได้


รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล จึงได้มอบให้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สปสช. และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) วางระบบการนำส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา เพื่อให้การขนส่งผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรค ลดการแพร่กระจายเชื้อระหว่างทาง โดยยังได้ประสานกับกระทรวงกลาโหม กรมการขนส่งทหารบก กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อร่วมวางแผนการเดินทางและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

สำหรับเงื่อนไขของผู้ป่วยที่จะเดินทางกลับไปรักษาตามภูมิลำเนาของตนได้ จะต้องผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย (สีเขียว) โดยผู้ป่วยจะต้องมีอาการคงที่ สามารถเดินทางได้ และจังหวัดปลายทางยินยอมรับกลับ ตามมติของคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด โดยในส่วนของ สปสช.จะรับผิดชอบประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข สพฉ. กองทัพบ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนส่งกลับที่มีความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย พร้อมมีเจ้าหน้าที่วิดิโอคอบให้คำปรึกษาระหว่างการเดินทางด้วย


นพ.จเด็จ กล่าวว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่มีความประสงค์ต้องการเดินทางกลับไปรักษาตามภูมิลำเนา สามารถแจ้งความจำนงโดยลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/ เพื่อแก้ปัญหาปริมาณสายด่วน 1330 มีการใช้งานจำนวนมาก ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องรอนาน จึงได้เปิดช่องทางลงทะเบียนทางเว็บไซต์เพื่อให้แจ้งความจำนงแทน ที่ผ่านมา สปสช.ได้ส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาแล้วประมาณกว่า 1,000 ราย

ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ที่ดำเนินการจัดให้มีรถพยาบาลหรือหากโรงพยาบาลไม่สามารถนำรถมารับผู้ป่วย สามารถใช้รถอาสาสมัคร รถมูลนิธิ ที่มีความแข็งแรง ปลอดภัย โดยโรงพยาบาลเป็นผู้เบิกค่ารับส่งต่อกับ สปสช.ได้เช่นเดียวกัน โดยอัตราการจ่ายค่าพาหนะรับส่งต่อผู้ป่วย ระยะทางไปกลับ ไม่เกิน 50 กิโลเมตร จ่ายชดเชยตามจริงไม่เกิน 500 บาท, ระยะทางไปกลับ มากกว่า 50 กิโลเมตร จ่ายชดเชยเริ่มต้น 500 บาท และจ่ายชดเชยเพิ่มกิโลเมตรละ 4 บาท นอกจากนี้ยังมีค่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) รวมทั้งค่าทำความสะอาดฆ่าเชื้อพาหนะ โดยจ่ายตามจริงไม่เกิน 3,700 บาทต่อครั้งที่มีการรับส่งต่อผู้ป่วย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศธ. จ่อชง ครม. แจกนักเรียนคนละ 2,000 จ่ายตรงผู้ปกครอง

ศธ. จ่อชง ครม. ใช้งบฯ 2.1 หมื่นล้าน แจกนักเรียนคนละ 2,000 บาท กว่า 10.8 ล้านคน จ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครอง ช่วยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ลดภาระผู้ปกครอง

สภากาชาดไทยเผยชื่อ อบจ.38 จว. ได้รับจัดสรรโมเดอร์นาให้กลุ่มเป้าหมาย

เลขาธิการสภากาชาดไทยระบุว่า ได้แจ้งผลการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตามที่ อบจ. หลายจังหวัดขอรับมา ซึ่งพิจารณาจัดสรรให้ 38 จังหวัด ย้ำต้องนำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางฟรีตามที่กำหนด โดย อบจ. ทุกแห่งบริจาคเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยาโควิดเพื่อประชาชน 1,100 บาทต่อโดส

“พล.อ.ประวิตร” ยินดี “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

“พล.อ.ประวิตร” ชื่นชมและยินดีกับ “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน

ข่าวแนะนำ

หลายคนสงสัย ทำบุญออนไลน์ได้บุญจริงหรือ?

ทุกปีในวันเข้าพรรษา สิ่งที่เราคุ้นเคยคือการไปทำบุญตักบาตรที่วัด แต่ปีนี้โควิด-19 ระบาดหนัก พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนหันมาทำบุญออนไลน์มากขึ้น เพราะสะดวก และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ แต่หลายคนยังสงสัยว่าการทำบุญออนไลน์จะได้บุญจริงหรือไม่?

บช.น.เร่งตรวจสอบค่าเก็บศพโควิดรายละ 17,000 บาท

บช.น.ส่งตำรวจลงพื้นที่เสริมกำลัง ทหาร-สธ. ร่วมคัดแยกผู้ป่วยในชุมชน พร้อมเร่งตรวจสอบค่าเก็บศพโควิด สูงถึงรายละ 17,000 บาท