fbpx

นพ.สสจ.ปทุมธานี แนะ สปสช. แจก Rapid test ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจที่บ้าน

ปทุมธานี 18 ก.ค.-นายแพทย์สาธารณสุขปทุมฯ เผยการระบาดโควิดใน จ.ปทุมธานี ส่วนมากติดจากคนในครอบครัว แนะ สปสช. แจก Rapid test ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจที่บ้าน พร้อมเตรียมขยายเตียงโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีก 600 เตียง


นพ.สุรินทร์ สืบซึ้ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงสถานการณ์การโรคโควิด-19 และการรับมือว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มการล็อกดาวน์ไปได้ไม่กี่วัน ยอดผู้ติดเชื้อยังคงเป็นผลมาจากช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงต้องรออีกประมาณ 10-15 วันเพื่อดูว่าการล็อกดาวน์จะทำให้ผู้ติดเชื้อลดลงหรือไม่แล้วจึงค่อยประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่พื้นที่ จ.ปทุมธานี ตอนนี้นอกจากที่ตลาดไทแล้ว ยังไม่พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์ แต่ที่เจอส่วนมากคือการติดเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับคนในครอบครัว หากครอบครัวใดที่มีผู้ติดเชื้อก็มีโอกาสสูงที่คนในครอบครัวจะติดเชื้อตามไปด้วย ซึ่งการระบาดในลักษณะนี้ทำให้การตรวจเชิงรุกทำได้ลำบากเพราะลักษณะครอบครัวก็จะมีบ้านเรือนกระจายอยู่ทั่วไป

นพ.สุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยนั้น ในส่วนของผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่มีอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการก็จะให้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือ Home Isolation โดยมีแพทย์ติดตามอาการผ่านระบบ telemedicine และจะให้ยาฟ้าทะลายโจรตั้งแต่ช่วงแรกของการรักษาเลย โดยขณะนี้มีผู้ที่เข้าระบบ Home Isolation ประมาณ 600-700 ราย ในทุกอำเภอ ขณะเดียวกันก็มีการจัดตั้ง Community Isolation หรือการดูแลผู้ป่วยโดยชุมชนในพื้นที่ 2-3 อำเภอ และจะขยายให้ครบทุกอำเภอตามนโยบายคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด ซึ่งผู้ที่จะรักษาตัวแบบ Community Isolation นี้จะต้องยืนยันผลการตรวจด้วยการตรวจแบบ RT-PCR อีกครั้งก่อน


ขณะที่เตียงผู้ป่วยนั้น ในส่วนของโรงพยาบาลสนามได้จัดตั้งที่โรงยิมเนเซียม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา ทั้ง 2 แห่งนี้มีเตียงรวมกัน 350-400 เตียง ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี 400 เตียง ที่ตลาดไทย 700 เตียง และมีโครงการจะเปิดเพิ่มที่เทศบาลเมืองท่าโขลง 250 เตียง เทศบาลเมืองคลองหลวง 200 เตียง และที่เทศบาลเมืองลาดสวายอีก 150 เตียง ซึ่งจะใช้รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวเข้ม/สีเหลืองอ่อน ที่ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนในโรงพยาบาลชุมชนจะรับผู้ป่วยสีเหลืองเข้มที่ต้องให้ออกซิเจน รวมทั้งผู้ป่วยสีแดงอ่อนก็รักษาได้เช่นกัน แต่ผู้ป่วยสีแดงเข้มจะดูแลที่โรงพยาบาลปทุมธานี ซึ่งรองรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจได้ 15-20 เตียง นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติที่สามารถรองรับผู้ที่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจอีกประมาณ 40 เตียง

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่พบในขณะนี้คือเตียงในโรงพยาบาลมีไม่พอกับความต้องการ ทำให้ต้องให้ผู้ป่วยสีเขียวรักษาตัวที่บ้าน แต่พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ต้องการนอนในโรงพยาบาลและบางครั้งก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกับความรุนแรงของอาการ กลายเป็นว่าพื้นที่สำหรับผู้ป่วยสีเหลืองมีผู้ป่วยสีเขียวเข้ามาค่อนข้างเยอะ ทำให้บริหารเตียงค่อนข้างลำบาก

“เรามีข้อแนะนำว่าผู้ที่อาศัยในบ้านที่มีผู้ติดเชื้อก็ให้เฝ้าระวังกักตัวดูอาการไปเลยเพราะมีโอกาสที่จะติดเชื้อสูง การออกมารับการตรวจควรให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางก่อน ส่วนคนที่ไม่มีอาการอะไรเลยก็ให้กักตัวอยู่บ้าน 14 วันซึ่งจะช่วยลดการกระจายเชื้อลง ผมอยากให้ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซื้อชุดตรวจ Antigen Test Kit แจกคลินิกปฐมภูมิ ให้ทางคลินิกเขาเอาไปแจกให้ตรวจที่บ้านเลยจะดีกว่า คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็จะได้ไม่ต้องออกมา เราก็จะได้เฝ้าสังเกตอาการระหว่างที่เขาอยู่ที่บ้าน” นพ.สุรินทร์ กล่าว


นพ.สุรินทร์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการหรืออาการเล็กน้อย เข้าใจว่าบางคนก็เกิดความกังวลและอยากนอนโรงพยาบาล แต่ขณะนี้เตียงเต็ม ต้องใช้รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองจริงๆ ดังนั้นต้องทำความเข้าใจกันว่าอาการแบบไหนที่อยู่บ้านได้ อาการแบบไหนเกณฑ์แบบไหนควรนอนโรงพยาบาล ต้องประเมินโดยทีมแพทย์และถ้ามีอาการใดๆ อยากให้โทรมาปรึกษาเพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินอาการก่อน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย