fbpx

สำรวจความพอใจผู้ป่วยล้างไตปรับปรุงการบริการ

กรุงเทพฯ 1 ก.ค.-ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นนำระบบสแกนคิวอาร์โค๊ด สำรวจความพึงพอใจผู้ป่วยโครงการจัดส่งน้ำยาล้างไตสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 หวังนำข้อมูลปรับปรุงการให้บริการต่อไป


นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท.ดบ.) กล่าวว่า โครงการจัดส่งน้ำยาล้างไต เป็นโครงการที่บริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจำกัดร่วมดำเนินการกับองค์กรเภสัชกรรม(อภ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยคำนึงถึงประโยชน์และความพึงพอใจของประชาชนที่เป็นผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่อยู่ในโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือผู้ป่วยสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30,000 ราย
นายพีระ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ทางบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัดยึดมั่นและเน้นย้ำมาตลอดคือการเข้าถึงความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยที่รับน้ำยาล้างไต โดยในปีที่ผ่านมาได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าปัจจุบันต่อภาพลักษณ์โดยรวมพบว่า ผู้ป่วยที่รับน้ำยาล้างไต พึงพอใจสูงสุด ในด้านบริการด้านการขนส่ง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ระดับพอใจมากถึงร้อยละ 90.40

“เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยที่รับน้ำยาล้างไตเข้าถึงบริการที่ดีที่สุด ในปีนี้ทางบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัดจึงสำรวจความพึงพอใจ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยคำนึงถึงการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ด้วยการให้ผู้ป่วยที่รับน้ำยาล้างไตสแกนคิวอาร์โค๊ด เพื่อตอบแบบสอบ-ถามกลับมาที่บริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งช่วงครึ่งปีแรกนี้ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายดำเนินการประมาณ 30% ของผุ้ป่วยทั้งหมดทั่วประเทศหรือประมาณ 9,000คน มีระยะเวลาดำเนินการ 1 เดือน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจได้นำมาข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงการให้บริการต่อไป” นายพีระ กล่าว


นายพีระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นจำกัด ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการให้บริหารจัดการ เพิ่มศักยภาพการจัดเก็บและจัดส่งน้ำยาล้างไตตามหลักเกณฑ์การจัดเก็บสินค้ายาและเวชภัณฑ์ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2015 และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001: 2015 และระบบบริหารสินค้าคงคลัง WMS (Warehouse Management System) ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดเก็บสินค้าแบบ Good storage practice (GSP) เพิ่มความถูกต้องในการบริหารจัดเก็บน้ำยาล้างไต พร้อมทั้งควบคุมการจัดเก็บและการเบิกน้ำยาล้างไต ด้วยเงื่อนไข FEFO (First Expired, First Out) ที่จัดเรียงและถูกจ่ายตามวันหมดอายุ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการสูญเสียที่เกิดจากการหมดอายุของน้ำยาล้างไต

“สำหรับระบบขนส่งสินค้า TMS (Transportation Management System) ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล Q-Mark และบริหารจัดการด้านการจัดส่งแบบ Good distribution practices (GDP ) ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามรอบระยะเวลาการจัดส่งให้ครบตามจำนวนและรายการที่แพทย์สั่งให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง โดยผู้ป่วยแต่ละคน จะต้องได้รับการล้างไต ทุก 4 – 6 ชั่วโมงวันละ 4 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้น้ำยาล้างไต 1 ถุง รวมทั้งมีระบบการติดตามสถานะการขนส่ง (Tracking) โดยรถขนส่งทุกคันติดตั้งระบบ GPS สร้างความสะดวกในการติดตามและตรวจสอบสถานะการขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วย โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับน้ำยาล้างไตที่ตรงเวลาอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร

นายกฯ ตรวจ รพ.สนาม ทบ. ย้ำหวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

นายกฯ ตรวจเยี่ยมเตรียมการจัดตั้งศูนย์ โรงพยาบาลสนาม ณ สโมสรกองทัพบก ขอบคุณบุคลากรทุกคนช่วยเหลือเต็มที่ หวังรักษาทุกคนอย่างดีที่สุด

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค

ศบค. เคาะ 4 กลุ่มได้รับวัคซีนไฟเซอร์บริจาค ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์, ผู้สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง, ชาวต่างชาติสูงวัย-7กลุ่มโรค และคนไทยจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

พบ 1 รายใน 5 ล้านคน ภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมหลอดเลือดอุดตันหลังรับวัคซีน

กรมวิทย์ฯ เผยคนไทยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนเพียง 1 รายใน 5 ล้านคน พบน้อยกว่าชาติตะวันตกถึง 5-40 เท่า และยังรักษาได้ถ้าพบแพทย์ทันท่วงที