fbpx

จ่อ​เคาะฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดส เข็ม 3 บุคลากรการแพทย์ เล็งแอสตราฯ

สธ. 11 ก.ค.-รองอิบดีกรมควบคุมโรค เผยพรุ่งนี้ คกก.โรคติดต่อแห่งชาติประชุม เคาะฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดส เข็ม 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า หากเห็นชอบเริ่มได้ทันที เบื้องต้นเล็งเป็นแอสตราเซเนกาก่อน หากต้องการไฟเซอร์ อาจต้องรอ แจงตั้งแต่ 1 เม.ย.64 จนถึง 10 ก.ค. มีบุคลากรติดเชื้อโควิด 880 คน เสียชีวิต 7 คน ส่วนใหญ่เป็นพยาบาล

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบบูสเตอร์โดส ว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติของพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่โคฮอตวอร์ดของ รพ.เอกชน เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยพยาบาลคนดังกล่าว เข้ารับการรักษาตั้งแต่ 1 ก.ค.64 จนถึง 10 ก.ค. โดยได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่อเมษายน จากนั้นรับวัคซีนเข็ม 2 ในเดือน พ.ค. จากนั้นปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องจนถึง มิ.ย. ทั้งนี้พยาบาลคนดังกล่าวมีประวัติเสี่ยงเนื่องจากมีภาวะอ้วน


ซึ่งจากการเสียชีวิตดังกล่าวทำให้เกิดคำถาม ว่า การฉีดวัคซีน 2 เข็ม เพียงพอหรือไม่ ทางผู้เชี่ยวชาญด้าน ไวรัสวิทยา, ภูมิคุ้มกันวิทยา และโรคติดเชื้อ ระบุพบว่ามีความสับสนเรื่องภูมิคุ้มกันที่ลดลง หลังจากฉีดวัคซีนซิโนแวค จึงมีการเสนอฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ในบุคลากรที่มีความเสี่ยง โดยจะพิจารณาวัคซีนทั้ง ไวรัลเวกเตอร์ หรือเอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งอาจเป็นแอสตราเซเนกา หรือไฟเซอร์ ซึ่งเรื่องนี้จะมีการหารือต่อคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ทั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จะมีการหารือในวันพรุ่งนี้ หากเห็น ชอบก็สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนข้ามชนิดในบุคลากรด่านหน้าเป็นเข็ม 3 ได้ทันที ในสัปดาห์หน้า โดยอาจฉีดแอสตราเซเนกาก่อน ส่วนคนที่ประสงค์รอวัคซีนชนิด เอ็มอาร์เอ็นเอ คือ ไฟเซอร์ คงต้องรอก่อน ส่วนบุคลากรด้านอื่นๆ จะตามมาภายหลัง

นพ.โสภณ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการติดตามข้อมูล การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่ 1 เม.ย.-10 ก.ค.2564 พบว่าติดเชื้อ 880 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง คิดเป็นอัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยเป็นพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ร้อยละ 54 ส่วนใหญ่อายุ 20-29 ปี ทั้งนี้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับการฉีดวัคซีนร้อยละ 97 จากฐานข้อมูลผู้รับวัคซีนโควิด-19 พบว่าในบุคลากรที่ติดเชื้อ 880 คน มีประวัติไม่ได้รับวัคซีน 173 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 และมีผู้เสียชีวิต 7 คน ในจำนวนนี้มี 5 คน ไม่ได้รับวัคซีน และ 1 คนได้รับวัคซีนไม่ครบโดส มีการติดเชื้อหลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ไปวันเดียว และรายที่เสียชีวิตล่าสุด คือพยาบาลคนที่เป็นข่าว ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม ทั้งนี้อัตราการติดเชื้อหลังได้รับวัคซีนครบ 2 โดส และมีโอกาสเจ็บป่วยเสียชีวิต น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน จากการติดตามการฉีดวัคซีนซิโนแวค 1 เข็ม มีการป่วย 68 คน หรือคิดเป็นอัตราป่วย 308 คนต่อแสนประชากร, การรับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีการป่วย 618 คน หรือคิดเป็นอัตรา 91 คนต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่ป่วยไม่มีอาการถึง 597 คน ป่วยปานกลาง 19 คน และมีอาการ 1 คนต้องใช้เครื่องออกซิเจน ไฮโฟลว์ และเสียชีวิต 1 คน


นพ.โสภณ กล่าวว่า ส่วนผู้ที่รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 1 เข็ม มีการป่วย 45 คน หรือคิดเป็น 67 คนต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่อาการป่วยน้อย 43 คน และป่วยปานกลาง 1 คน ใส่เครื่องเครื่องออกซิเจน ไฮโฟลว์ 1 คน ทั้งนี้ยืนยันว่าคนที่รับวัคซีนมีประโยชน์ช่วยลดความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไวรัสจากอัลฟาเป็นเดลตา ในช่วง มิ.ย. เป็น ก.ค. ทำให้การป้องกันไวรัสด้วยวัคซีนชนิดซิโนแวค ไม่ให้ผลดีเท่าเชื้อเดิม เพราะไวรัสมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้แนวทางการให้วัคซีนก็จะมีการเปลี่ยน เพื่อให้รับกับไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงหลบภูมิคุ้มกัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย